เนติวิทย์มองมติศาล รธน. ไม่ผิดคาด ชี้แม้แนวทางนี้ไม่สำเร็จ ชวนคิดหาทางต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหารต่อไป เพื่อสังคมที่น่าอยู่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสในสังคมไทยกันหน่อยนะครับ โดยเฉพาะประเด็นสิทธิเสรีภาพและการเกณฑ์ทหารที่หลายคนเคยเจอมาแล้ว เรื่องของ เนติวิทย์มองมติศาล รธน. ไม่ผิดคาด ชี้แม้แนวทางนี้ไม่สำเร็จ ชวนคิดหาทางต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหารต่อไป เพื่อสังคมที่น่าอยู่ นี่แหละครับ ที่กลายเป็นหัวข้อร้อนๆ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน

ย้อนกลับไปราว 3 ปีก่อน เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมชื่อดัง ได้ทำอารยะขัดขืนโดยปฏิเสธการจับใบดำใบแดงและตรวจเลือกทหารที่เทศบาลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 เขาให้เหตุผลชัดเจนว่าการบังคับเกณฑ์ทหารขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานและมโนธรรมของตัวเอง พร้อมยอมรับผลทางกฎหมายทุกอย่างที่ตามมา นี่คือจุดเริ่มต้นของคดีที่ทุกคนจับตา

หลังจากนั้น เนติวิทย์ถูกดำเนินคดีข้อหาหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 และกลางปี 2568 อัยการสั่งฟ้องต่อศาลแขวงสมุทรปราการ (คดี อ.3118/2568) แต่ศาลให้ประกันตัวโดยไม่ต้องวางเงิน ทนายของเขายื่นคำร้องตามมาตรา 212 รธน. ขอให้ศาล รธน. วินิจฉัยว่ามาตรา 27 และ 45 ขัด รธน. มาตรา 26 (จำกัดสิทธิ) และ 31 (เสรีภาพศาสนา) หรือไม่

เนติวิทย์มองมติศาล รธน. ไม่ผิดคาด ชี้แม้แนวทางนี้ไม่สำเร็จ ชวนคิดหาทางต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหารต่อไป เพื่อสังคมที่น่าอยู่

ล่าสุด วันที่ 12 พฤษภาคม ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่า พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ ไม่ขัด รธน. เรียกพยานและรัฐมนตรีกลาโหมมาชี้แจงด้วย ผลออกมาแบบนี้ เนติวิทย์โพสต์เฟซบุ๊กทันทีว่า “สำหรับผม มติศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาไม่ได้ผิดคาดสักเท่าไหร่ ในเมื่อเหตุปัจจัยในปัจจุบันเป็นแบบนี้ ผลออกมาแบบนี้ก็ธรรมดา” เขายืนยันว่าต่อสู้ด้วยความเชื่อมานาน 12 ปี โดยไม่บิดพริ้ว

สิ่งที่ผมชื่นชมคือทัศนคติของเนติวิทย์ เขาบอกว่าความสุขจากการยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ มีค่ากว่าความผิดหวัง และชีวิตของเขามีความหมายเพื่อเด็กๆ รุ่นหลังที่มีเสรีภาพมากขึ้น นี่คือ insight ระดับ expert จากนักกิจกรรมตัวจริงที่เคยผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน

ทำไมมติศาลถึงไม่ผิดคาด และบทเรียนอะไร?

ในมุมมองของคนที่ติดตามประเด็นนี้มานาน ศาลมองว่าการเกณฑ์ทหารเป็นหน้าที่พลเมืองที่สมดุลกับสิทธิเสรีภาพ แต่เนติวิทย์ชี้ว่า แม้แนวทางนี้ไม่สำเร็จ แต่เป็นแค่การทดลองหนึ่งทางเท่านั้น ดูตัวอย่างต่างประเทศ เช่น นอร์เวย์หรือเยอรมนี ที่ยกเลิกเกณฑ์ทหารมานาน ใช้ระบบอาสาสมัครแทน สังคมยังปลอดภัยและพัฒนาได้

เขาชวนทุกคนคิดหาทางต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหารต่อไป เพื่อสังคมที่น่าอยู่ โดยใช้สติปัญญาแทนการบ่นหรือหนีปัญหาเชิงเดี่ยวๆ เพราะคนจำนวนมากทุกข์ทรมานกับระบบนี้

  • ทางเลือกอื่นๆ: รณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดียและเพติชันออนไลน์ (tech ช่วยได้เยอะ!)
  • ล็อบบี้ ส.ส. และพรรคการเมืองให้ผลักดันกฎหมายใหม่
  • สร้างเครือข่ายอาสาสมัครทหาร เพื่อลดความจำเป็นของการบังคับ
  • ศึกษาตัวอย่างประเทศอื่น สร้างข้อมูลเชิงลึกเสนอรัฐบาล

ในยุคที่ entertainment และ tech เข้ามามีบทบาท เช่น นักแสดงดังหรือ influencer ที่ออกมาพูดถึงสิทธิพลเมือง สามารถจุดกระแสได้มหาศาล ลองนึกภาพแคมเปญ viral บน TikTok หรือ Twitter ที่ชวนคนรุ่นใหม่ร่วม签名

อนาคตของการต่อสู้เกณฑ์ทหาร

เนติวิทย์ย้ำว่า การต่อสู้ในหลายประเทศใช้เวลาสิบกว่าปี และหลายคนเสียสละมากกว่าเขา ดังนั้นอย่าท้อ แต่คิดว่าเราจะทำยังไงให้ดีกว่า ได้บทเรียนอะไร และมีประสิทธิผลมากขึ้น ถ้าช่วยกันจริงๆ การเปลี่ยนแปลงต้องเกิด

จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามข่าวสังคมมานาน คดีนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ มันกระตุ้นให้คนตื่นตัวกับสิทธิของตัวเอง ในโลกที่ tech ทำให้เราเชื่อมต่อกันง่าย การรณรงค์แบบดิจิทัลจะเป็นกุญแจสำคัญ

สุดท้าย ผมขอ CTA ชัดๆ เลยครับ: ถ้าคุณเห็นด้วยกับเนติวิทย์ ลองแชร์โพสต์นี้ คิดไอเดียทางออก แล้ว join group รณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหารกันเถอะ เพื่อสังคมไทยที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นในอนาคต!

ที่มา – เนติวิทย์มองมติศาล รธน. ไม่ผิดคาด ชี้แม้แนวทางนี้ไม่สำเร็จ ชวนคิดหาทางต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหารต่อไป เพื่อสังคมที่น่าอยู่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *