หนองจอก วิถีชีวิตริมคลองแสนแสบกำลังจะถูกทับโถมด้วยคอนกรีต

หนองจอกอาจไม่ใช่ย่านที่คนกรุงเทพฯ นึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อพูดถึงการเดินทาง ท่องเที่ยว หรือไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย แต่พื้นที่แห่งนี้กำลังมีประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรจับตามอง นั่นคือ หนองจอก วิถีชีวิตริมคลองแสนแสบกำลังจะถูกทับโถมด้วยคอนกรีต จากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานริมคลอง ซึ่งอาจเปลี่ยนทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และความเป็นอยู่ของชุมชนไปอย่างถาวร

คลองแสนแสบทอดยาวจากกรุงเทพฯ ชั้นใน ผ่านหลายเขต ก่อนมุ่งหน้าไปยังฉะเชิงเทรา บริเวณหนองจอกยังคงมีตลิ่งดิน น้ำที่สะอาดกว่าในเมือง สวนเกษตร บ้านเรือนริมน้ำ และบรรยากาศชนบทที่หาได้ยากในกรุงเทพมหานคร เขตนี้ถือเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ และยังมีผู้คนจำนวนมากดำรงชีวิตด้วยการทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ และทำประมงพื้นบ้าน

หนองจอก วิถีชีวิตริมคลองแสนแสบกำลังจะถูกทับโถมด้วยคอนกรีต

ภายใต้โครงการ “เมืองเดินได้ ปั่นดี เชื่อมเมืองครบวงจร” มีแนวคิดก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กตามแนวคลอง พร้อมทางเดินและทางจักรยาน รวมถึงระบบระบายน้ำใต้สันเขื่อน แม้เป้าหมายของโครงการจะเกี่ยวข้องกับการป้องกันน้ำท่วมและเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง แต่การก่อสร้างระยะทางหลายสิบกิโลเมตรอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมคลองอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะบริเวณจากมีนบุรีถึงหนองจอก

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงภาพของต้นไม้หรือกอไผ่ที่อาจถูกตัดออก แต่คือการสูญเสียระบบนิเวศที่ทำงานร่วมกันมานาน ตลิ่งดินช่วยดูดซับน้ำและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ พืชริมคลองช่วยกรองมลพิษและสร้างร่มเงา หากพื้นที่เหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยคอนกรีต อุณหภูมิน้ำอาจสูงขึ้น ปลาและสัตว์น้ำอาจลดจำนวนลง รวมถึงนกหลายชนิดที่เคยใช้ต้นไม้ริมคลองเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัย

คลองไม่ใช่เพียงทางระบายน้ำ แต่คือมรดกของชุมชน

ชุมชนหนองจอกมีรากฐานทางประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 คลองแสนแสบถูกขุดขึ้นใน พ.ศ. 2380 เพื่อสนับสนุนการเดินทางและการสงครามระหว่างสยามกับญวน แรงงานชาวมุสลิมและมลายูจากปัตตานี รวมถึงชาวจีนที่เข้ามาร่วมขุดคลอง ได้ตั้งถิ่นฐานและสร้างชุมชนขึ้นในเวลาต่อมา วิถีชีวิตของผู้คนจึงผูกพันกับน้ำ การทำนา การค้าขาย และศาสนสถานอย่างแยกไม่ออก

สำหรับคนในพื้นที่ คลองคือสนามเด็กเล่น เส้นทางสัญจร แหล่งอาหาร และพื้นที่พบปะของครอบครัว บ้านหลายหลังมีศาลาท่าน้ำ มีแปลงผักลอยน้ำ มีกอยกจับปลา และมีมัสยิดเป็นศูนย์กลางของชุมชน ภาพเหล่านี้สะท้อนวัฒนธรรมที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ด้วยงบประมาณหรือแบบก่อสร้างใดๆ ปัจจุบันคนรุ่นใหม่บางส่วนยังพยายามฟื้นชีวิตริมคลอง ผ่านคาเฟ่ พื้นที่เรียนรู้ กิจกรรมวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวทางเรือ

ประสบการณ์จากการก่อสร้างในอดีตทำให้ชาวบ้านมีเหตุผลที่จะตั้งคำถาม โครงการเขื่อนบริเวณตลาดหนองจอกเคยนำไปสู่การรื้อถอนบ้านไม้เก่าแก่และเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดริมน้ำ ขณะที่ตลาดคู้และพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบก็ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างสะพาน การพัฒนาเหล่านี้อาจช่วยแก้ปัญหาบางด้าน แต่ก็ทำให้มรดกทางสถาปัตยกรรมและความทรงจำของชุมชนสูญหายไปด้วย

ทางเดินและทางจักรยานควรสร้างอย่างเข้าใจพื้นที่

ไม่มีใครปฏิเสธประโยชน์ของทางเดินหรือทางจักรยานที่ปลอดภัย แต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานควรเริ่มจากการทำความเข้าใจบริบทของพื้นที่ หนองจอกแตกต่างจากคลองในกรุงเทพฯ ชั้นใน เพราะประชากรไม่ได้หนาแน่นเท่ากัน บ้านเรือนบางส่วนอยู่บนที่ดินส่วนบุคคล และเส้นทางริมน้ำบางช่วงอาจเปลี่ยวในช่วงกลางคืน หากสร้างทางเดินโดยไม่ศึกษาการใช้งานจริง เส้นทางดังกล่าวอาจกลายเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณสูง แต่มีประโยชน์ต่อคนในพื้นที่จำกัด

ทางเลือกที่เหมาะสมอาจเป็นการพัฒนาถนนที่ตัดผ่านทุ่งนาให้เป็นเส้นทางจักรยาน การจัดจุดชมวิวและพื้นที่พักผ่อนในบริเวณที่เหมาะสม รวมถึงการปรับปรุงท่าเรือชุมชนโดยไม่ทำลายตลิ่งดั้งเดิม นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เช่น การพายเรือคายัค การล่องเรือไฟฟ้า การเรียนรู้ระบบเกษตรริมคลอง และการเยี่ยมชมตลาดเก่าโดยมีคนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล

  • สำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมอย่างรอบด้าน
  • เปิดเผยข้อมูลโครงการให้ชุมชนเข้าถึงและแสดงความคิดเห็นได้จริง
  • ออกแบบทางเดินและทางจักรยานโดยหลีกเลี่ยงพื้นที่ธรรมชาติสำคัญ
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่โดยตรง
  • ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลและจัดการมรดกริมคลอง

ในยุคที่เมืองต่างๆ แข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี ความสะดวก และโครงการขนาดใหญ่ เราไม่ควรลืมว่าความเจริญไม่ได้วัดจากปริมาณคอนกรีตเพียงอย่างเดียว เมืองที่ดีควรมีพื้นที่ให้ธรรมชาติ วัฒนธรรม และผู้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล เช่นเดียวกับการออกแบบเทคโนโลยีที่ดีซึ่งต้องคำนึงถึงผู้ใช้งานจริง การพัฒนาหนองจอกก็ควรฟังเสียงของคนที่อาศัยอยู่ริมคลองมาหลายชั่วอายุคน

หนองจอก วิถีชีวิตริมคลองแสนแสบกำลังจะถูกทับโถมด้วยคอนกรีต หากทุกฝ่ายไม่ร่วมกันทบทวนแนวทางการพัฒนาเสียตั้งแต่วันนี้ สิ่งที่สูญเสียอาจไม่ใช่แค่ต้นไม้หรือตลิ่งดิน แต่รวมถึงระบบนิเวศ ประวัติศาสตร์ และมรดกที่มีชีวิตของกรุงเทพฯ ด้วย ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูล แสดงความคิดเห็น และสนับสนุนการพัฒนาที่รักษาคลองไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้สัมผัสอย่างแท้จริง

ที่มา – หนองจอก วิถีชีวิตริมคลองแสนแสบกำลังจะถูกทับโถมด้วยคอนกรีต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *