เกรตา เกอร์วิกได้ Stairway to Heaven มาอย่างไร

ตัวอย่างภาพยนตร์ Narnia: The Magician’s Nephew ของผู้กำกับเกรตา เกอร์วิกสร้างความประหลาดใจให้แฟนหนังทั่วโลกตั้งแต่ภาพแรก ทั้งภาพเหนือจริง บรรยากาศแฟนตาซีที่ชวนฝัน และการเลือกใช้เพลงร็อกระดับตำนานอย่าง “Stairway to Heaven” ของ Led Zeppelin เป็นเพลงประกอบ จุดที่น่าสนใจคือเพลงนี้ถือเป็นหนึ่งในผลงานร็อกที่โด่งดังและได้รับการยกย่องมากที่สุดตลอดกาล อีกทั้งวงยังขึ้นชื่อเรื่องการดูแลลิขสิทธิ์เพลงอย่างเข้มงวด

หลายคนจึงตั้งคำถามว่า เกรตา เกอร์วิกได้ Stairway to Heaven มาอย่างไร และอะไรทำให้ Robert Plant นักร้องนำ กับ Jimmy Page มือกีตาร์ ยอมอนุญาตให้เพลงนี้ปรากฏในตัวอย่างภาพยนตร์เป็นครั้งแรก คำตอบไม่ได้เกิดจากการเจรจาทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ของผู้กำกับและความผูกพันที่ศิลปินทั้งสองมีต่อผลงานของ C.S. Lewis ด้วย

เกรตา เกอร์วิกได้ Stairway to Heaven มาอย่างไร

ในงานเปิดตัวตัวอย่างภาพยนตร์ เกอร์วิกเล่าให้ Stephen Colbert ฟังว่า เธอเลือกวิธีนำภาพยนตร์ไปให้ Plant และ Page รับชมด้วยตัวเอง พร้อมอธิบายแนวคิดและหัวใจของเรื่องอย่างละเอียด แทนที่จะนำเสนอเพียงฉากสั้น ๆ หรือเอกสารเกี่ยวกับการขอใช้เพลง เธอต้องการให้ทั้งสองคนเห็นว่าเพลง “Stairway to Heaven” มีความหมายเชื่อมโยงกับเรื่องราวของภาพยนตร์อย่างไร

เกอร์วิกมองว่าเพลงนี้เป็นบทเพลงมหากาพย์ที่พูดถึงการเดินทางทางจิตวิญญาณ ขณะที่ Narnia: The Magician’s Nephew ก็เป็นเรื่องราวของการเดินทาง การค้นพบโลกใหม่ และการเปลี่ยนแปลงภายในตัวละคร ความเชื่อมโยงดังกล่าวทำให้เพลงไม่ได้ถูกใช้เป็นเพียงเสียงประกอบเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของธีมหลักของภาพยนตร์

เหตุผลที่เพลงเข้ากับโลกของ Narnia

ตามคำบอกเล่าของเกอร์วิก ทั้ง Robert Plant และ Jimmy Page ต่างก็ชื่นชอบงานเขียนของ C.S. Lewis เมื่อพวกเขาได้ชมภาพยนตร์และเข้าใจเจตนาของผู้กำกับ ทั้งคู่จึงมองเห็นหัวใจของเรื่อง สิ่งนี้อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การขอใช้เพลงประสบความสำเร็จ เพราะศิลปินไม่ได้พิจารณาแค่ชื่อเสียงของภาพยนตร์หรือขนาดของโปรเจกต์ แต่ยังเห็นว่าผลงานชิ้นนี้ให้เกียรติกับแนวคิดดั้งเดิมของเพลงด้วย

เพลง “Stairway to Heaven” มีโครงสร้างที่ค่อย ๆ เติบโตจากท่วงทำนองเรียบสงบไปสู่ช่วงดนตรีที่ทรงพลัง การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้สอดคล้องกับภาพแฟนตาซีของ Narnia ซึ่งเริ่มต้นจากโลกธรรมดา ก่อนขยายไปสู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ และคำถามเกี่ยวกับความดี ความชั่ว รวมถึงการเลือกของมนุษย์

แรงบันดาลใจจากร็อกอังกฤษยุค 1960 และ 1970

ก่อนหน้านี้ เกอร์วิกเคยกล่าวว่าเธอต้องการสร้างภาพยนตร์ Narnia ในลักษณะ “ร็อกโอเปรา” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากดนตรีร็อกอังกฤษในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 การใช้เพลงของ Led Zeppelin จึงไม่ใช่การเลือกแบบฉาบฉวย แต่เป็นการยืนยันว่าดนตรีจะมีบทบาทสำคัญต่ออารมณ์และภาษาภาพยนตร์

สำหรับตัวอย่างภาพยนตร์ เพลงนี้ช่วยเพิ่มความรู้สึกยิ่งใหญ่ ลึกลับ และเป็นอิสระให้กับภาพต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ผู้ชมจะสัมผัสได้ว่า Narnia ฉบับของเกอร์วิกอาจมีโทนแตกต่างจากภาพยนตร์แฟนตาซีทั่วไป เพราะไม่ได้เน้นเพียงการผจญภัย แต่ยังต้องการนำเสนอประสบการณ์ทางอารมณ์ที่แปลกใหม่และมีพลังแบบคอนเสิร์ตร็อก

การอนุญาตใช้เพลงครั้งสำคัญของ Led Zeppelin

สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นคือ นี่ถูกระบุว่าเป็นครั้งแรกที่ Led Zeppelin อนุญาตให้ใช้เพลง “Stairway to Heaven” ในลักษณะนี้ นับตั้งแต่เพลงเปิดตัวในปี 1971 เพลงดังกล่าวได้รับการดูแลอย่างระมัดระวังมาโดยตลอด การปรากฏของเพลงในตัวอย่าง Narnia จึงกลายเป็นสัญญาณสำคัญว่าโปรเจกต์นี้มีบางอย่างที่สามารถสร้างความประทับใจให้เจ้าของผลงานได้

แน่นอนว่า การได้เพลงระดับตำนานมาใช้ไม่ได้รับประกันว่าภาพยนตร์จะประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ แต่การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความคาดหวังอย่างมากให้กับผู้ชม เพราะแสดงให้เห็นว่าเกอร์วิกสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของเธอจนทำให้ศิลปินต้นฉบับมองเห็นความสอดคล้องระหว่างเพลงกับหนังได้

  • เพลงมีเนื้อหาและอารมณ์ที่สื่อถึงการเดินทางทางจิตวิญญาณ
  • ผู้กำกับนำเสนอภาพยนตร์และอธิบายวิสัยทัศน์โดยตรงต่อ Plant และ Page
  • ศิลปินทั้งสองมีความชื่นชอบผลงานของ C.S. Lewis
  • ดนตรีร็อกอังกฤษเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของภาพยนตร์ฉบับนี้

ความคาดหวังต่อ Narnia ฉบับใหม่

จากตัวอย่างที่เผยแพร่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูเหมือนจะนำเสนอ Narnia ด้วยสไตล์ที่มีสีสันจัดจ้านและกล้าทดลองมากขึ้น การใช้เพลง “Stairway to Heaven” ทำให้ผู้ชมได้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่าเกอร์วิกไม่ได้ต้องการสร้างงานแฟนตาซีแบบเดิม แต่กำลังตีความโลกของ C.S. Lewis ผ่านมุมมองร่วมสมัย ผสมผสานภาพเหนือจริงเข้ากับพลังของดนตรีร็อก

เกรตา เกอร์วิกได้ Stairway to Heaven มาอย่างไร จึงเป็นคำถามที่นำไปสู่ประเด็นใหญ่กว่าการขออนุญาตใช้เพลง นั่นคือพลังของการสื่อสารวิสัยทัศน์อย่างจริงใจ เมื่อผู้สร้างสามารถอธิบายได้ว่าทำไมองค์ประกอบหนึ่งจึงจำเป็นต่อเรื่องราว เจ้าของผลงานก็อาจมองเห็นคุณค่าและความเคารพที่ผู้สร้างมีต่อผลงานต้นฉบับ

Narnia: The Magician’s Nephew มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2027 และเผยแพร่ทาง Netflix วันที่ 2 เมษายน 2027 หากภาพยนตร์ทำได้ตามความคาดหวัง เพลงระดับตำนานเพลงนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการนำดนตรีคลาสสิกมาสร้างความหมายใหม่ในโลกภาพยนตร์ แฟนหนังแฟนตาซีและแฟน Led Zeppelin จึงควรจับตาผลงานเรื่องนี้ และลองชมตัวอย่างอีกครั้งเพื่อสังเกตว่าดนตรีกับภาพทำงานร่วมกันอย่างไร

ในมุมมองของเรา การเลือกเพลงครั้งนี้น่าตื่นเต้นเพราะไม่ได้ขายความยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ยังบอกใบ้ถึงความทะเยอทะยานของภาพยนตร์ด้วย ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและเตรียมพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า Narnia ฉบับของเกอร์วิกจะเปลี่ยนความคาดหวังของผู้ชมได้มากแค่ไหน

ที่มา – How Greta Gerwig Got ‘Stairway to Heaven’ for Her ‘Narnia’ Trailer

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *