ภูเขาไฟปากนรกอาจซ่อนห้องแมกมาแห่งที่สอง

ภูเขาไฟมาซายาในประเทศนิการากัวเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงและน่าจับตามองมากที่สุดในอเมริกากลาง ชาวสเปนในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1520 เคยมองเห็นทะเลสาบลาวาภายในปล่อง และเชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้อาจเป็นทางเข้าสู่นรก จนเกิดฉายาอันน่ากลัวว่า “ปากนรก” แม้ภาพดังกล่าวจะฟังดูเหมือนเรื่องเล่าในอดีต แต่ปัจจุบันภูเขาไฟแห่งนี้ยังคงมีการปล่อยก๊าซภูเขาไฟและกิจกรรมใต้พื้นโลกอย่างต่อเนื่อง

งานวิจัยล่าสุดพบหลักฐานสำคัญว่า ภูเขาไฟปากนรกอาจซ่อนห้องแมกมาแห่งที่สอง อยู่ใต้พื้นผิว การค้นพบนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจระบบท่อส่งแมกมาของภูเขาไฟมาซายาได้ดีขึ้น และอาจมีบทบาทต่อการประเมินความเสี่ยงในอนาคต เนื่องจากมีประชาชนราว 2 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงกรุงมานากัว เมืองหลวงของนิการากัว

ภูเขาไฟปากนรกอาจซ่อนห้องแมกมาแห่งที่สอง

มาซายาเป็นภูเขาไฟรูปโล่ที่มีโครงสร้างซับซ้อน ประกอบด้วยแคลดีรา กรวยภูเขาไฟ และปล่องหลายชั้น โดยปล่องซันติอาโกเป็นจุดที่ยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ ภูเขาไฟรูปโล่ส่วนใหญ่มักปะทุด้วยลาวาที่ไหลอย่างช้า ๆ และไม่รุนแรงมากนัก แต่ประวัติของมาซายากลับแสดงให้เห็นว่าสามารถเปลี่ยนจากการปะทุแบบไหลเอื่อยไปสู่การปะทุแบบระเบิดได้

ในอดีต มาซายาเคยเกิดการปะทุรุนแรงอย่างน้อย 4 ครั้งในลักษณะที่เรียกว่าเวซูเวียน ซึ่งสามารถสร้างเถ้าถ่านและวัสดุภูเขาไฟจำนวนมาก การทำความเข้าใจว่าเหตุใดภูเขาไฟชนิดนี้จึงเปลี่ยนพฤติกรรมได้ จึงมีความสำคัญต่อการเตือนภัยและการวางแผนอพยพของชุมชนโดยรอบ

ภูเขาไฟปากนรกอาจซ่อนห้องแมกมาแห่งที่สองใต้พื้นดิน

ทีมวิจัยนำข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel-1 ขององค์การอวกาศยุโรปมาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระดับพื้นดินในช่วงเดือนมกราคม 2018 ถึงกุมภาพันธ์ 2024 วิธีการนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบได้ว่าพื้นดินบริเวณภูเขาไฟยุบตัวหรือยกตัวขึ้นอย่างไร แม้การเปลี่ยนแปลงจะมีขนาดเพียงไม่กี่เซนติเมตรก็ตาม

ผลการศึกษาพบว่า พื้นดินเหนือแหล่งกักเก็บแมกมากลางของมาซายา ซึ่งอยู่ทางเหนือของปล่องซันติอาโกและลึกลงไปราว 3 กิโลเมตร ยุบตัวลงประมาณ 3 เซนติเมตรระหว่างปี 2018 ถึงกลางปี 2022 จากนั้นจึงเริ่มยกตัวขึ้นอีกครั้งจนถึงปี 2024 รูปแบบดังกล่าวอาจหมายความว่าแมกมาบางส่วนไหลออกจากแหล่งกักเก็บในช่วงแรก ก่อนที่แมกมาชุดใหม่จะเคลื่อนเข้ามาเติมในเวลาต่อมา

ขณะเดียวกัน บริเวณใกล้ปล่องซันติอาโกกลับยุบตัวลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาที่ศึกษา โดยไม่สอดคล้องกับการยกตัวของแหล่งแมกมาหลัก นักวิจัยจึงเสนอว่าอาจมีแหล่งกักเก็บแมกมาขนาดเล็กและตื้นอีกแห่งอยู่ใต้พื้นดินลึกประมาณ 200 เมตร นี่คือหลักฐานที่สนับสนุนแนวคิดว่า ภูเขาไฟปากนรกอาจซ่อนห้องแมกมาแห่งที่สอง ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบใต้ภูเขาไฟที่ซับซ้อนกว่าที่เคยเข้าใจ

ห้องแมกมาที่สองสำคัญต่อการเฝ้าระวังอย่างไร

ห้องแมกมาคือพื้นที่ใต้ดินที่แมกมาสะสมตัวก่อนเคลื่อนขึ้นสู่พื้นผิว การมีแหล่งกักเก็บมากกว่าหนึ่งแห่งอาจทำให้การเคลื่อนที่ของแมกมาซับซ้อน และทำให้การคาดการณ์รูปแบบการปะทุทำได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม การค้นพบนี้ไม่ได้หมายความว่ามาซายากำลังจะปะทุครั้งใหญ่ในทันที นักวิจัยยังไม่พบสัญญาณที่บ่งชี้ถึงภัยคุกคามเร่งด่วนต่อชุมชนโดยรอบ

ข้อมูลจากการศึกษาครั้งนี้มีประโยชน์ในหลายด้าน ได้แก่

  • ช่วยติดตามการเคลื่อนที่ของแมกมา: การวัดการยุบตัวและยกตัวของพื้นดินอาจช่วยระบุการเปลี่ยนแปลงภายในภูเขาไฟได้เร็วขึ้น
  • เพิ่มความแม่นยำในการประเมินความเสี่ยง: นักวิทยาศาสตร์สามารถนำข้อมูลไปสร้างแบบจำลองการปะทุและคาดการณ์ผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน
  • สนับสนุนการเตือนภัยก๊าซภูเขาไฟ: มาซายาปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจเมื่อมีความเข้มข้นสูง
  • ช่วยดูแลพื้นที่ท่องเที่ยว: แคลดีราของมาซายาเป็นอุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องมีระบบเฝ้าระวังที่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่

แม้มาซายาจะไม่มีลาวาไหลครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปี 1772 แต่ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าภูเขาไฟสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้ การปะทุในอนาคตอาจเกิดขึ้นในรูปแบบลาวาไหล การระเบิดของก๊าซ หรือการปะทุรุนแรงที่ปล่อยเถ้าถ่านออกสู่บรรยากาศ การปล่อยก๊าซอย่างต่อเนื่องจึงไม่ควรถูกมองข้าม แม้จะยังไม่มีสัญญาณของการปะทุครั้งใหญ่ก็ตาม

นักวิทยาศาสตร์จะศึกษามาซายาต่ออย่างไร

ทีมวิจัยระบุว่าจำเป็นต้องเก็บข้อมูลทางธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ในระยะยาว รวมถึงใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างห้องแมกมาทั้งสองแห่ง การติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องจะช่วยแยกแยะได้ว่าการยกตัวของพื้นดินเกิดจากแมกมาชุดใหม่ การเปลี่ยนแปลงของแรงดันก๊าซ หรือกระบวนการอื่นภายในภูเขาไฟ

การค้นพบว่า ภูเขาไฟปากนรกอาจซ่อนห้องแมกมาแห่งที่สอง จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวน่าตื่นเต้นสำหรับผู้สนใจภูเขาไฟเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของการลดความเสี่ยงภัยพิบัติในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น บทเรียนจากมาซายาอาจนำไปใช้กับภูเขาไฟรูปโล่ที่มีทะเลสาบลาวาแห่งอื่นทั่วโลกได้เช่นกัน

ในมุมมองของผู้เขียน การเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอและการสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจง่ายมีความสำคัญไม่แพ้การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ หากคุณสนใจข่าวภูเขาไฟและภัยธรรมชาติ ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานธรณีวิทยาและระบบเตือนภัยอย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมตัวได้ทันเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

ที่มา – 2 Million People Live Near ‘Mouth of Hell’ Volcano. It May Be Hiding a Second Magma Chamber

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *