สบส.สั่งปิด’โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม’ พบดัดแปลงกรงเหล็กขังผู้สูงอายุ-ลอบรับผู้ป่วยจิตเวช

สบส.สั่งปิด’โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม’ พบดัดแปลงกรงเหล็กขังผู้สูงอายุ-ลอบรับผู้ป่วยจิตเวช กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัย สิทธิ และศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในสถานดูแลมืออาชีพ

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. มีคำสั่งด่วนที่สุด ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพของ ‘โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง’ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 และพบการฝ่าฝืนกฎหมายหลายประการ

สบส.สั่งปิด’โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม’ พบดัดแปลงกรงเหล็กขังผู้สูงอายุ-ลอบรับผู้ป่วยจิตเวช

ประเด็นสำคัญจากการตรวจสอบคือ การปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในสถานดูแลจากแบบที่ได้รับอนุญาต โดยพบห้องที่สร้างเป็นกรงเหล็กและสามารถล็อกจากด้านนอกได้ นอกจากนี้ บริเวณขอบประตู เพดาน และหลังคาโดยรอบยังมีการขึงลวดหนามหีบเพลง ขณะเดียวกัน เตียงของผู้รับบริการบางรายถูกดัดแปลงด้วยโครงเหล็กเป็นกรงครอบปิดไว้อีกชั้นหนึ่ง

ลักษณะดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจัดสถานที่ที่แตกต่างจากใบอนุญาตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้รับบริการอย่างชัดเจน ผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงควรได้รับการดูแลด้วยความเข้าใจ มีพื้นที่ที่ปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติอย่างเคารพ ไม่ใช่ถูกควบคุมด้วยสภาพแวดล้อมที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกคุมขัง

พบขยายพื้นที่ให้บริการเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ยังพบว่า สถานประกอบการดังกล่าวมีการขยายพื้นที่ให้บริการจากพื้นที่เดิมที่ได้รับอนุญาตประมาณ 1,600 ตารางเมตร เป็น 4,681 ตารางเมตร การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ในลักษณะนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะสถานดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขด้านอาคาร บุคลากร ระบบความปลอดภัย และมาตรฐานการให้บริการที่หน่วยงานรัฐตรวจสอบแล้ว

หากมีการเปิดใช้พื้นที่เพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้รับบริการและครอบครัวอาจไม่สามารถทราบได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยหรือไม่ ทั้งยังทำให้การกำกับดูแลเป็นไปได้ยากขึ้น กรณีนี้จึงเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559

ลอบรับผู้ป่วยจิตเวชโดยไม่มีใบอนุญาตสถานพยาบาล

อีกหนึ่งข้อกล่าวหาที่มีความสำคัญคือ การพบว่าสถานที่แห่งนี้รับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารับการดูแลหรือรักษา ทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล การดูแลผู้ป่วยจิตเวชจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทาง ระบบประเมินอาการ การจัดการยา การควบคุมภาวะฉุกเฉิน และมาตรการป้องกันอันตรายที่รัดกุมกว่าการดูแลผู้สูงอายุทั่วไป

การนำผู้ป่วยจิตเวชมารับบริการในสถานที่ที่ไม่มีใบอนุญาตตรงตามประเภทกิจการ อาจสร้างความเสี่ยงทั้งต่อผู้ป่วย บุคลากร และผู้รับบริการรายอื่น กรณีดังกล่าวจึงอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หน่วยงานรัฐต้องเร่งดำเนินการ

เหตุผลที่สบส.เพิกถอนใบอนุญาต

ภานุเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อาศัยอำนาจตามกฎหมายออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของโสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮมฯ เนื่องจากพบการปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี

ผู้รับอนุญาตยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง อย่างไรก็ตาม การอุทธรณ์จะไม่ทำให้คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตหยุดมีผลบังคับใช้ในระหว่างการพิจารณา

สิ่งที่ครอบครัวควรตรวจสอบก่อนเลือกเนอร์สซิ่งโฮม

เหตุการณ์ สบส.สั่งปิด’โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม’ พบดัดแปลงกรงเหล็กขังผู้สูงอายุ-ลอบรับผู้ป่วยจิตเวช เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหาสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง โดยก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ไม่ควรพิจารณาเพียงราคา ทำเล หรือภาพประชาสัมพันธ์บนสื่อออนไลน์

  • ตรวจสอบใบอนุญาตของสถานประกอบการกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
  • สอบถามว่าพื้นที่จริงตรงกับพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
  • ขอข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนและคุณสมบัติของบุคลากรผู้ดูแล
  • สังเกตสภาพห้องพัก ทางหนีไฟ ระบบรักษาความปลอดภัย และความสะอาด
  • สอบถามแนวทางรับมือเมื่อผู้สูงอายุมีอาการฉุกเฉินหรือมีภาวะสับสน
  • พูดคุยกับญาติของผู้รับบริการรายอื่นเพื่อประกอบการตัดสินใจ

นอกจากนั้น ครอบครัวควรมีโอกาสเข้าเยี่ยมผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอ และสังเกตทั้งสภาพร่างกาย อารมณ์ พฤติกรรม รวมถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น หากพบสิ่งผิดปกติ เช่น ร่องรอยบาดเจ็บ ความหวาดกลัว การถูกแยกออกจากผู้อื่น หรือการจำกัดอิสรภาพโดยไม่มีคำอธิบาย ควรสอบถามผู้ให้บริการและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

ในภาพรวม ข่าว สบส.สั่งปิด’โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม’ พบดัดแปลงกรงเหล็กขังผู้สูงอายุ-ลอบรับผู้ป่วยจิตเวช สะท้อนว่าธุรกิจดูแลผู้สูงอายุไม่ควรถูกมองเป็นเพียงบริการทั่วไป แต่เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและสิทธิมนุษยชนโดยตรง หน่วยงานรัฐควรตรวจสอบสถานดูแลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความเคารพต่อผู้รับบริการมากกว่าการลดต้นทุน

สำหรับประชาชน การตรวจสอบใบอนุญาตและการตั้งคำถามก่อนใช้บริการคือเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด หากพบสถานดูแลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ควรเก็บข้อมูลอย่างระมัดระวังและแจ้งหน่วยงานรัฐเพื่อให้เข้าตรวจสอบ เพราะเสียงของครอบครัวและสังคมสามารถช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุให้ปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีมากขึ้นได้

ที่มา – สบส.สั่งปิด’โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม’ พบดัดแปลงกรงเหล็กขังผู้สูงอายุ-ลอบรับผู้ป่วยจิตเวช

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *