เร่งสรุปสำนวนคดี ‘แอร์มีนา’ ลอบขนยาเสพติดส่งอัยการสูงสุดฟ้องกลางเดือน ก.ย. นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาติดตามข่าวคดีอาชญากรรมข้ามชาติที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก นั่นคือความคืบหน้าล่าสุดของการเร่งสรุปสำนวนคดี ‘แอร์มีนา’ ลอบขนยาเสพติดส่งอัยการสูงสุดฟ้องกลางเดือน ก.ย. นี้ ซึ่งเป็นคดีที่สร้างแรงกระเพื่อมในวงการสายการบินและผู้ที่ชอบรับหิ้วของจากต่างประเทศไม่น้อยเลยครับ

ล่าสุด ทางอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน คุณวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ ได้ออกมาให้ข้อมูลหลังจากประชุมร่วมกับ บช.ปส. ว่าขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยได้มีการรวมสำนวนคดีของกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายนี้เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับให้เป็นคดีนอกราชอาณาจักร ซึ่งจะทำให้อำนาจการสั่งคดีอยู่ที่อัยการสูงสุดเพียงผู้เดียว ช่วยให้กระบวนการทางกฎหมายรวดเร็วและกระชับขึ้นมากครับ

ความคืบหน้าการเร่งสรุปสำนวนคดี ‘แอร์มีนา’ ลอบขนยาเสพติดส่งอัยการสูงสุดฟ้องกลางเดือน ก.ย. นี้

สำหรับสถานะของผู้ต้องหาในไทยขณะนี้มีจำนวน 3 รายที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ และเหลือเวลาฝากขังอีกเพียงไม่กี่วัน ทางคณะทำงานจึงต้องเร่งสรุปสำนวนคดี ‘แอร์มีนา’ ลอบขนยาเสพติดส่งอัยการสูงสุดฟ้องกลางเดือน ก.ย. นี้ ให้ทันภายในวันที่ 11-14 กันยายน โดยผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาหนักถึง 4 กระทง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด การส่งออกยาเสพติดประเภท 1 และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการขยายผลคดีที่ทางอัยการและตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ คือ:

  • การไล่ล่าตัวผู้รับยาปลายทางที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมีชื่อบุคคลต้องสงสัยอย่าง ‘เดียร์’ อยู่ในลิสต์เฝ้าระวัง
  • การเอาผิดเพิ่มเติมในกรณีพยานสำคัญที่ถูกหลอกให้หิ้วของ ซึ่งแม้พยานจะไหวตัวทันแต่พฤติการณ์ของผู้ต้องหาก็เข้าข่ายพยายามกระทำความผิดแล้ว
  • การประสานข้อมูลกับทางการออสเตรเลีย ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์มากในการมัดตัวผู้กระทำผิด

หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วตัวแอร์มีนาที่ถูกจับที่ออสเตรเลียล่ะจะเป็นอย่างไร? ข้อมูลล่าสุดคือคดียังอยู่ในอำนาจศาลเมืองเมลเบิร์นครับ แต่หากมีการสั่งไม่ฟ้องในอนาคต ทางการไทยพร้อมที่จะรับตัวมาดำเนินคดีต่อทันทีเมื่อส่งตัวกลับไทย

ข้อควรระวังสำหรับสายช้อปและผู้รับหิ้ว

จากเคสนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนมากสำหรับคนที่รับจ้างหิ้วของข้ามประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูงหรือคนรู้จัก หากเราไม่ตรวจสอบสิ่งของให้ดี เราอาจกลายเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติโดยไม่รู้ตัว ซึ่งโทษของคดีนี้รุนแรงถึงชีวิตและเสียอนาคตได้เลยครับ ดังนั้น ก่อนจะรับหิ้วอะไรให้ใคร โปรดตรวจสอบให้มั่นใจเสมอว่าของสิ่งนั้นคืออะไรและมาจากไหน

ในมุมมองของผม คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานไทยและต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพมาก ซึ่งในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารไร้พรมแดนแบบนี้ เครือข่ายมืดมักจะแฝงตัวมาในรูปแบบของธุรกิจขนส่งหรือการหิ้วของฝาก เพื่อนๆ ต้องมีสติและเท่าทันต่อกลลวงเหล่านี้ให้มากที่สุดครับ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ ผมจะนำมาอัปเดตให้ทุกคนทราบแน่นอนครับ

ที่มา – เร่งสรุปสำนวนคดี ‘แอร์มีนา’ ลอบขนยาเสพติดส่งอัยการสูงสุดฟ้องกลางเดือน ก.ย. นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *