รุ้งกินน้ำพาดผ่านท้องฟ้าฝั่งธนฯ ปรากฏการณ์ฟ้าหลังฝนถล่มช่วงเลิกงานของคนกรุง
รุ้งกินน้ำพาดผ่านท้องฟ้าฝั่งธนฯ ปรากฏการณ์ฟ้าหลังฝนถล่มช่วงเลิกงานของคนกรุง กลายเป็นภาพสวยที่ช่วยเติมสีสันให้ช่วงเวลาเลิกงานของชาวกรุงเทพฯ หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ฝั่งธนบุรีเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ช่างภาพ THE STANDARD สามารถบันทึกภาพรุ้งกินน้ำพาดผ่านท้องฟ้าเหนือสถานีรถไฟฟ้า MRT ท่าพระ สายเฉลิมรัชมงคล หรือสายสีน้ำเงิน ได้อย่างโดดเด่น
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกลุ่มฝนเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น. โดยกลุ่มฝนเดินทางมาจากบริเวณจังหวัดนครปฐมตอนล่างและเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือ ลักษณะฝนมีแนวโน้มคงที่และตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของฝั่งธนบุรี ส่งผลให้ผู้คนที่กำลังเดินทางกลับบ้านต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน รถติด และทัศนวิสัยที่ลดลง
รุ้งกินน้ำพาดผ่านท้องฟ้าฝั่งธนฯ ปรากฏการณ์ฟ้าหลังฝนถล่มช่วงเลิกงานของคนกรุง
ฝนตกต่อเนื่องนานประมาณ 1 ชั่วโมง พร้อมมีรายงานฟ้าแลบและเสียงฟ้าร้องเป็นระยะ ก่อนที่กลุ่มฝนจะเริ่มสลายตัวในเวลาต่อมา จากข้อมูลการตรวจวัดพบว่า เขตบางบอนมีปริมาณฝนสะสมสูงสุดอยู่ที่ 67.5 มิลลิเมตร ถือเป็นปริมาณฝนที่มากพอจะทำให้หลายพื้นที่มีน้ำขังชั่วคราว และกระทบต่อการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน
เมื่อฝนเริ่มหยุดและท้องฟ้าเปิด แสงอาทิตย์ที่ยังคงส่องผ่านชั้นบรรยากาศจึงทำให้เกิดภาพรุ้งกินน้ำเหนือแนวอาคารและสถานีรถไฟฟ้า บรรยากาศเช่นนี้มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพและแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว
รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร
รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากแสงอาทิตย์เดินทางผ่านละอองน้ำในอากาศ หลังฝนตกยังมีหยดน้ำขนาดเล็กจำนวนมากลอยอยู่ในบรรยากาศ เมื่อแสงสีขาวจากดวงอาทิตย์ผ่านเข้าไปในหยดน้ำ แสงจะเกิดการหักเห จากนั้นสะท้อนกลับภายในหยดน้ำ และหักเหออกมาอีกครั้ง กระบวนการนี้ทำให้แสงสีขาวแยกออกเป็นสีต่าง ๆ หรือที่เรียกว่าสเปกตรัม
สีที่เรามองเห็นโดยทั่วไปเรียงจากด้านนอกไปด้านในเป็นสีแดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน คราม และม่วง อย่างไรก็ตาม ในชีวิตจริงอาจมองเห็นสีไม่ครบทุกเฉด ขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ขนาดของละอองน้ำ ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ และมุมที่ผู้สังเกตยืนอยู่ หากดวงอาทิตย์อยู่ต่ำกว่าขอบฟ้าและมีละอองน้ำอยู่ด้านตรงข้าม ก็มีโอกาสเห็นรุ้งได้ชัดเจนมากขึ้น
ทำไมรุ้งจึงมักปรากฏหลังฝนตก
ช่วงหลังฝนตกเป็นเวลาที่มีเงื่อนไขเหมาะสมต่อการเกิดรุ้ง เพราะในอากาศยังคงมีละอองน้ำจำนวนมาก ขณะเดียวกันเมฆฝนเริ่มเคลื่อนผ่านและเปิดช่องให้แสงอาทิตย์ส่องลงมา เมื่อแสงและหยดน้ำอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ผู้คนจึงสามารถมองเห็นแนวรุ้งเป็นส่วนโค้งบนท้องฟ้าได้ บางครั้งอาจเห็นเพียงบางส่วนของแนวรุ้ง เนื่องจากอาคารสูง ต้นไม้ หรือเมฆบดบังทัศนวิสัย
สำหรับคนเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางอาคาร ถนน และระบบขนส่งสาธารณะ ภาพรุ้งเหนือสถานี MRT ท่าพระจึงมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างความงามของธรรมชาติกับภูมิทัศน์เมืองได้อย่างลงตัว ภาพดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นว่า แม้ฝนจะสร้างความลำบากในการเดินทาง แต่ก็อาจมอบช่วงเวลาสวยงามที่ช่วยให้ผู้คนหยุดพักจากความเร่งรีบได้เช่นกัน
เหตุการณ์ รุ้งกินน้ำพาดผ่านท้องฟ้าฝั่งธนฯ ปรากฏการณ์ฟ้าหลังฝนถล่มช่วงเลิกงานของคนกรุง ยังเป็นตัวอย่างของคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ เพราะมีทั้งมุมข่าว สภาพอากาศ วิทยาศาสตร์ และภาพถ่ายที่แชร์ต่อได้ง่าย ผู้อ่านที่สนใจภาพบรรยากาศสามารถติดตามภาพข่าวจากช่างภาพได้ผ่านลิงก์ด้านล่าง
มุมมองส่งท้าย: ภาพรุ้งในกรุงเทพฯ อาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที แต่สะท้อนเทรนด์การเล่าเรื่องข่าวยุคใหม่ที่ผสานข้อมูลกับภาพที่เข้าถึงอารมณ์ของผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครั้งต่อไปหลังฝนหยุด ลองเงยหน้ามองท้องฟ้าและเตรียมกล้องไว้ เพราะช่วงเวลาธรรมดาอาจกลายเป็นภาพประทับใจที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ที่มา – รุ้งกินน้ำพาดผ่านท้องฟ้าฝั่งธนฯ ปรากฏการณ์ฟ้าหลังฝนถล่มช่วงเลิกงานของคนกรุง
