เลือกตั้ง AI Slop ครั้งแรกจบ แต่ Slop ยังไม่หายไปไหน

การเลือกตั้งในทุกประเทศมักเต็มไปด้วยโฆษณา ข้อความรบกวน และการสื่อสารทางการเมืองที่เข้มข้นอยู่แล้ว แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดในสหรัฐฯ เพิ่มความสับสนเข้าไปอีกขั้นด้วยการใช้ภาพ เสียง และวิดีโอที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างต่อเนื่อง จนหลายคนแทบแยกไม่ออกว่าอะไรคือเหตุการณ์จริง อะไรคือการตัดต่อ และอะไรคือเนื้อหาที่สร้างขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมือง

บทความนี้สะท้อนประเด็นจากหัวข้อ เลือกตั้ง AI Slop ครั้งแรกจบ แต่ Slop ยังไม่หายไปไหน ซึ่งชี้ให้เห็นว่า แม้ฤดูกาลหาเสียงจะสิ้นสุดลง แต่ปัญหาของเนื้อหา AI คุณภาพต่ำหรือ AI slop ยังไม่ได้หายไปจากสังคม ตรงกันข้าม เนื้อหาเหล่านี้อาจพัฒนาให้แนบเนียนขึ้น และถูกนำมาใช้ในวาระทางการเมืองครั้งต่อไปอย่างเป็นระบบมากกว่าเดิม

เลือกตั้ง AI Slop ครั้งแรกจบ แต่ Slop ยังไม่หายไปไหน

AI-generated propaganda หรือโฆษณาชวนเชื่อที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่โฆษณาที่ใช้ภาพอนาคตแบบดิสโทเปีย เพื่อสร้างความกลัวเกี่ยวกับผู้อพยพ อาชญากรรม และความมั่นคงของประเทศ รวมถึงมีนักการเมืองหลายคนใช้ภาพที่สร้างโดย AI บนโซเชียลมีเดีย เพื่อวางภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูแข็งแกร่ง เด็ดขาด หรือเป็นผู้นำที่ไม่เกรงกลัวใคร

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้มีขนาดใหญ่กว่าที่ผ่านมาอย่างชัดเจน รายงานของ Wesleyan Media Project ระบุว่า เงินที่ใช้กับโฆษณาทางการเมืองซึ่งสร้างโดย AI สูงกว่า 187 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การเลือกตั้งในปี 2024 มีการใช้เงินกับโฆษณาลักษณะเดียวกันไม่ถึง 50,000 ดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวอาจยังต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะโฆษณาจำนวนมากไม่มีคำเตือนว่าใช้ AI และบางกรณีมนุษย์ก็ไม่สามารถสังเกตได้ง่ายว่าเนื้อหานั้นถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี

ทำไมโฆษณา AI จึงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

เหตุผลสำคัญคือ AI ทำให้การผลิตวิดีโอหาเสียงมีต้นทุนต่ำและทำได้รวดเร็ว นักการเมืองหรือกลุ่มสนับสนุนสามารถสร้างภาพคู่แข่งในสถานการณ์เกินจริง ใส่เสียงบรรยายที่เร้าอารมณ์ และทดลองข้อความหลายรูปแบบได้ภายในเวลาไม่นาน จากเดิมที่ต้องจ้างทีมถ่ายทำ นักแสดง นักตัดต่อ และผู้เชี่ยวชาญด้านกราฟิก ปัจจุบันผู้สร้างโฆษณาสามารถทำงานจำนวนมากด้วยเครื่องมือออนไลน์เพียงไม่กี่ชนิด

เทคโนโลยีนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้หาเสียงผลิตเนื้อหาเฉพาะกลุ่มได้ง่ายขึ้น โฆษณาหนึ่งชิ้นอาจสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นความกลัวของผู้ชมกลุ่มหนึ่ง ขณะที่อีกชิ้นใช้มุกตลกหรือภาพล้อเลียนเพื่อเข้าถึงผู้ชมอีกกลุ่ม ความยืดหยุ่นเช่นนี้ทำให้ AI กลายเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจสำหรับแคมเปญทางการเมือง แม้ผลลัพธ์จะดูหยาบคาย แปลกประหลาด หรือขาดความน่าเชื่อถือก็ตาม

ภาพรุนแรงและเรื่องแต่งที่ถูกทำให้ดูเหมือนจริง

ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงมีทั้งโฆษณาที่นำคู่แข่งไปอยู่ในฉากลัทธิซาตาน ภาพนักการเมืองทำร้ายเด็ก หรือเนื้อหาที่แสดงให้เห็นฝ่ายตรงข้ามเป็นคนชั่วร้ายและไร้มนุษยธรรม โฆษณาเหล่านี้ไม่ได้มุ่งนำเสนอข้อมูลเชิงนโยบาย แต่พยายามกระตุ้นอารมณ์อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยความกลัว ความโกรธ และความเกลียดชังเป็นตัวขับเคลื่อน

อีกตัวอย่างหนึ่งคือวิดีโอสนับสนุนผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิส ซึ่งนำเสนอผู้สมัครในภาพฮีโร่คล้ายแบทแมน และวางนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามไว้ในบทบาทตัวร้าย แม้ว่าวิดีโอจะมียอดชมจำนวนมาก แต่ความนิยมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่ได้แปลว่าจะเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงในคูหาเลือกตั้งเสมอไป ผู้สมัครรายดังกล่าวท้ายที่สุดก็ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งขั้นต้นได้

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตอบรับ AI slop อย่างไร

เนื้อหาจำนวนมากที่สร้างโดย AI ไม่ได้ช่วยให้ผู้สมัครดูน่าเชื่อถือขึ้น กลับทำให้ผู้ชมมองว่าแคมเปญนั้นพยายามหลอกหรือดูถูกสติปัญญาของประชาชน โฆษณาบางชิ้นใช้มุกตลกที่รุนแรงและภาพล้อเลียนคู่แข่งแบบเกินจริง แม้จะมีข้อความเปิดเผยว่าใช้ AI แต่คำเตือนดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้เนื้อหามีความรับผิดชอบมากขึ้น

ผลการเลือกตั้งจึงอาจสะท้อนว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้พร้อมยอมรับทุกอย่างที่ AI ผลิตขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหาถูกใช้เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้ามมากกว่านำเสนอแนวทางแก้ปัญหา นอกจากนี้ ประชาชนยังแสดงความกังวลต่อผลกระทบของอุตสาหกรรม AI ในด้านอื่น เช่น การใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูล การลงทุนขนาดใหญ่ และการขาดกฎเกณฑ์ควบคุมที่ชัดเจน

บทเรียนสำคัญสำหรับสื่อและผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

  • อย่าเชื่อภาพทันที: ภาพและวิดีโอที่ดูสมจริงอาจถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด ควรตรวจสอบแหล่งที่มาและบริบทก่อนแชร์
  • แยกอารมณ์ออกจากข้อเท็จจริง: เนื้อหาที่ทำให้โกรธหรือกลัวมากผิดปกติอาจถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
  • ดูคำเตือนการใช้ AI: แม้คำเตือนจะไม่ได้ยืนยันว่าเนื้อหาน่าเชื่อถือ แต่ช่วยให้ผู้ชมรู้ว่าภาพหรือวิดีโออาจไม่ใช่เหตุการณ์จริง
  • เปรียบเทียบข้อมูลหลายแหล่ง: ประเด็นทางการเมืองควรตรวจสอบจากสำนักข่าว องค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริง และเอกสารต้นฉบับ
  • ระวังการแชร์เนื้อหาที่สร้างความเกลียดชัง: การแชร์ต่อแม้เพียงเพื่อวิจารณ์ก็อาจช่วยเพิ่มการมองเห็นให้กับเนื้อหาบิดเบือน

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่โฆษณา AI ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่คือการที่ผู้สร้างเนื้อหาอาจเรียนรู้จากความผิดพลาดของโฆษณารุ่นแรก เนื้อหาในอนาคตอาจไม่มีภาพผิดรูป ไม่มีเสียงแปลก และไม่ใช้มุกโจ่งแจ้งจนคนดูรู้ทัน หาก AI slop รุ่นต่อไปถูกออกแบบให้มีความสมจริงมากขึ้น ก็อาจส่งผลต่อการรับรู้ของประชาชนได้มากกว่าเดิม

เลือกตั้ง AI Slop ครั้งแรกจบ แต่ Slop ยังไม่หายไปไหน จึงไม่ใช่เพียงคำเตือนเกี่ยวกับแคมเปญหาเสียงครั้งหนึ่ง แต่เป็นสัญญาณว่าทุกคนต้องยกระดับทักษะรู้เท่าทันสื่อไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ใช้ควรถามเสมอว่าใครเป็นผู้สร้างเนื้อหา สร้างขึ้นเพื่ออะไร และมีหลักฐานใดรองรับ ก่อนตัดสินใจเชื่อหรือส่งต่อ

ในมุมมองของผู้เขียน เทคโนโลยี AI ไม่จำเป็นต้องถูกห้ามทั้งหมด แต่การใช้ AI ในการเมืองควรมีการเปิดเผยอย่างชัดเจน มีกฎกำกับดูแลที่บังคับใช้ได้จริง และมีบทลงโทษสำหรับการจงใจสร้างภาพหรือเสียงปลอมเพื่อหลอกลวงประชาชน หากสังคมไม่เริ่มวางมาตรฐานตั้งแต่วันนี้ โฆษณา AI ที่ดูตลกและหยาบในปัจจุบันอาจเป็นเพียงบททดลองก่อนถึงยุคที่การบิดเบือนข้อมูลทำได้แนบเนียนจนยากจะย้อนกลับ ดังนั้น ก่อนแชร์เนื้อหาการเมืองครั้งต่อไป ควรหยุดตรวจสอบสักครู่ เพราะการตัดสินใจเล็ก ๆ ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนมีส่วนกำหนดคุณภาพของพื้นที่สาธารณะ

ที่มา – The First AI Slop Election Is Over. The Slop Isn’t Going Anywhere.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *