สตาร์ทอัพอดีตดีไซเนอร์ Apple เชื่อ GUI AI เปลี่ยนทุกอย่าง

วงการเทคโนโลยีกำลังเดินทางเข้าสู่ยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงแชตบอตสำหรับตอบคำถามอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นผู้ช่วยที่ลงมือทำงานแทนเราได้จริง หนึ่งในบริษัทที่น่าจับตามองคือ Hark สตาร์ทอัพด้าน AI ซึ่งมี Brett Adcock ผู้ก่อตั้ง Figure AI เป็นซีอีโอ และได้ Abidur Chowdhury อดีตนักออกแบบอุตสาหกรรมของ Apple มารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบ

Chowdhury เป็นที่รู้จักจากการเปิดตัว iPhone Air ในงานประจำปีของ Apple ก่อนจะลาออกหลังจากนั้นไม่นาน การย้ายมาร่วมงานกับ Hark ทำให้หลายคนสงสัยว่าบริษัทแห่งนี้กำลังพัฒนาอะไรอยู่ และเหตุใดอดีตนักออกแบบจาก Apple จึงเลือกเดิมพันกับแนวคิดที่เรียกว่าอินเทอร์เฟซสำหรับ AI

สตาร์ทอัพอดีตดีไซเนอร์ Apple เชื่อ GUI AI เปลี่ยนทุกอย่าง

แนวคิดหลักของ Hark คือการสร้าง Hark Pro ระบบปฏิบัติการ AI สำหรับชีวิตประจำวัน โดยบริษัทมองว่าแชตบอตในปัจจุบันยังมีรูปแบบคล้ายหน้าต่าง Command Line ผู้ใช้ต้องพิมพ์คำสั่งแล้วรอคำตอบ แม้จะใช้งานได้ แต่ไม่ใช่ประสบการณ์ที่เป็นมิตรหรือเข้าใจง่ายสำหรับทุกคน

Chowdhury เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงนี้กับ Macintosh รุ่นแรกของ Apple ซึ่งนำกราฟิก เมาส์ และหน้าต่างต่าง ๆ มาทำให้คอมพิวเตอร์เข้าถึงคนทั่วไปได้ง่ายขึ้น Hark ต้องการทำสิ่งเดียวกันกับ AI นั่นคือสร้าง GUI หรือ Graphical User Interface ที่ช่วยให้ผู้ใช้สั่งงาน AI ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เห็นภาพ และไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีเขียนพรอมต์ที่ซับซ้อน

สตาร์ทอัพอดีตดีไซเนอร์ Apple เชื่อ GUI AI เปลี่ยนทุกอย่างผ่านหน้าตาใหม่

จากเดโมเบื้องต้น Hark Pro ยังคงมีช่องสำหรับพิมพ์คำสั่ง หรือที่บริษัทเรียกว่า Composer อยู่ตรงกลางหน้าจอ อย่างไรก็ตาม จุดแตกต่างอยู่บริเวณรอบ ๆ หน้าต่างนี้ อินเทอร์เฟซมีพื้นหลังที่เปลี่ยนไปตามบรรยากาศ เช่น ท้องฟ้าหรือพระอาทิตย์ตก เพื่อสร้างความรู้สึกสงบและเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้ใช้

ด้านซ้ายของหน้าจอเป็นแผงการ์ดเชิงรุก ซึ่งจะแสดงคำแนะนำจาก AI หลังจากผู้ใช้อนุญาตให้เชื่อมต่ออีเมลและบริการต่าง ๆ การ์ดเหล่านี้อาจเตือนว่ามีเพื่อนร่วมงานรออนุมัติเอกสาร แจ้งให้อัปโหลดใบเสร็จเพื่อเบิกค่าใช้จ่าย เตือนให้ชำระเงิน เช็กอินเที่ยวบิน หรือยืนยันการจัดส่งสินค้า

แนวคิดดังกล่าวไม่ได้ใหม่ทั้งหมด เพราะผู้ช่วยจาก Google, Apple, Samsung และแอป AI หลายรายก็เริ่มนำเสนอคำแนะนำลักษณะเดียวกันแล้ว แต่ Hark พยายามทำให้ทุกอย่างดูเหมือนระบบปฏิบัติการมากกว่าแชตบอตทั่วไป การ์ดที่เรียงซ้อนกันและการแจ้งเตือนแบบเป็นชั้น ๆ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานดูคล้ายผลิตภัณฑ์จาก Apple ซึ่งไม่น่าแปลกใจเมื่อพิจารณาจากพื้นฐานของทีมออกแบบ

AI Agent ของ Hark ทำงานแทนผู้ใช้ได้อย่างไร

เมื่อผู้ใช้ต้องการให้ AI ลงมือทำงาน ก็สามารถพิมพ์คำสั่งลงใน Composer ได้เหมือนการใช้งาน AI Agent ทั่วไป จากนั้น Hark จะเปิดคอมพิวเตอร์บนคลาวด์ที่เรียกว่า Handoff เพื่อดำเนินการผ่านเว็บไซต์และบริการต่าง ๆ แทนผู้ใช้

ตัวอย่างหนึ่งคือการสั่งซื้อแซนด์วิช Filet-O-Fish ผ่าน DoorDash ระบบสามารถเปิดเว็บไซต์ คลิกเลือกสินค้า ตรวจสอบรายละเอียด และเตรียมการชำระเงินให้เสร็จ เหลือเพียงให้ผู้ใช้ยืนยันขั้นตอนสุดท้าย แม้กระบวนการนี้อาจใช้เวลานานกว่าการเปิดแอปเองในกรณีงานง่าย ๆ แต่ประโยชน์จะเห็นชัดเมื่อเป็นงานที่ซับซ้อน

เช่น หากต้องการหาทันตแพทย์ที่รับประกันสุขภาพ มีคะแนนรีวิวดี อยู่ใกล้บ้าน และมีเวลาว่างตรงกับตารางงาน Hark สามารถเปิดเบราว์เซอร์หลายหน้าต่าง ค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบตัวเลือก และสรุปผลให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปิดเว็บไซต์จำนวนมากด้วยตัวเอง

  • ค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายเว็บไซต์
  • เตรียมการสั่งซื้อหรือจองบริการ
  • ติดตามงานที่ต้องอนุมัติหรือชำระเงิน
  • แนะนำขั้นตอนถัดไปตามบริบทของผู้ใช้
  • จดจำความชอบและรูปแบบการใช้งานในระยะยาว

ความเป็นส่วนตัวคือคำถามสำคัญของ Hark Pro

เพื่อให้ AI ทำงานได้อย่างมีประโยชน์ Hark จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก เช่น อีเมล ปฏิทิน บริการชำระเงิน บัญชีชอปปิง และความชอบส่วนตัว ระบบยังต้องเรียนรู้ว่าผู้ใช้ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และมักตัดสินใจอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ AI คาดการณ์ความต้องการได้ดีขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

Hark ยกตัวอย่างว่า หากผู้ใช้ซื้อตั๋วภาพยนตร์ ระบบอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่การจองที่นั่ง แต่ยังค้นหาที่จอดรถใกล้เคียง เสนอให้จองพื้นที่ และส่ง QR Code สำหรับเข้าที่จอดรถให้ด้วย ที่สำคัญคือระบบอาจทยอยนำเสนอแต่ละขั้นตอนตามเวลาที่เหมาะสม แทนที่จะส่งข้อมูลทุกอย่างมาพร้อมกันในหน้าต่างแชต

นี่คือจุดที่ทำให้แนวคิดของ Hark แตกต่างจากการใช้ AI ตอบคำถามทั่วไป เพราะบริษัทต้องการให้ AI เข้าใจบริบทของชีวิตและช่วยจัดการงานเบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรอ่านนโยบายข้อมูล ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง และไม่เชื่อมต่อบริการสำคัญโดยไม่จำเป็น

ฮาร์ดแวร์ลึกลับที่อาจเปิดตัวในอนาคต

ปัจจุบัน Hark Pro เปิดให้ใช้งานบนเว็บ iOS และ Android โดยมีแผนบริการฟรี และแพ็กเกจรายเดือนสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานมากขึ้น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 20 ดอลลาร์สำหรับโควตาเพิ่มขึ้นสองเท่า และ 100 ดอลลาร์สำหรับโควตาเพิ่มขึ้นสิบเท่า

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าซอฟต์แวร์คือฮาร์ดแวร์ที่ Hark กำลังพัฒนาแบบเงียบ ๆ และคาดว่าจะเปิดตัวในปี 2027 บริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด แต่มีข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะไม่ใช่พินสวมใส่ แว่นตาอัจฉริยะ หรือหุ่นยนต์มนุษย์ของ Figure AI จึงมีความเป็นไปได้ว่าอุปกรณ์นี้อาจเป็นศูนย์กลางอัจฉริยะสำหรับวางบนโต๊ะข้างเตียงหรือในห้องครัว

อีกความเป็นไปได้คืออุปกรณ์พกพาที่มีหน้าจอขนาดเล็ก คล้าย Rabbit R1 แต่เน้นแสดงการ์ดงานและคำแนะนำเชิงรุกมากกว่าการเปิดแอปแบบโทรศัพท์ทั่วไป รูปแบบสุดท้ายอาจแตกต่างจากอุปกรณ์ที่เราคุ้นเคย เพราะ Hark ต้องการสร้างวิธีใช้งานคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ ไม่ใช่เพียงนำ AI ไปใส่ในอุปกรณ์เดิม

ความคิดเห็นส่งท้าย: สตาร์ทอัพอดีตดีไซเนอร์ Apple เชื่อ GUI AI เปลี่ยนทุกอย่าง ไม่ใช่เพราะ Hark คิดค้น AI Agent เป็นรายแรก แต่เพราะบริษัทกำลังพยายามแก้ปัญหาที่สำคัญมาก นั่นคือการทำให้ AI เข้าใจง่ายและเข้ากับชีวิตจริง หาก Hark ทำให้ระบบมีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และช่วยประหยัดเวลาได้จริง อินเทอร์เฟซรูปแบบนี้อาจเป็นก้าวสำคัญจากยุคแชตบอตไปสู่ยุคผู้ช่วยดิจิทัลที่ทำงานแทนเราได้อย่างแท้จริง ผู้ใช้ควรติดตามการเปิดตัวอย่างใกล้ชิด เพราะความสำเร็จของ Hark อาจเปลี่ยนวิธีที่เราสั่งงานคอมพิวเตอร์ในอนาคต

ที่มา – This Startup Led by an Ex-Apple Designer Thinks a GUI for AI Could Change Everything

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *