อัยการคดีทุจริตฯ สั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีคลุมถุงดำบังคับรับสารภาพคดีฆ่าป้าบัวผัน ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว นัดสอบ 17 ส.ค.นี้
เชื่อว่าหลายคนยังคงจำข่าวสะเทือนขวัญกรณีของ ‘ลุงเปี๊ยก’ ที่ตกเป็นเหยื่อในคดีฆาตกรรมป้าบัวผันกันได้ดีนะครับ แต่วันนี้มีความคืบหน้าสำคัญที่สังคมกำลังจับตามอง เมื่ออัยการคดีทุจริตฯ สั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีคลุมถุงดำบังคับรับสารภาพคดีฆ่าป้าบัวผัน ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว นัดสอบ 17 ส.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทยในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ
ย้อนกลับไปในช่วงที่เกิดเหตุการณ์อื้อฉาว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้าตรวจสอบกรณีลุงเปี๊ยกถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ บังคับให้รับสารภาพในสิ่งที่ไม่ได้ทำ โดยวิธีการที่นำมาใช้ไม่เพียงแต่ผิดจริยธรรม แต่ยังผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นการคลุมถุงดำเพื่อทรมาน หรือการบีบบังคับด้วยอุณหภูมิที่หนาวเย็นจัด ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ ถึงจริยธรรมและความโปร่งใสของตำรวจชุดดังกล่าว
อัยการคดีทุจริตฯ สั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีคลุมถุงดำบังคับรับสารภาพคดีฆ่าป้าบัวผัน ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว นัดสอบ 17 ส.ค.นี้
หลังจากที่ DSI ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนแน่นหนา ล่าสุดทางอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ได้นำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวน 7 นาย ส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 จังหวัดระยอง โดยมีการตั้งข้อหาหนักที่ครอบคลุมความผิดหลายมาตรา ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ที่ถือเป็นกฎหมายฉบับสำคัญในการปกป้องสิทธิมนุษยชน
รายชื่อผู้ต้องหาที่ถูกสั่งฟ้อง
สำหรับตำรวจทั้ง 7 นายที่ต้องเผชิญกับกระบวนการยุติธรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย:
- ร.ต.อ. พงศภัค พลแสน
- พ.ต.ท. พิชิต วัฒโน
- พ.ต.ท. นิติธร พิมพ์คำ
- ร.ต.อ. พชร บุญอินราทากูร
- ด.ต. ภิเศก พวงมาลีประดับ (ดาบเศก)
- จ.ส.ต. ทวีศักดิ์ พูนสะสมทรัพย์
- ส.ต.อ. ชัยศิริ สุรโฆษิต
แม้ว่าในชั้นนี้ศาลจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่การที่ อัยการคดีทุจริตฯ สั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีคลุมถุงดำบังคับรับสารภาพคดีฆ่าป้าบัวผัน ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว นัดสอบ 17 ส.ค.นี้ ก็ได้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่มีใครเหนือกฎหมาย และการตรวจสอบการทำงานของรัฐเป็นสิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญต่อไป
ในมุมมองของผม คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐว่าการใช้อำนาจเกินขอบเขตนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย การพัฒนาเทคโนโลยีการสืบสวนและการนำระบบกล้องวงจรปิดมาใช้ในการบันทึกภาพการสอบสวนอย่างโปร่งใส จะเป็นสิ่งที่เราต้องผลักดันให้มากขึ้นในอนาคตเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก พวกเราในฐานะพลเมืองต้องร่วมกันเป็นกระบอกเสียงและติดตามตรวจสอบความคืบหน้ากันต่อไปครับว่า บทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และความยุติธรรมจะเกิดขึ้นกับคุณลุงเปี๊ยกอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่
