ยกคำร้องขอเดินเผชิญสืบ ศาลแจงเหตุผลไม่อนุญาต ‘อิตาเลียนไทย-ไชน่าเรลเวย์’ ร่วมเก็บตัวอย่างคอนกรีตคดีตึก สตง. ถล่ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาอัปเดตประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจและเป็นที่จับตามองอย่างมากในแวดวงก่อสร้างและคดีความสำคัญ นั่นคือกรณีการ ยกคำร้องขอเดินเผชิญสืบ ศาลแจงเหตุผลไม่อนุญาต ‘อิตาเลียนไทย-ไชน่าเรลเวย์’ ร่วมเก็บตัวอย่างคอนกรีตคดีตึก สตง. ถล่ม ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากในเรื่องหลักการพิจารณาคดีความของศาลไทยครับ

คดีนี้ยืดเยื้อมาตั้งแต่กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม จนนำไปสู่การฟ้องร้องคุณเปรมชัย กรรณสูต และพวกรวม 23 ราย ฐานกระทำโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งทางฝั่งจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลหรือตัวแทนเข้าร่วมกระบวนการเก็บตัวอย่างคอนกรีต หรือที่เรียกว่าการเดินเผชิญสืบ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์มาตรฐานในระดับนานาชาติที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ผลที่ออกมาคือศาลมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวครับ

ยกคำร้องขอเดินเผชิญสืบ ศาลแจงเหตุผลไม่อนุญาต ‘อิตาเลียนไทย-ไชน่าเรลเวย์’ ร่วมเก็บตัวอย่างคอนกรีตคดีตึก สตง. ถล่ม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมศาลถึงมีคำสั่งเช่นนี้? ข้อมูลเชิงลึกจากศาลได้อธิบายเหตุผลไว้อย่างชัดเจนและมีความเป็นมืออาชีพมากครับ ประการแรกคือ สิทธิในการจัดเก็บหลักฐาน โดยศาลมองว่าในเมื่อซากอาคารดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของทางบริษัทอิตาเลียนไทยและไชน่าเรลเวย์โดยตรงอยู่แล้ว พวกเขาจึงมีสิทธิเต็มที่ในการนำวัสดุไปตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้เองตามความต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องให้ศาลเข้าไปรับรู้หรือกำกับดูแลในขั้นตอนการเก็บตัวอย่างนี้ครับ

ประการที่สองคือเรื่อง การรักษาความเป็นกลาง ในกระบวนการยุติธรรม หากศาลยอมให้มีการเดินเผชิญสืบขณะจำเลยเก็บตัวอย่าง ย่อมเท่ากับว่าศาลได้เข้าไปมีส่วนร่วมในขั้นตอนเริ่มต้นของการสร้างพยานหลักฐาน ซึ่งอาจจะทำให้ศาลขาดความเป็นกลางในการประเมินความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานเหล่านั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องพิพากษาคดีครับ การที่ศาลวางตัวเป็นกลางจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นได้จริง

สำหรับฝั่งจำเลยเอง ศาลก็ได้เปิดช่องไว้แล้วว่า หากทำการตรวจสอบด้วยวิธีเฉพาะอย่างการวิเคราะห์รอยแตกขนาดเล็ก (Micro Crack) เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำผลการทดสอบและพยานผู้เชี่ยวชาญมานำสืบก่อนศาลได้ตามสิทธิเต็มที่ ซึ่งวิธีนี้ดูจะเป็นธรรมและถูกต้องตามกระบวนการพิจารณาความอาญามากกว่าครับ

มุมมองต่อคดีความและการใช้เทคโนโลยีพิสูจน์

จากเหตุการณ์ ยกคำร้องขอเดินเผชิญสืบ ศาลแจงเหตุผลไม่อนุญาต ‘อิตาเลียนไทย-ไชน่าเรลเวย์’ ร่วมเก็บตัวอย่างคอนกรีตคดีตึก สตง. ถล่ม เราจะเห็นได้ว่าในยุคดิจิทัลและการก่อสร้างที่ทันสมัย การใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาทำเป็นพยานหลักฐานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่กระบวนการได้มาซึ่งพยานเหล่านั้นต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้โดยปราศจากการแทรกแซงจากศาลที่ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้วินิจฉัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงครับ

สรุปประเด็นน่าสนใจ:

  • ศาลยังคงยึดหลักความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด
  • จำเลยยังมีสิทธิในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผ่านผู้เชี่ยวชาญส่วนตัวได้เต็มที่
  • คดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้กับการพิจารณาสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ในอนาคต

สุดท้ายนี้ ในมุมมองของผม คดีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ย้ำเตือนให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพราะเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น กระบวนการยุติธรรมจะเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดทุกขั้นตอนแน่นอนครับ หวังว่าบทวิเคราะห์นี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจประเด็นสำคัญของคดีนี้กันมากขึ้นนะครับ!

ที่มา – ยกคำร้องขอเดินเผชิญสืบ ศาลแจงเหตุผลไม่อนุญาต ‘อิตาเลียนไทย-ไชน่าเรลเวย์’ ร่วมเก็บตัวอย่างคอนกรีตคดีตึก สตง. ถล่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *