เลขาฯ ปปง. เผย CIB เตรียมส่งคดี‘สมีโชติ’ให้ ปปง.สอบเส้นเงิน ชี้ คดีฟอกเงินมีการตั้งข้อหาอยู่แล้ว ยังระบุไม่ได้มีโยงทุนเทาหรือไม่ รอสอบเพิ่มเติม
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาติดตามประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันอย่างใกล้ชิด กับกรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หรือที่เรียกกันว่า ‘สมีโชติ’ ซึ่งล่าสุดทางเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ออกมาให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการดำเนินคดีและการตรวจสอบทรัพย์สินที่ถือเป็นเรื่องใหญ่และละเอียดอ่อนมากในขณะนี้
เลขาฯ ปปง. เผย CIB เตรียมส่งคดี‘สมีโชติ’ให้ ปปง.สอบเส้นเงิน ชี้ คดีฟอกเงินมีการตั้งข้อหาอยู่แล้ว ยังระบุไม่ได้มีโยงทุนเทาหรือไม่ รอสอบเพิ่มเติม
การทำงานในครั้งนี้ถือเป็นการประสานพลังครั้งสำคัญระหว่าง ปปง. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อขุดคุ้ยความจริงให้กระจ่าง โดยทาง ปปง. ได้ระบุว่ามีการทำงานร่วมกันมาโดยตลอด และในขั้นตอนถัดไปทาง CIB เตรียมที่จะส่งสำนวนคดีทั้งหมดมายัง ปปง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ซึ่งครอบคลุมไปถึงเงินบริจาคของประชาชนที่ไหลเข้าสู่ทั้งบัญชีส่วนตัวและบัญชีของมูลนิธิครับ
ความคืบหน้าการตรวจสอบคดีฟอกเงินที่หลายคนตั้งคำถาม
คำถามที่สังคมสงสัยคือ ทรัพย์สินที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทเหล่านี้นั้นมีความเชื่อมโยงกับ ‘ทุนเทา’ หรือไม่ ทางเลขาฯ ปปง. ได้ให้คำตอบในเชิงวิชาการและแนวทางปฏิบัติว่า ในขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่ามีความเชื่อมโยงกับทุนเทาหรือไม่ แต่ยืนยันว่าการตั้งข้อหาในคดีฟอกเงินนั้นมีอยู่แล้ว และกระบวนการหลังจากนี้คือการวิเคราะห์ทรัพย์สินทั้งหมดที่ตรวจยึดมาได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่ โดยเน้นย้ำว่าจะใช้เวลาตรวจสอบไม่นานเพื่อให้ประชาชนคลายความสงสัย
- ปปง. และ CIB ร่วมมือกันลงพื้นที่ตรวจค้นสถานที่จริง
- ตรวจสอบทั้งบัญชีส่วนตัวและบัญชีมูลนิธิอย่างละเอียด
- ยังต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐานจากสำนวนของ CIB เพิ่มเติม
ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร ผมมองว่ากรณี เลขาฯ ปปง. เผย CIB เตรียมส่งคดี‘สมีโชติ’ให้ ปปง.สอบเส้นเงิน ชี้ คดีฟอกเงินมีการตั้งข้อหาอยู่แล้ว ยังระบุไม่ได้มีโยงทุนเทาหรือไม่ รอสอบเพิ่มเติม ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับพุทธศาสนิกชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของเงินบริจาคในองค์กรต่างๆ ยุคสมัยนี้เทคโนโลยีการเงินก้าวไปไกล การตรวจสอบย้อนหลังผ่านระบบดิจิทัลจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นมากครับ
สำหรับเทรนด์ในอนาคต ผมเชื่อว่าการตรวจสอบเรื่องการฟอกเงินในวงการต่างๆ จะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม หน่วยงานรัฐจะใช้ Big Data เข้ามาจับเส้นทางการเงินที่ผิดปกติมากขึ้น ดังนั้นใครที่ทำอะไรไม่โปร่งใสถือว่าอยู่ยากขึ้นแน่นอนครับ เราคงต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และจะมีการขยายผลไปถึงใครบ้าง สุดท้ายนี้ขอฝากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดนะครับ
