รุทธพลเผยรู้ตัวการใหญ่คดีแอร์มีนาแล้ว สั่ง AOT ห้ามลูกเรือทำอาชีพเสริมหิ้วของนอก
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีอัปเดตประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก เกี่ยวกับผลสรุปความคืบหน้าของคดีแอร์โฮสเตสสาวที่ถูกจับกุมในคดีขนยาเสพติดที่ออสเตรเลีย หรือที่เรารู้จักกันในชื่อคดีแอร์มีนา ซึ่งล่าสุดทางภาครัฐได้ออกมาเคลื่อนไหวเชิงรุกเพื่อปิดจุดอ่อนสำคัญที่ขบวนการค้ายาใช้เป็นช่องโหว่ในการกระทำผิด
รุทธพลเผยรู้ตัวการใหญ่คดีแอร์มีนาแล้ว สั่ง AOT ห้ามลูกเรือทำอาชีพเสริมหิ้วของนอก
พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สามารถระบุตัวผู้ที่เกี่ยวข้องและตัวการใหญ่ของขบวนการนี้ได้ชัดเจนแล้ว โดยตัวการรายสำคัญได้หลบหนีไปต่างประเทศ แต่ในส่วนของเครือข่ายที่เหลือในไทยกำลังเร่งติดตามอย่างใกล้ชิด
เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย รัฐบาลได้สั่งการให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเน้นไปที่การตรวจสอบนักบินและลูกเรือให้มากขึ้น ดังนี้:
- เพิ่มจำนวนสุนัข K9 ในการตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระของลูกเรือก่อนขึ้นเครื่อง
- ออกกฎระเบียบเด็ดขาด ห้ามลูกเรือทำอาชีพเสริมรับจ้างหิ้วของไปต่างประเทศโดยเด็ดขาด
- จัดทีมติดตามเฝ้าระวังเพจโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่เปิดรับจ้างหิ้วของว่ามีลูกเรือจากสายการบินใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง
- สุ่มตรวจกระเป๋าของลูกเรือแบบเป็นระยะเพื่อป้องปรามการกระทำความผิด
บทเรียนราคาแพงและคำเตือนถึงเหล่านักรับจ้างหิ้วของ
ทางด้าน พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เน้นย้ำว่า รุทธพลเผยรู้ตัวการใหญ่คดีแอร์มีนาแล้ว สั่ง AOT ห้ามลูกเรือทำอาชีพเสริมหิ้วของนอก นั้นถือเป็นเพียงมาตรการในประเทศไทย ส่วนคดีของแอร์สาวมีนาที่ออสเตรเลียนั้นถือเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของทางออสเตรเลียเอง โดยทางการไทยเตรียมพร้อมส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีให้เป็นธรรมที่สุด
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบันคือ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไป ที่นิยมรับจ้างหิ้วของผ่านโลกออนไลน์ เพราะขบวนการค้ายามักใช้ ‘ช่องโหว่’ นี้เป็นเครื่องมือในการขนส่งยาเสพติดผ่านพัสดุหรือกระเป๋าเดินทางโดยลากเอาคนบริสุทธิ์เข้ามาร่วมเสี่ยงด้วย ซึ่งความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากรนั้นมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี และปรับเงินมหาศาลเลยทีเดียว
ในมุมมองของผม นี่เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญมากสำหรับยุคที่การซื้อของออนไลน์สะดวกสบายขึ้น การรับจ้างหิ้วของอาจดูเหมือนรายได้เสริมที่ทำง่าย แต่ความเสี่ยงที่ได้รับนั้นไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ เราควรเลิกสนับสนุนพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ และหันมาเลือกใช้ช่องทางขนส่งที่ถูกกฎหมายและสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ เพื่อป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเครื่องมือของขบวนการมืดโดยไม่รู้ตัวครับ
