รักษาการผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี โชว์กินปลา ย้ำอย่าเหมารวมทั้งจังหวัด

ประเด็นความปลอดภัยของปลาในจังหวัดปราจีนบุรีกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเกิดคราบสีรุ้งบนผิวน้ำและพบปลาทยอยตายภายหลังสถานการณ์น้ำท่วม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยเกิดความกังวลว่า ปลาจากพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดยังสามารถจับมาจำหน่ายหรือรับประทานได้ตามปกติหรือไม่ โดยเฉพาะครอบครัวที่ประกอบอาชีพประมงและผู้บริโภคที่ต้องพึ่งพาปลาในท้องถิ่น

ข้อมูลจากประมงจังหวัดที่ระบุไว้ในหนังสือจังหวัด ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ความเสียหายของผู้เลี้ยงสัตว์น้ำมีมูลค่าประมาณ 49.8 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่จัดทำหนังสือดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่า สาเหตุของปลาที่ตายเกี่ยวข้องกับสารเคมี มลพิษ น้ำท่วม หรือปัจจัยอื่นใด การตรวจสอบจึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และผลวิเคราะห์จากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

รักษาการผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี โชว์กินปลา ย้ำอย่าเหมารวมทั้งจังหวัด

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.00 น. ชนาธิป โคกมณี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับสภาเกษตรกรจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ จัดกิจกรรม “ชวนกินปลา” ที่บ้านเกาะยาง ตำบลโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม กิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้บริโภคทั่วประเทศว่า ปลาจากบางพื้นที่ยังสามารถบริโภคได้ หากผ่านการตรวจสอบและอยู่ในพื้นที่ที่หน่วยงานยืนยันว่าปลอดภัย

ชนาธิประบุว่า การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นการมาให้กำลังใจชาวประมงและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบ พร้อมรับประทานปลาร่วมกับชาวบ้านเพื่อสื่อสารว่าควรพิจารณาข้อมูลเป็นรายพื้นที่ ไม่ควรนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบางจุดไปเหมารวมว่าปลาทั้งจังหวัดมีปัญหา เพราะการสรุปเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของจังหวัดและรายได้ของประชาชนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งตั้งข้อสังเกตว่า อำเภอประจันตคามไม่มีพื้นที่ติดแม่น้ำปราจีนบุรี และไม่มีโรงงานจัดการของเสียประเภท 105–106 ดังนั้น การจัดกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าวอาจยังไม่สามารถตอบข้อกังวลของประชาชนในจุดที่มีการพบคราบสีรุ้งหรือปลาตายได้ทั้งหมด ประเด็นนี้สะท้อนว่า การสร้างความเชื่อมั่นควรดำเนินควบคู่ไปกับการเปิดเผยผลตรวจที่ชัดเจนและตรวจสอบได้

พื้นที่ไหนบริโภคปลาได้ และพื้นที่ไหนต้องรอผลตรวจ

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ามีพื้นที่ใดควรหลีกเลี่ยงการบริโภคปลาหรือไม่ ชนาธิปกล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษเตรียมแถลงผลการตรวจสอบในเร็ว ๆ นี้ ส่วนในระหว่างนี้ หลายอำเภอยังมีการจับปลา จำหน่ายปลา และบริโภคปลาได้ตามปกติ โดยยกตัวอย่างอำเภอประจันตคามและอำเภอนาดีว่าเป็นพื้นที่ที่มีข้อมูลเบื้องต้นว่าอยู่ในกลุ่มปลอดภัย

สำหรับอำเภอกบินทร์บุรี ผลการตรวจครั้งก่อนพบสารเคมีหนึ่งชนิด จึงจำเป็นต้องรอการตรวจซ้ำเพื่อยืนยันข้อมูลอีกครั้ง การรอผลตรวจซ้ำถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยลดความคลาดเคลื่อนและทำให้การประกาศเตือนประชาชนมีความแม่นยำมากขึ้น หากพบพื้นที่ใดเข้าข่ายอันตราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแจ้งเตือนประชาชนอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหลีกเลี่ยงการซื้อหรือรับประทานปลาในบริเวณนั้นได้ทันท่วงที

สำหรับประชาชนทั่วไป สิ่งที่ควรทำในช่วงนี้คือ ติดตามประกาศจากจังหวัด กรมควบคุมมลพิษ ประมงจังหวัด และหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด หากอยู่ในพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือน ควรงดจับ งดซื้อ และงดบริโภคสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าวจนกว่าจะมีผลตรวจยืนยัน ขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงปลาที่มีกลิ่นผิดปกติ สีผิดธรรมชาติ มีคราบน้ำมัน หรือพบว่าตายโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้การปรุงสุกจะช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคบางชนิด แต่ไม่ควรคิดว่าความร้อนสามารถกำจัดสารเคมีทุกประเภทได้

  • ตรวจสอบแหล่งที่มาของปลาและเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ
  • ติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการก่อนบริโภคปลาในพื้นที่เสี่ยง
  • แจ้งเจ้าหน้าที่หากพบปลาตายเป็นจำนวนมาก คราบสีรุ้ง หรือกลิ่นสารเคมีในแหล่งน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการนำปลาจากพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบมาจำหน่ายหรือรับประทาน

ในมุมของผู้ประกอบการและเกษตรกร การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ การเปิดเผยจุดเก็บตัวอย่าง วิธีตรวจ และวันประกาศผล จะช่วยให้สังคมเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น รวมถึงช่วยป้องกันข่าวลือที่อาจทำให้ผู้เลี้ยงปลาทั้งจังหวัดได้รับผลกระทบเกินกว่าความเป็นจริง ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐควรเร่งหาสาเหตุของปลาตายและกำหนดแนวทางเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายอย่างเป็นธรรม

ชนาธิปยังกล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้อาจเดินทางไปร่วมรับประทานปลากับประชาชนในอำเภออื่น ๆ ต่อไป ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างกำลังใจได้ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดยังคงเป็นข้อมูลที่ชัดเจน ผลตรวจที่โปร่งใส และมาตรการคุ้มครองสุขภาพที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว

ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนว่า การสื่อสารเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมควรตั้งอยู่บนข้อมูล ไม่ใช่ความกลัวหรือการเหมารวม รัฐควรเร่งเผยแพร่ผลตรวจอย่างเข้าใจง่าย ขณะที่ประชาชนควรตรวจสอบข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจ หากทุกฝ่ายร่วมกันติดตามข้อมูลและแจ้งเบาะแสอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยให้ผู้บริโภคปลอดภัยและช่วยให้ชาวปราจีนบุรีที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยยังสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้

รักษาการผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี โชว์กินปลา ย้ำอย่าเหมารวมทั้งจังหวัด จึงไม่ควรถูกมองเพียงเป็นภาพกิจกรรมประชาสัมพันธ์ แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบที่โปร่งใสและการสื่อสารที่รับผิดชอบ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างต่อเนื่อง และเลือกบริโภคปลาโดยคำนึงถึงแหล่งที่มาและผลตรวจเป็นหลัก

ที่มา – รักษาการผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี โชว์กินปลา ย้ำอย่าเหมารวมทั้งจังหวัด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *