ยุคนี้อาจไม่มี VR ราคาถูกอีกต่อไปแล้ว
เชื่อว่าหลายคนคงสังเกตเห็นว่าอุปกรณ์ไอทีใกล้ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อป สมาร์ทโฟน หรือแม้แต่แว่น VR เริ่มมีราคาที่ขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ ซึ่งสาเหตุหลักไม่ได้มาจากแค่ค่าแรงหรือต้นทุนการผลิตทั่วไป แต่มาจากราคาหน่วยความจำที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด Qualcomm ก็เตรียมปรับเพิ่มราคาชิปประมวลผลอีกรอบ ซึ่งผลกระทบนี้อาจทำให้คำว่า VR ราคาถูก กลายเป็นเรื่องในอดีตไปโดยสมยาย
ยุคนี้อาจไม่มี VR ราคาถูกอีกต่อไปแล้ว
ข่าววงในระบุว่า Qualcomm ได้แจ้งลูกค้าถึงการปรับขึ้นราคาชิปประมวลผลเป็นตัวเลขสองหลัก ซึ่งจะมีผลบังคับใช้กับสินค้าที่จัดส่งหลังวันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป นี่ถือเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังตั้งตารอการเปิดตัวแว่น Steam Frame รุ่นใหม่จาก Valve ที่ลือกันว่าจะมาพร้อมชิป Snapdragon 8 Gen 3
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมในอนาคต
สำหรับบริษัทใหญ่อย่าง Samsung อาจยังพอมีกำลังสั่งซื้อสินค้าตุนไว้ก่อนที่จะถึงเส้นตาย แต่สำหรับ Valve หรือแบรนด์อื่นๆ ที่มีความระมัดระวังเรื่องยอดสั่งซื้อเป็นพิเศษ การต้องแบกรับต้นทุนชิปที่แพงขึ้นย่อมส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเราอาจได้เห็นปรากฏการณ์ดังต่อไปนี้:
- อุปกรณ์ VR รุ่นใหม่จะมีราคาสูงขึ้นตามต้นทุนอะไหล่ที่พุ่งสูง
- การบริหารจัดการสต็อกที่อาจเกิดภาวะของขาดเหมือนการเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นก่อนๆ ของ Valve
- ผู้ผลิตจำเป็นต้องลดการอุดหนุนราคา (Subsidize) เหมือนที่ Meta เคยทำกับ Quest 3
ในขณะที่ฝั่ง Meta พยายามตรึงราคาแว่น VR ไว้ด้วยรุ่น Quest 3S เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้ในวงกว้าง แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจและราคาชิปที่ปรับตัวขึ้น แรงกดดันนี้จะตกไปอยู่ที่ผู้บริโภคอย่างแน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้น เรายังคงมีความหวังว่า Valve จะสร้างความประหลาดใจด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ บน Steam Frame ไม่ว่าจะเป็นการจำลองเกมที่ลื่นไหลหรือการเชื่อมต่อกับระบบ Linux ที่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าราคาอาจจะไม่ได้เป็นมิตรเหมือนแว่น VR รุ่นเริ่มต้นในอดีตก็ตาม
หากคุณเป็นเกมเมอร์ที่กำลังวางแผนอัปเกรดประสบการณ์การเล่นเกมสู่โลกเสมือนจริง สิ่งสำคัญคือการเตรียมงบประมาณให้พร้อมและติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิด เพราะในโลกแห่งเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การตัดสินใจซื้อสินค้าในช่วงที่ราคาเหมาะสมอาจดีกว่าการรอคอยในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูงครับ
