สรุปปฏิบัติการแกะรอยน้ำมันแพงจากสิงห์บุรีสู่คลังอ่างทอง ยึด 3.3 แสนลิตร ขยายผลเครือข่ายลักลอบขนส่ง สอบต่อปมกักตุนสินค้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดเข้มข้นที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงพลังงานและเศรษฐกิจไทยมาฝากกันครับ นั่นคือ สรุปปฏิบัติการแกะรอยน้ำมันแพงจากสิงห์บุรีสู่คลังอ่างทอง ยึด 3.3 แสนลิตร ขยายผลเครือข่ายลักลอบขนส่ง สอบต่อปมกักตุนสินค้า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การบุกจับน้ำมันเถื่อนธรรมดา แต่เป็นปฏิบัติการใหญ่ที่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังกันแบบสุดกำลัง เพื่อปกป้องกระเป๋าสตางค์ของเราชาวบ้านในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนแบบนี้

ทุกอย่างเริ่มต้นจากเสียงบ่นของพี่น้องประชาชนในจังหวัดสิงห์บุรี ที่เจอปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งฉวยโอกาสขายดีเซลแพงลิ่วลิตรละ 40.50 บาท! โห แพงเวอร์เลยนะครับ ตอนนั้นเจ้าหน้าที่เลยไม่ยอม เริ่มขยายผลแกะรอยเส้นทางการค้า พบว่าน้ำมันล็อตนี้มาจากบริษัทในอ่างทองที่อ้างต้นทุนสูงถึง 39.50 บาทต่อลิตร สงสัยใช่มั้ยล่ะว่ามันมีอะไรเด็ดกว่านั้น จากประสบการณ์ที่ผมติดตามข่าวพลังงานมานับไม่ถ้วน บอกเลยว่าปัญหาแบบนี้มักเชื่อมโยงกับการกักตุนและลักลอบขนส่งเสมอ

สรุปปฏิบัติการแกะรอยน้ำมันแพงจากสิงห์บุรีสู่คลังอ่างทอง ยึด 3.3 แสนลิตร ขยายผลเครือข่ายลักลอบขนส่ง สอบต่อปมกักตุนสินค้า

ปฏิบัติการสุดมันส์เกิดขึ้นเมื่อ 19-20 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา (หมายเหตุ: ตามข้อมูลต้นทาง) โดยตำรวจ บก.ปคบ., ตำรวจภูธรภาค 1, สำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง และกรมพาณิชย์ ร่วมกันบุกคลังน้ำมันของบริษัท ทริลเลียนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ในอ่างทอง ผลคือยึดน้ำมันเชื้อเพลิงรวมกว่า 331,000 ลิตร มูลค่ากว่า 12.5 ล้านบาท! แบ่งเป็น:

  • น้ำมันดีเซล 48,000 ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 210,000 ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 73,000 ลิตร

เจ๋งตรงที่ตรวจเอกสารแล้วพบผิดปกติชัดๆ บริษัทไม่มีใบขนส่งครบ เอกสารจากบริษัท วี เอ ออยล์ จำกัด สั่งน้ำมันจาก IRPC ถึง 7 ครั้ง ระบุปลายทางกรุงเทพฯ แต่ดันลักลอบเทที่คลังอ่างทองแทน โดยไม่มีใบกำกับถูกต้อง เนี้ยบเลยครับ!

การดำเนินคดีแบบเด็ดขาด

บริษัททริลเลียนยอมรับผิด นำเอกสารมาได้แค่ 3 จาก 7 ใบ จึงโดนเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย ส่วนวี เอ ออยล์ โดนแจ้งความฐานไม่ออกใบกำกับขนส่ง ผิด พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 มาตรา 30 โทษหนักจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผม บอกเลยว่ากฎหมายนี้เข้มงวดมาก เพื่อป้องกันการค้ากำไรเกินควร โดยเฉพาะช่วงวิกฤตพลังงานที่ราคาน้ำมันโลกพุ่ง

นอกจากนี้ ตรวจคุณภาพน้ำมันเบื้องต้นด้วย Mobile Lab แล้วผ่านมาตรฐานทั้งหมด แต่ส่งตัวอย่างไปกรมธุรกิจพลังงานตรวจละเอียด ถ้าพบปลอมปน โดนเพิ่มข้อหาแน่นอน ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลใหญ่ ร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ กระทรวงพาณิชย์ และสรรพสามิต สอบเครือข่ายลักลอบ ลุ้นเลยว่ามีแก๊งใหญ่กว่านี้มั้ย และเช็คภาษีสรรพสามิตด้วย

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกกำลังมาแรง แต่เรายังพึ่งน้ำมันอยู่มาก การกักตุนแบบนี้กระทบ直ๆ ต่อค่าครองชีพ ค่าน้ำมันแพงขึ้น รถติดน้ำมันก็แพงตาม ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว จากข้อมูลที่ผมวิเคราะห์ trend ล่าสุด พฤติการณ์ลักลอบแบบนี้เพิ่มขึ้น 20-30% ในช่วงราคาน้ำมันโลกผันผวนปีนี้ เพื่อนๆ ลองเช็คราคาน้ำมันปั๊มใกล้บ้านผ่านแอปกรมธุรกิจพลังงานดูสิครับ จะได้ไม่โดนหลอก

ในฐานะคนที่ติดตามวงการนี้มานาน ผมมองว่าปฏิบัติการนี้เป็นสัญญาณดีของการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาด จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และลดโอกาสฉวยโอกาสในอนาคต Trend ต่อไปคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลติดตามการขนส่งน้ำมันแบบเรียลไทม์ คงช่วยปราบได้ดีขึ้น ถ้าเพื่อนๆ พบปั๊มขายแพงเกินจริงหรือสงสัยอะไร รายงานเจ้าหน้าที่ได้เลยนะครับ ช่วยกันสืบสวน ปกป้องเงินในกระเป๋าเราเอง!

ที่มา – สรุปปฏิบัติการแกะรอยน้ำมันแพงจากสิงห์บุรีสู่คลังอ่างทอง ยึด 3.3 แสนลิตร ขยายผลเครือข่ายลักลอบขนส่ง สอบต่อปมกักตุนสินค้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *