เจาะข้อเท็จจริงโครงการรถขยะ EV 6 พันล้าน สางปมสภา กทม. ตัดงบ และผลกระทบต่อการจัดการเมือง

ประเด็น เจาะข้อเท็จจริงโครงการรถขยะ EV 6 พันล้าน สางปมสภา กทม. ตัดงบ และผลกระทบต่อการจัดการเมือง กลายเป็นเรื่องที่คนกรุงเทพฯ ให้ความสนใจอย่างมาก เพราะไม่ใช่เพียงโครงการจัดหารถเก็บขยะทั่วไป แต่เกี่ยวข้องกับงบประมาณหลายพันล้านบาท คุณภาพอากาศ ค่าใช้จ่ายของเมือง และทิศทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดในอนาคต

จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดขึ้นหลังสภากรุงเทพมหานครมีมติปรับลดงบประมาณโครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้า หรือรถขยะ EV ออกทั้งหมด สมาชิกสภาฯ บางส่วนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของรถ หรือประเด็นที่เรียกกันทั่วไปว่าอาจมีการล็อกสเปก ขณะที่กรุงเทพมหานครชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนสืบราคาเพื่อกำหนดกรอบวงเงิน ไม่ใช่ TOR ฉบับสมบูรณ์

เจาะข้อเท็จจริงโครงการรถขยะ EV 6 พันล้าน สางปมสภา กทม. ตัดงบ และผลกระทบต่อการจัดการเมือง

โครงการนี้เสนอการเช่ารถขยะไฟฟ้าจำนวน 1,347 คัน ภายใต้สัญญา 5 ปี วงเงินรวม 6,038,582,000 บาท แบ่งเป็นรถไฟฟ้าแบบอัดขนาด 5 ตัน จำนวน 874 คัน รถไฟฟ้าแบบอัดขนาด 2 ตัน จำนวน 399 คัน และรถไฟฟ้าแบบยกภาชนะขนาด 8 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 74 คัน รถเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อทดแทนรถขยะเครื่องยนต์สันดาปที่ทยอยหมดสัญญาระหว่างปี 2568-2570

เมื่อมองในมุมงบประมาณ ค่าเช่ารถไฟฟ้าทั้งสามประเภทคาดว่าจะต่ำกว่าค่าเช่ารถดีเซลเดิมประมาณ 7-10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ จุดเด่นที่ถูกนำเสนอคือค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน หากรถวิ่งเฉลี่ย 200 กิโลเมตรต่อวันตลอดระยะเวลา 5 ปี รถดีเซลอาจมีต้นทุนเชื้อเพลิงประมาณ 8,756 ล้านบาท ขณะที่รถไฟฟ้าใช้งบค่าไฟฟ้าประมาณ 4,011 ล้านบาท คิดเป็นการประหยัดพลังงานราว 4,744 ล้านบาท หรือประมาณ 54 เปอร์เซ็นต์

ปมความโปร่งใสและข้อกังวลเรื่องล็อกสเปก

ข้อสงสัยของสภา กทม. เป็นประเด็นที่ควรรับฟัง เพราะโครงการขนาดใหญ่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครระบุว่าโครงการได้รับการติดตามจากหลายหน่วยงาน โดยคณะรัฐมนตรีรับทราบข้อเสนอแนะด้านการป้องกันการทุจริตจาก ป.ป.ช. แล้ว และมีการตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามร่วมกับหน่วยงานด้านการคลัง คมนาคม พลังงาน อุตสาหกรรม และสำนักงบประมาณ

โครงการยังถูกคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ซึ่งเปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมสังเกตการณ์ตั้งแต่ขั้นตอนจัดทำขอบเขตงาน การกำหนดแบตเตอรี่ถูกระบุว่าเป็นเพียงค่าขั้นต่ำ เพื่อให้ผู้เสนอราคามีโอกาสนำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสม ส่วนการทดสอบรถก่อนคัดเลือกผู้รับจ้าง มีเป้าหมายเพื่อยืนยันว่ารถสามารถทำงานจริงและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

รถขยะ EV กับผลดีต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากเรื่องเงิน รถขยะ EV ยังมีผลต่อคุณภาพชีวิตของคนเมืองโดยตรง เพราะรถประเภทนี้ไม่มีไอเสียจากการเผาไหม้ขณะปฏิบัติงาน ข้อมูลประเมินว่าการเปลี่ยนรถดีเซลเป็นรถไฟฟ้าจะช่วยลด PM2.5 ได้ประมาณ 188,231 กิโลกรัม ลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 24,857 กิโลกรัม ลดก๊าซไฮโดรคาร์บอน 1,222,812 กิโลกรัม และลดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนกว่า 3,137,175 กิโลกรัมตลอดอายุสัญญา

กรุงเทพมหานครยังเตรียมใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น เซ็นเซอร์ชั่งน้ำหนัก ระบบตรวจวัดกลิ่น และแดชบอร์ดบริหารจัดการรถแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกันก็มีการทำข้อตกลงกับการไฟฟ้านครหลวงเพื่อติดตั้งเครื่องชาร์จเร็วที่ศูนย์กำจัดมูลฝอย รวมถึงเปิดให้ใช้สถานีชาร์จในกรุงเทพฯ หลายแห่งตามเงื่อนไขที่กำหนด

หากตัดงบ จะกระทบการจัดการเมืองอย่างไร

ผลกระทบสำคัญหากโครงการไม่ผ่านการอนุมัติ คือกรุงเทพมหานครอาจต้องเช่ารถดีเซลรุ่นเดิมต่อไปอย่างน้อย 2 ปี รถบางส่วนมีอายุการใช้งานประมาณ 5-7 ปี จึงอาจมีต้นทุนซ่อมบำรุงสูงขึ้น รวมถึงยังต้องรับภาระราคาน้ำมันและมลพิษจากการใช้งานต่อเนื่อง ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีรถเก็บขนมูลฝอยรวม 1,715 คัน ประกอบด้วยรถจัดซื้อเดิมและรถเช่า การวางแผนทดแทนจึงควรทำล่วงหน้าเพื่อไม่ให้การเก็บขยะสะดุด

อีกประเด็นที่ควรทำความเข้าใจคือ กรุงเทพมหานครเสนอเช่าเฉพาะรถ ไม่ได้จ้างเหมาทั้งรถและพนักงานพร้อมกัน เนื่องจากมีบุคลากรในระบบอยู่แล้ว ทั้งพนักงานขับรถ พนักงานเก็บขนมูลฝอย และพนักงานกวาด การแยกสัญญาช่วยให้หน่วยงานยังควบคุมการทำงานได้เอง และลดความเสี่ยงหากผู้รับจ้างรายใดประสบปัญหา

ในภาพใหญ่ เจาะข้อเท็จจริงโครงการรถขยะ EV 6 พันล้าน สางปมสภา กทม. ตัดงบ และผลกระทบต่อการจัดการเมือง สะท้อนโจทย์สำคัญของเมืองยุคใหม่ นั่นคือการหาสมดุลระหว่างความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม การตั้งคำถามจากสภาเป็นเรื่องจำเป็น แต่กระบวนการตรวจสอบก็ควรเดินควบคู่กับการพิจารณาข้อมูลทางเทคนิคและต้นทุนตลอดอายุโครงการ

มุมมองที่น่าสนใจคือ รถขยะไฟฟ้าอาจเป็นหนึ่งในเทรนด์เทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะที่ขยายตัวต่อเนื่อง หากกรุงเทพมหานครเดินหน้าโครงการ ควรเปิดข้อมูลการประเมินราคา ผลทดสอบรถ เงื่อนไขแบตเตอรี่ และผลการลดมลพิษให้ประชาชนติดตามได้ง่ายที่สุด ก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย คนกรุงเทพฯ ควรช่วยกันติดตามโครงการนี้อย่างใกล้ชิด เพราะการจัดการขยะที่ดีไม่ได้จบแค่การมีรถใหม่ แต่ต้องนำไปสู่เมืองที่สะอาด โปร่งใส และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าในระยะยาว

ที่มา – เจาะข้อเท็จจริงโครงการรถขยะ EV 6 พันล้าน สางปมสภา กทม. ตัดงบ และผลกระทบต่อการจัดการเมือง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *