เจาะลึก ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ครบ 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้านบาท

เชื่อว่าหลายคนคงได้สัมผัสกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลกันมาพักใหญ่แล้วนะครับ โดยเฉพาะโครงการที่กำลังเป็นกระแสอย่าง ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ที่ล่าสุดได้เดินทางมาครบ 2 เดือนเต็มเป็นที่เรียบร้อย บอกเลยครับว่าผลตอบรับนั้นถล่มทลายและกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางความท้าทายของค่าครองชีพในปัจจุบัน

เจาะลึก ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ครบ 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิแล้วกว่า 26 ล้านราย ร้านค้าเข้าร่วมทะลุ 1.19 ล้านร้าน

หากเรามองไปที่ตัวเลขล่าสุดจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ข้อมูลจากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยว่า เม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจฐานรากนั้นสูงถึง 86,442.6 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักอย่างมาก โดยมีประชาชนกว่า 26 ล้านรายเข้าร่วมโครงการ และร้านค้าที่เปิดรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ ก็มีจำนวนสูงถึง 1.19 ล้านร้านค้า ซึ่งไม่เพียงแต่ร้านค้าเดิมเท่านั้น แต่ยังมีผู้ประกอบการรายใหม่ตบเท้าเข้ามาลงทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 18.1% เลยทีเดียวครับ

ทำไมโครงการนี้ถึงมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล?

จุดที่น่าสนใจและผมอยากแชร์ในมุมมองของนักสังเกตการณ์เทคโนโลยี คือการที่รัฐบาลดึงเอาแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ มาเป็นหัวหอกสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องของการจ่ายเงิน แต่เป็นการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ ทั้งเรื่องต้นทุน สินค้าคงคลัง และสภาพคล่อง นี่คือการยกระดับร้านค้าเล็กๆ ให้กลายเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพมากขึ้นในระยะยาว

  • กระตุ้นกำลังซื้อ: ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประจำวันของประชาชนได้จริง ด้วยสัดส่วนรัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%
  • การกระจายรายได้: เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และแผงลอย ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจในชุมชน
  • เข้าสู่ระบบดิจิทัล: บังคับให้เกิดการใช้จ่ายผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเป็นการวางรากฐาน Digital Transformation ให้กับธุรกิจรายย่อยทั่วประเทศ

หลายคนอาจมีคำถามว่าโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ครบ 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิแล้วกว่า 26 ล้านราย ร้านค้าเข้าร่วมทะลุ 1.19 ล้านร้าน นี้จะไปต่ออย่างไร? คำตอบคือมาตรการนี้จะดำเนินไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ครับ โดยจำกัดสิทธิที่ 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน ผมขอแนะนำให้เพื่อนๆ วางแผนการใช้จ่ายดีๆ เพราะวงเงินของแต่ละเดือนจะไม่ทบไปเดือนถัดไปนะครับ

มุมมองทิ้งท้าย: ผมมองว่านี่คือการใช้ ‘Social Commerce’ ผสมผสานกับ ‘รัฐสวัสดิการ’ ที่เห็นผลชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี มันไม่ใช่แค่การแจกเงิน แต่เป็นการกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายจริงในชีวิตประจำวัน หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือประชาชนทั่วไป นี่คือจังหวะดีที่คุณจะใช้ประโยชน์จากระบบนี้เพื่อบริหารกระแสเงินสดและลดภาระรายจ่าย ใครยังไม่ได้ใช้สิทธิ อย่ารอช้าครับ เพราะโอกาสในการพยุงเศรษฐกิจแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ

ที่มา – ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ครบ 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิแล้วกว่า 26 ล้านราย ร้านค้าเข้าร่วมทะลุ 1.19 ล้านร้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *