มารู้จัก “ตระกูลหมิง” ผู้อยู่เบื้องหลังศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมา ที่ล่าสุดจีนตัดสินประหารชีวิต 11 ราย
มารู้จัก “ตระกูลหมิง” ผู้อยู่เบื้องหลังศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมา ที่ล่าสุดจีนตัดสินประหารชีวิต 11 ราย
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์และข่าวต่างประเทศกันหน่อยนะครับ เรื่องนี้เกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีและการหลอกลวง ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยีอย่างเราๆ คงสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อมันเกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์ยักษ์ใหญ่ในเมียนมา ที่เพิ่งมีข่าวใหญ่จากทางการจีนมาอย่างน่าตกใจ ผมในฐานะคนที่ติดตามประเด็นพวกนี้มานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง แต่มีข้อมูลเชิงลึกให้คุณได้อ่านเพลินๆ ครับ
มารู้จัก “ตระกูลหมิง” ผู้อยู่เบื้องหลังศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมา ที่ล่าสุดจีนตัดสินประหารชีวิต 11 ราย
เริ่มต้นกันที่ประเด็นหลักเลยครับ “ตระกูลหมิง” หรือ Ming family ชื่อนี้ไม่ได้มาจากนิยายจีนโบราณนะ แต่เป็นตระกูลอาชญากรจริงๆ ที่ครองอิทธิพลในรัฐฉานของเมียนมา พวกเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังศูนย์กลางการหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ในเมืองเล้าก์ก่าย (Laukkai) เมืองเล็กๆ ใกล้ชายแดนจีน ที่กลายเป็นแหล่งรวมการพนัน ยาเสพติด และคอลเซ็นเตอร์สแกมเมอร์ จากข้อมูลที่ผมรวบรวมมา ตระกูลนี้ทำงานร่วมกับสี่ตระกูลใหญ่ที่ควบคุมพื้นที่ ทำให้ที่นี่กลายเป็น “ห้องเครื่อง” ของอาชญากรรมข้ามชาติตามที่องค์การสหประชาชาติเรียกว่า “ศูนย์แห่งการหลอกลวง”
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา ศาลจีนในเมืองเหวินโจว (Wenzhou) ได้ตัดสินโทษสมาชิกตระกูลหมิงรวม 39 คน โดย 11 คนได้รับโทษประหารชีวิตทันที! อีก 5 คนรอลงอาญา 2 ปี 11 คนจำคุกตลอดชีวิต และที่เหล่ารับโทษ 5-24 ปี นี่คือผลจากการปราบปรามของเมียนมาในปี 2023 ที่ส่งตัวผู้ต้องหาให้จีน ข่าวนี้มาจาก CCTV สื่อทางการจีน ซึ่งผมมองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนว่าจีนกำลังเข้มงวดกับขบวนการสแกมเมอร์ที่กระทบพลเมืองตัวเองอย่างหนัก
ที่มาของอาชญากรรม: จากคาสิโนสู่ศูนย์หลอกลวง
ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2015 ตระกูลหมิงและพวกพ้องก่อกิจกรรมผิดกฎหมายสารพัด ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม คาสิโนเถื่อน ค้ายาเสพติด และค้าประเวณี ธุรกิจของพวกเขาสร้างรายได้มหาศาลกว่า 1 หมื่นล้านหยวน หรือราว 45,440 ล้านบาท! คาสิโนในเล้าก์ก่ายเดิมทีล่อใจชาวจีนที่อยากเล่นพนัน (ซึ่งผิดกฎหมายในจีน) แต่สุดท้ายกลายเป็นฉากบังหน้าสำหรับฟอกเงิน ค้ามนุษย์ และสแกมเมอร์ โดยมีเหยื่อชาวต่างชาติกว่า 100,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ถูกลวงมา บังคับทำงานหลอกลวงออนไลน์นานหลายชั่วโมงต่อวัน เป้าหมายคือเหยื่อทั่วโลก รวมถึงคนไทยเราด้วยนะครับ
ศูนย์ดังอย่าง “Crouching Tiger Villa” หรือ “คฤหาสน์เสือหมอบ” ในภาษาไทย เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ทรมานคนงาน พวกเขาถูกทุบตี ยิงขู่ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตจากการขัดขวางไม่ให้หนีกลับจีน ผมเคยศึกษารายงานจากหน่วยงานระหว่างประเทศ พบว่าธุรกิจคาสิโนแต่ละตระกูลทำเงินพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีอย่างแอปหลอกลวงและ AI ที่ช่วยทำให้การโกงซับซ้อนขึ้น เหมาะสำหรับคนที่สนใจเทคโนโลยีเพราะมันแสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมออนไลน์พัฒนาอย่างไร
การล้มของตระกูลและผลกระทบข้ามพรมแดน
สองปีก่อน พันธมิตรต่อต้านรัฐประหารเมียนมาได้ไล่กองทัพออกจากรัฐฉาน ควบคุมเล้าก์ก่ายได้ จีนที่อิทธิพลสูงคาดว่าสนับสนุนการนี้ ทำให้เกิดการจับกุมใหญ่ หัวหน้าตระกูลอย่าง Ming Xuechang จบชีวิตตัวเอง สมาชิกอื่นถูกส่งให้จีนและสารภาพผิด แรงงานสแกมเมอร์พันคน也被ส่งตัวเช่นกัน นอกจากนี้ แรงกดดันจากจีนยังทำให้ไทยตัดขาดแก๊งชายแดนไทย-เมียนมาในปีนี้
แม้จะปราบปราม แต่ธุรกิจพวกนี้ย้ายไปกัมพูชาและยังแพร่ในเมียนมา ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวเทคโนโลยี มองว่าการใช้ AI และโซเชียลมีเดียทำให้สแกมเมอร์ปรับตัวเร็ว ถ้าเราต้องการปกป้องตัวเอง ต้องระวังการลงทุนปลอมหรือโรแมนซ์สแกมที่ลุกลามจากที่นี่
สรุปแล้ว มันเป็นบทเรียนใหญ่สำหรับโลกดิจิทัลของเราครับ แนวโน้มในอนาคตคือรัฐบาลจะร่วมมือกันมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีตรวจจับ ผมแนะนำให้ทุกคนอัปเดตความรู้เรื่องไซเบอร์เซฟตี้ เช่น ใช้ VPN และตรวจสอบแหล่งข้อมูล หากคุณเคยเจอสแกมคล้ายๆ นี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยกันป้องกัน!
ที่มา – มารู้จัก “ตระกูลหมิง” ผู้อยู่เบื้องหลังศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมา ที่ล่าสุดจีนตัดสินประหารชีวิต 11 ราย
