เจาะลึกเบื้องหลังความล่าช้าของภาพยนตร์ Fast Forever
เจาะลึกเบื้องหลังความล่าช้าของภาพยนตร์ Fast Forever
แฟนหนังแฟรนไชส์นักซิ่งขาโหดคงต้องรอกันต่อไป เมื่อมีข่าวคราวล่าสุดของภาคที่ 11 ในชื่อ Fast Forever ที่แม้จะกำหนดวันฉายไว้แล้วคือวันที่ 17 มีนาคม 2028 แต่ความล่าช้านั้นยังคงเป็นประเด็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในหมู่แฟนคลับและนักแสดงนำของเรื่อง
ล่าสุด Alan Ritchson ดาราสุดแกร่งจาก Fast X และซีรีส์ดัง Reacher ได้ออกมาเปิดเผยผ่านรายการ Happy Sad Confused ถึงสาเหตุที่แท้จริงเบื้องหลังความล่าช้านี้ โดยเขายอมรับตามตรงว่าโปรเจกต์นี้มีอุปสรรคสำคัญรออยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณที่สูงลิ่วจนเกินไป ซึ่งการทำหนังระดับฟอร์มยักษ์ขนาดนี้ให้คุ้มทุนเป็นโจทย์ที่ยากมากในยุคปัจจุบัน
ทำไมการสร้าง Fast Forever ถึงกลายเป็นเรื่องยาก?
Ritchson อธิบายว่าทีมงานทุกคนต้องการความสมดุล การจะสร้างภาพยนตร์ที่ขยายจักรวาลไปไกลขนาดนี้ต้องอาศัยการวางแผนที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เขากล่าวว่า:
- ทีมงานกำลังเผชิญกับทางแยกที่ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรให้โปรเจกต์นี้มีประสิทธิภาพ
- ปัญหาเชิงโครงสร้างของต้นทุนการผลิตที่สูงเกินไปจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข
- จำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างความเป็นหนังแอ็กชันฟอร์มยักษ์กับการเล่าเรื่องที่กระชับ
ในขณะที่ Jason Momoa ผู้รับบท Dante Reyes ก็เคยให้สัมภาษณ์ในทำนองเดียวกันว่าเขารู้สึกไม่ต่างจากแฟนหนัง คืออยากให้มันเกิดขึ้นจริงและมีความเชื่อมั่นในตัวโปรเจกต์นี้ Fast Forever จึงไม่ใช่แค่หนังภาคต่อทั่วไป แต่มันคือการทดสอบครั้งสำคัญของทีมงาน Universal ว่าจะทำอย่างไรให้หนังกลับมาประสบความสำเร็จและทำเงินได้ถล่มทลายเหมือนยุคของ Fast Five อีกครั้ง
สำหรับทุกคนที่ตั้งตารอ คุณคิดว่าภาคนี้น่าจะออกมาในทิศทางไหน? จะเป็นการปิดตำนานที่ยิ่งใหญ่หรือเป็นการเปลี่ยนแนวทางของหนังสายซิ่งให้เล็กลงแต่เข้มข้นขึ้น? มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ เพราะแม้เส้นทางจะขรุขระแค่ไหน แต่เชื่อเถอะว่าแฟนๆ ทั่วโลกยังคงรอคอยการกลับมาของทีมนักซิ่งกลุ่มนี้เสมอ
ที่มา – ‘Fast X’ Star Alan Ritchson Digs Into the Delays Behind ‘Fast Forever’
