ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีจากพระราชกรณียกิจที่น่าประทับใจมากๆ เลยนะ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว กันครับ เป็นกิจกรรมในวันที่สามของการเสด็จเยือนลาวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม เวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จจากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ไปยังศูนย์นี้ที่เมืองนาซายทองเลยครับ
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
พอถึงแล้วก็มีผู้นำลาวมารอรับเสด็จอย่างอบอุ่นเลยครับ เช่น ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศและภริยา รองศาสตราจารย์ลินคำ ดวงสะหวัน รัฐมนตรีเกษตรและสิ่งแวดล้อม กับภริยา รวมถึงเข็มนี พนเสนา รัฐมนตรีประจำสำนักงานประธานประเทศ และดวงตาวัน สีสมบัด หัวหน้าศูนย์ฯ ยังมีสุพร ตรีนรินทร์ เลขาฯ โครงการพระราชดำริจากไทยมาด้วยนะครับ บรรยากาศเป็นกันเองแต่เคร่งขรึม สมพระเกียรติมาก
จากนั้นเสด็จไปห้องบรรยาย หัวหน้าศูนย์กราบทูลรายงานความร่วมมือไทย-ลาวเรื่องการเกษตร พระราชทานโอกาสฟังอย่างใกล้ชิด ก่อนทอดพระเนตรวีดิโอสรุปผลงานศูนย์ฯ แล้วก็ไปลานอเนกประสงค์ ชมนิทรรศการ 7 สาขาเด็ดๆ กันครับ:
- สาขาแหล่งน้ำ: พัฒนาน้ำเพื่อการเกษตรยั่งยืน
- สาขาการประมง: เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบสมัยใหม่
- สาขาการปศุสัตว์: เลี้ยงสัตว์ให้มีสุขภาพดี
- สาขาการพัฒนาดิน: ปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์
- สาขาการเกษตร: ปลูกพืชแบบเกษตรทฤษฎีใหม่
- สาขาการพัฒนาป่าไม้: ฟื้นฟูป่าเพื่อสิ่งแวดล้อม
- สาขาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ: รักษาชีวิตชีวาของธรรมชาติ
นี่คือตัวอย่างของโครงการที่ผสานพระปรีชาสามารถพระราชดำริเข้ากับความต้องการท้องถิ่นได้อย่างลงตัวเลยครับ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีเกษตรอย่าง drone ตรวจสอบพืชหรือ AI วิเคราะห์ดินกำลังมาแรง โครงการนี้ยังคงหลักยั่งยืนแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ทรงพระราชทานไว้ ซึ่งเป็นรากฐานให้ tech สมัยใหม่ได้ต่อยอด
กิจกรรมปลูกต้นไม้และเยี่ยมแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่
หลังนิทรรศการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง 1 ต้น เป็นที่ระลึก สวยงามและมีความหมายมากครับ จากนั้นเสด็จไปแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีสรรัตน์ ปวริญญานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กราบทูลความเป็นมาและวิธีดำเนินการ แปลงนี้สอนให้เกษตรกรแบ่งพื้นที่เป็นบ่อน้ำ 30% ไร่ 30% ป่า 40% ช่วยให้พอเพียงไม่เสี่ยงภัยแล้งน้ำท่วม
ในฐานะคนที่ติดตามข่าวพระราชกรณียกิจมานาน ผมเห็นว่าการเสด็จครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นการถ่ายทอดวิสัยทัศน์การพัฒนาที่ยั่งยืนให้เพื่อนบ้านลาว ซึ่งไทยและลาวมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นแบบพี่น้อง การนำเกษตรทฤษฎีใหม่ไปใช้ที่นี่ ช่วยยกระดับชีวิตชาวบ้าน ลดความยากจน และยังเป็นโมเดลสำหรับอาเซียนทั้งภูมิภาค
สมควรแก่เวลาแล้วเสด็จกลับโรงแรมที่ประทับครับ เห็นภาพพระราชกรณียกิจแล้วรู้สึกอบอุ่นใจจริงๆ เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ในยุคที่ climate change กำลังรุนแรง โครงการแบบนี้คือคำตอบที่ใช้ tech ผสมผสานภูมิปัญญาไทยได้อย่างลงตัว ผมแนะนำให้ทุกคนติดตามข่าวพระราชดำริเพิ่มเติมนะครับ เพราะมันไม่ใช่แค่ข่าว แต่เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำเกษตรอัจฉริยะในบ้านตัวเองด้วย!