ส่องกลยุทธ์หาเสียง ‘ชัชชาติ’ เปลี่ยนบิลบอร์ดกลางกรุงเป็นแกลเลอรี สื่อสาร 250+ นโยบาย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกกลยุทธ์การหาเสียงที่น่าสนใจมากของทีมคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ต้องบอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาในธีม ‘สร้างสรรค์’ แบบจัดเต็ม กับแคมเปญ ส่องกลยุทธ์หาเสียง ‘ชัชชาติ’ เปลี่ยนบิลบอร์ดกลางกรุงเป็นแกลเลอรี สื่อสาร 250+ นโยบาย ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการการเมืองไทยโดยสิ้นเชิงครับ

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการเห็นป้ายหาเสียงวางระเกะระกะเต็มทางเท้า แต่ทีมคุณชัชชาติเขาเลือกที่จะใช้วิธีที่ต่างออกไปครับ ทั้งการดีลกับรถสองแถว ป้ายไวนิลตามย่านชุมชน ไปจนถึงการเปลี่ยนจอ LED Billboard ยักษ์กลางเมืองให้กลายเป็นพื้นที่งานศิลปะ นี่ไม่ใช่แค่การหาเสียงธรรมดา แต่มันคือการนำนโยบาย City as Canvas มาทดลองใช้จริงตั้งแต่วันนี้เลยครับ

ส่องกลยุทธ์หาเสียง ‘ชัชชาติ’ เปลี่ยนบิลบอร์ดกลางกรุงเป็นแกลเลอรี สื่อสาร 250+ นโยบาย

หัวใจสำคัญคือการดึงเอาศิลปินรุ่นใหม่กว่า 20 ชีวิตมาร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อสื่อสารนโยบายมากกว่า 250 ข้อ ให้คนกรุงเทพฯ เห็นภาพชัดขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการโชว์ผลงาน 3D Art จากกลุ่มศิลปินชื่อดังที่จอยักษ์ย่านสยามสแควร์ เรียกว่าเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับงานออกแบบได้อย่างลงตัวสุดๆ ครับ

ทำไมนโยบายนี้ถึงน่าสนใจและกลายเป็นจุดเปลี่ยน?

  • ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง: การที่งานศิลปะไปอยู่บนบิลบอร์ดทำให้เมืองดูมีชีวิตชีวาขึ้น ไม่ใช่มลภาวะทางสายตาเหมือนป้ายหาเสียงแบบเดิม
  • กระจายรายได้: ตั้งแต่คนขับรถสองแถวไปจนถึงศิลปิน ทุกพื้นที่ในแผนการหาเสียงครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนตัวเล็กตัวน้อย
  • นำร่องปฏิบัติจริง: การเปลี่ยนบิลบอร์ดให้เป็นแกลเลอรีช่วยให้คนเห็นภาพว่า ถ้าเลือกเข้ามาแล้ว พื้นที่สาธารณะอื่นๆ อย่างป้ายรถเมล์หรือสะพานลอย จะถูกพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันในอนาคต

ในมุมมองของนักสังเกตการณ์ นี่คือการใช้สื่อโฆษณาในรูปแบบ Digital Marketing ที่ผสานงานสร้างสรรค์เข้าไปอย่างชาญฉลาด การส่องกลยุทธ์หาเสียง ‘ชัชชาติ’ เปลี่ยนบิลบอร์ดกลางกรุงเป็นแกลเลอรี สื่อสาร 250+ นโยบาย ในครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมสำหรับแบรนด์ต่างๆ ว่าการนำเสนอสิ่งที่ ‘มีประโยชน์’ และ ‘สวยงาม’ แทนที่จะเป็นการยัดเยียดข้อมูลเพียงอย่างเดียว จะได้ใจผู้บริโภคหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มากกว่ากันมากครับ

ทิ้งท้ายกันด้วยความคิดเห็นส่วนตัว ผมมองว่านี่คือเทรนด์ของเมืองสมัยใหม่ที่งานดีไซน์กับนโยบายสาธารณะจะต้องเดินไปพร้อมกัน หากเราเปลี่ยนผังเมืองให้เป็นพื้นที่แสดงพลังแห่งความสร้างสรรค์ได้ ความสุขของคนเมืองก็จะตามมาเองครับ นี่คือต้นแบบที่น่าจับตาจริงๆ ว่าจะถูกนำไปขยายผลอย่างไรต่อไปครับ

ที่มา – ส่องกลยุทธ์หาเสียง ‘ชัชชาติ’ เปลี่ยนบิลบอร์ดกลางกรุงเป็นแกลเลอรี สื่อสาร 250+ นโยบาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *