โปรเซสเซอร์ NASA รุ่นใหม่ ทรงพลัง 500 เท่า

คุณเคยสงสัยไหมว่า ยานอวกาศของ NASA จะฉลาดขึ้นได้ยังไง? วันนี้เรามีข่าวดีจาก NASA ที่กำลังทดสอบ โปรเซสเซอร์ NASA รุ่นใหม่ ทรงพลัง 500 เท่า เมื่อเทียบกับชิปอวกาศที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ชิปตัวนี้จะช่วยให้ยานอวกาศตอบสนองแบบเรียลไทม์ หากเกิดปัญหาโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากพื้นโลก ทำให้ภารกิจอวกาศปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โปรเซสเซอร์ NASA รุ่นใหม่ ทรงพลัง 500 เท่า เริ่มทดสอบแล้ว

โครงการ High Performance Spaceflight Computing ของ NASA เริ่มทดสอบโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยส่งอีเมลที่มีหัวข้อ “Hello Universe” ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าทุกอย่างทำงานได้ดี ชิปตัวนี้มีพลังประมวลผลสูงถึง 500 เท่าของชิปเก่า ทำให้เหมาะสำหรับภารกิจที่ต้องการความเร็วสูง

ชิปอวกาศต้องทนต่อรังสีคอสมิก อุณหภูมิสุดขีด และสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายในอวกาศ ซึ่งชิปคอมพิวเตอร์ธรรมดาทำไม่ได้ NASA ใช้ชิปเก่าที่พัฒนามาหลายปีแล้ว ซึ่งเชื่อถือได้ แต่ตอนนี้ถึงเวลาอัปเกรด เพื่อรองรับยานอวกาศอัตโนมัติ การประมวลผลข้อมูลวิทยาศาสตร์เร็วขึ้น และภารกิจนักบินอวกาศไปดวงจันทร์กับดาวอังคาร

คุณสมบัติเด่นของโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่

“เราสร้างบนพื้นฐานของโปรเซสเซอร์อวกาศรุ่นก่อน แต่ระบบมัลติคอร์ตัวนี้ทนทานต่อความผิดพลาด ยืดหยุ่น และประสิทธิภาพสูงมาก” Eugene Schwanbeck ผู้จัดการโครงการจาก Langley Research Center กล่าว

โปรเซสเซอร์นี้พัฒนาร่วมกับ Microchip Technology มีกำลังประมวลผลสูงถึง 100 เท่าของคอมพิวเตอร์อวกาศปัจจุบัน (แต่รวมระบบแล้วถึง 500 เท่า) และทนสภาพอวกาศได้ เป็นระบบ-on-a-chip (SoC) ขนาดพอดีฝ่ามือ ประกอบด้วย CPU, หน่วยประมวลผลพิเศษ, เครือข่ายขั้นสูง, หน่วยความจำ และอินเทอร์เฟซ I/O

  • รองรับ AI บนยานอวกาศ ตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • วิเคราะห์ จัดเก็บ และส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลจากภารกิจลึกในอวกาศ
  • ทนรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า อุณหภูมิ极端 และแรงกระแทก

การทดสอบสุดโหดที่ JPL

ปัจจุบันทดสอบที่ Jet Propulsion Laboratory (JPL) ในแคลิฟอร์เนีย จำลองสภาพอวกาศจริง เช่น รังสีจากดวงอาทิตย์ที่ทำให้ยานเข้าสู่ safe mode “เราทดสอบรังสี ความร้อน แรงกระแทก และฟังก์ชันการทำงานอย่างเข้มข้น” Jim Butler ผู้จัดการโครงการกล่าว

ยังจำลองการลงจอดบนดาวเคราะห์ โดยใช้ข้อมูลจริงจากภารกิจ NASA ที่ต้องประมวลผลข้อมูลเซ็นเซอร์มหาศาล ซึ่งปกติกินพลังงานสูง

การทดสอบจะดำเนินต่ออีกหลายเดือน หากผ่าน จะนำไปใช้ในดาวเทียม โรเวอร์ ที่อยู่อาศัยของนักบินอวกาศ และภารกิจลึก “นี่คือช่วงเวลาตื่นเต้นที่จะช่วยให้ NASA ก้าวกระโดดครั้งใหม่” Butler กล่าว

เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงเปลี่ยนเกมการสำรวจอวกาศ แต่ยังเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ คุณคิดว่ามันจะช่วยภารกิจไปดาวอังคารอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอวกาศล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – NASA’s Next-Gen Processor Is 500 Times More Powerful Than Current Space Chips

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *