‘โตโยต้า’ ขับเคลื่อนโครงการ TRUST นำร่อง ‘ฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยที่มักจะมีตัวเลขออกมาให้เราตกใจอยู่เสมอ แม้ว่าในปีที่ผ่านมาตัวเลขผู้เสียชีวิตจะเริ่มปรับตัวลดลงบ้าง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาความปลอดภัยทางถนนยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ล่าสุด โตโยต้าได้เปิดตัวโครงการที่น่าสนใจและถือเป็นความหวังใหม่ของคนใช้รถใช้ถนนนั่นคือ ‘โตโยต้า’ ขับเคลื่อนโครงการ TRUST นำร่อง ‘ฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกให้กลายเป็นการปฏิบัติที่เห็นผลจริง
‘โตโยต้า’ ขับเคลื่อนโครงการ TRUST นำร่อง ‘ฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน
จุดเริ่มต้นของโครงการ TRUST เกิดจากการนำเอาแนวคิด Vision Zero หรือการลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์มาประยุกต์ใช้ในบริบทของประเทศไทย โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างมูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ และโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย บนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven) ทำให้โครงการนี้มีความแม่นยำและตอบโจทย์ปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริงครับ
ถอดบทเรียนจากพื้นที่นำร่อง จังหวัดฉะเชิงเทรา
ทำไมต้องฉะเชิงเทรา? คำตอบคือโตโยต้าได้บูรณาการข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุจากหลายแหล่ง เพื่อวิเคราะห์หาจุดเสี่ยงจนพบ 5 จุดอันตรายที่ต้องเร่งแก้ไข โดยทางโครงการได้นำเทคโนโลยี AI จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยง เช่น การเบรกกะทันหัน หรือความเร็วที่ใช้จริงบนถนน ผ่านกล่อง L-DCM ในรถยนต์โตโยต้า โดยเน้นย้ำเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ
บทเรียนสำคัญที่ได้จาก ‘จุดกลับรถหน้าวัดดอนทอง’ ซึ่งเป็นจุดนำร่อง พบว่าปัญหาเกิดจากระยะเปลี่ยนเลนที่สั้นเกินไป ทัศนวิสัยจำกัด และความเร็วที่สูงเกินกำหนด โตโยต้าจึงได้เข้าจัดการด้วย 3 มิติหลัก ได้แก่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน (Engineering) การสร้างความเข้าใจผ่านกิจกรรมรณรงค์ (Education) และการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง (Evaluation) จนทำให้จุดดังกล่าวมีความปลอดภัยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โครงการนี้ไม่ได้จบแค่ที่ฉะเชิงเทรา แต่ความสำเร็จของ ‘โตโยต้า’ ขับเคลื่อนโครงการ TRUST นำร่อง ‘ฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน กำลังได้รับความสนใจให้นำไปต่อยอดสู่เฟส 2 ในพื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นแหล่งที่มีความหนาแน่นของการจราจรสูง นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลจะมีส่วนช่วยสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ดีขึ้นในไทยครับ
ความเห็นจากเรา: หากมองในมุมเทคโนโลยี นี่คือตัวอย่างที่ดีของการนำ ‘Big Data’ มาสร้างประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม โดยเชื่อว่าหากขยายโครงการนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศได้มากขึ้น เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนแน่นอนครับ เพราะถนนที่ปลอดภัยไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่คือเรื่องของความใส่ใจและการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องเพื่อปกป้องชีวิตของทุกคนบนท้องถนน
