สช. ลงพื้นที่เชียงราย เยี่ยมชมโมเดลต้นแบบขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุ หนุนชุมชนเข้มแข็ง-เศรษฐกิจผู้สูงวัยยั่งยืน
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ จากจังหวัดเชียงรายมาฝากกันครับ เมื่อไม่นานมานี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมชมโมเดลการจัดการสังคมสูงวัยที่น่าสนใจมากที่ อ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งที่นี่เขาได้ใช้ สช. ลงพื้นที่เชียงราย เยี่ยมชมโมเดลต้นแบบขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุ หนุนชุมชนเข้มแข็ง-เศรษฐกิจผู้สูงวัยยั่งยืน มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยครับ
สช. ลงพื้นที่เชียงราย เยี่ยมชมโมเดลต้นแบบขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุ หนุนชุมชนเข้มแข็ง-เศรษฐกิจผู้สูงวัยยั่งยืน
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมพื้นที่นี้ถึงกลายเป็นต้นแบบได้ คำตอบคือความเข้มแข็งของชุมชนนั่นเองครับ ปัจจุบันอำเภอพานมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึงเกือบ 30% ของประชากรทั้งหมด แต่แทนที่จะมองว่าเป็นปัญหา ทางพื้นที่กับมองว่าเป็นโอกาสในการสร้างเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต โดยมีธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัยเป็นกติการ่วมกันใน 6 มิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม สภาพแวดล้อม ภูมิปัญญา เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีครับ
ถอดบทเรียนจากตำบลป่าหุ่งและตำบลหัวง้ม
จากการที่ สช. ลงพื้นที่เชียงราย เยี่ยมชมโมเดลต้นแบบขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุ หนุนชุมชนเข้มแข็ง-เศรษฐกิจผู้สูงวัยยั่งยืน เราได้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจนอย่างที่ตำบลหัวง้ม ที่มีโครงการอย่าง “ธนาคารความดี” และ “บ้านชื่นสุข” ซึ่งไม่ใช่แค่การดูแลร่างกายด้วยทีมแพทย์แผนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการดูแลทางจิตใจด้วย “สมุดเบาใจ” ที่ให้ผู้สูงอายุได้วางแผนชีวิตในช่วงสุดท้ายได้อย่างสงบสุขและมีคุณค่า
สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากโมเดลของเชียงรายคือการบูรณาการครับ โดยใช้คนเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มติดสังคมที่มาทำกิจกรรมในโรงเรียนผู้สูงอายุ หรือกลุ่มติดบ้านติดเตียงที่มี Caregiver คอยดูแลใกล้ชิด ทำให้เห็นว่าหัวใจของการขับเคลื่อนคือการที่คนในชุมชนลุกขึ้นมาช่วยกันเอง ภายใต้กติกาที่ตกลงกันไว้ในระดับตำบล
- สุขภาพกาย: การเข้าถึงแพทย์แผนไทยและกิจกรรมออกกำลังกายสมอง
- สุขภาพจิต: การใช้ธรรมะและการวางแผนชีวิตผ่านสมุดเบาใจ
- เศรษฐกิจ: สร้างรายได้จากภูมิปัญญาและความเชี่ยวชาญของผู้สูงอายุ
- สภาพแวดล้อม: การปรับบ้านให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย
มุมมองและเทรนด์ในอนาคต
เทรนด์สังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปครับ ในอนาคตเราจะเห็นโมเดลแบบ “คนพานไม่ทิ้งกัน” กระจายตัวไปสู่จังหวัดอื่นๆ มากขึ้น การที่ชุมชนเข้มแข็งด้วยกลไกธรรมนูญสุขภาพ จะช่วยให้ผู้สูงอายุไม่ได้เป็นเพียงผู้รอรับการดูแล แต่เป็นพลังในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่นได้จริง ผมเชื่อว่าหากแต่ละท้องถิ่นเริ่มปรับตัวโดยใช้ดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับวิถีชุมชนเดิม เราจะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของสังคมสูงวัยไปได้อย่างยั่งยืนแน่นอนครับ
