ภารกิจญี่ปุ่นเก็บตัวอย่างดวงจันทร์ดาวอังคารเริ่มวันนี้
ภารกิจญี่ปุ่นเก็บตัวอย่างดวงจันทร์ดาวอังคารเริ่มวันนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสำรวจอวกาศ เพราะองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA กำลังเตรียมส่งภารกิจ Martian Moons eXploration (MMX) ออกเดินทางไปศึกษาดวงจันทร์ของดาวอังคารทั้งโฟบอสและดีมอส พร้อมเป้าหมายสำคัญคือการเก็บตัวอย่างจากโฟบอสกลับมายังโลกเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์อย่างละเอียด
ตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ยานสำรวจหลายลำเดินทางไปศึกษาพื้นผิวดาวอังคารและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับภูมิประเทศ หิน และประวัติทางธรณีวิทยา อย่างไรก็ตาม ดวงจันทร์บริวารสองดวงของดาวอังคารยังคงเป็นพื้นที่ลึกลับที่มนุษย์สำรวจไม่มากนัก ภารกิจ MMX จึงมีโอกาสช่วยเติมช่องว่างความรู้เกี่ยวกับระบบดาวอังคารได้เป็นอย่างดี
ภารกิจญี่ปุ่นเก็บตัวอย่างดวงจันทร์ดาวอังคารเริ่มวันนี้
JAXA มีกำหนดปล่อยยาน MMX ด้วยจรวด H3 จากศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ ประเทศญี่ปุ่น โดยจะถ่ายทอดสดการปล่อยจรวดให้ผู้สนใจทั่วโลกติดตาม ภารกิจนี้ถือเป็นความพยายามที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากยานต้องเดินทางไปยังระบบดาวอังคาร ลงจอดบนดวงจันทร์ขนาดเล็กที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำ และเดินทางกลับโลกพร้อมตัวอย่างที่เก็บได้
ภารกิจญี่ปุ่นเก็บตัวอย่างดวงจันทร์ดาวอังคารเริ่มวันนี้ ทำอะไรบ้าง
หลังจากเดินทางราว 10 เดือน ยาน MMX จะมุ่งหน้าไปยังโฟบอสและใช้เวลาประมาณ 3 ปีสำรวจดวงจันทร์ดวงนี้ ยานจะศึกษาพื้นผิว องค์ประกอบ และสภาพแวดล้อมโดยรอบ ก่อนพยายามลงจอดเพื่อเก็บตัวอย่างอย่างน้อยหนึ่งครั้ง หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ยานอาจลงจอดถึงสองครั้งจากพื้นที่ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้น
ภารกิจตั้งเป้าเก็บวัสดุจากโฟบอสอย่างน้อย 10 กรัม แม้ปริมาณจะดูไม่มากเมื่อเทียบกับตัวอย่างบนโลก แต่ตัวอย่างจากสถานที่ซึ่งอยู่ห่างไกลเช่นนี้มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์สูงมาก นักวิจัยสามารถตรวจสอบด้วยเครื่องมือในห้องปฏิบัติการที่มีความละเอียดและความสามารถมากกว่าอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่บนยานสำรวจ
- สำรวจโฟบอส: ตรวจสอบพื้นผิว โครงสร้าง และองค์ประกอบของดวงจันทร์
- เก็บตัวอย่างกลับโลก: นำวัสดุจากโฟบอสมาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือขั้นสูง
- สังเกตการณ์ดีมอส: ศึกษาดวงจันทร์อีกดวงของดาวอังคารโดยไม่ลงจอด
- ค้นหาความเชื่อมโยงกับดาวอังคาร: ตรวจสอบฝุ่นหรือเศษวัสดุจากดาวอังคารที่อาจปะปนอยู่บนโฟบอส
ทำไมโฟบอสและดีมอสจึงสำคัญ
นักวิทยาศาสตร์ยังมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับต้นกำเนิดของโฟบอสและดีมอส บางแนวคิดระบุว่าดวงจันทร์ทั้งสองอาจเป็นดาวเคราะห์น้อยโบราณที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวอังคารดึงเข้ามา ขณะที่อีกแนวคิดเชื่อว่าดวงจันทร์เหล่านี้เกิดจากเศษวัสดุที่กระเด็นออกมา หลังจากดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่พุ่งชนดาวอังคารในอดีต
ตัวอย่างจากโฟบอสอาจช่วยแยกแยะสมมติฐานเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ โฟบอสอาจมีฝุ่นและเศษหินจากดาวอังคารปะปนอยู่บนพื้นผิว นักวิทยาศาสตร์คาดว่าวัสดุประมาณหนึ่งส่วนจากร้อยส่วนของตัวอย่างที่เก็บได้อาจมีต้นกำเนิดจากดาวอังคาร หากเป็นจริง MMX จะกลายเป็นภารกิจแรกที่นำวัสดุจากระบบดาวอังคารกลับมายังโลก แม้ไม่ได้เก็บจากพื้นผิวดาวอังคารโดยตรง
ข้อมูลที่ได้ยังอาจช่วยอธิบายประวัติของดาวอังคาร รวมถึงสภาพแวดล้อมในยุคแรกเริ่มของระบบสุริยะ การศึกษาดวงจันทร์ทั้งสองดวงอาจทำให้นักวิจัยเข้าใจช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์หิน เช่น โลก ดาวอังคาร และดาวเคราะห์วงในดวงอื่น ๆ กำลังก่อตัว และอาจกำลังสะสมน้ำหรือสารประกอบอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการพัฒนาสิ่งมีชีวิต
เส้นทางของยาน MMX และความท้าทาย
หลังเสร็จสิ้นการสำรวจโฟบอส ยาน MMX จะเดินทางไปสังเกตการณ์ดีมอส ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและจะไม่มีการลงจอด จากนั้นยานจะเริ่มเดินทางกลับโลก โดย JAXA ตั้งเป้านำตัวอย่างกลับมาถึงโลกในปี 2031 แต่กำหนดการดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับความสำเร็จของทุกขั้นตอนระหว่างภารกิจ
ความยากของภารกิจไม่ได้อยู่เพียงการเดินทางระยะไกลเท่านั้น การลงจอดบนโฟบอสเป็นงานที่ซับซ้อน เพราะพื้นผิวมีสภาพขรุขระและแรงโน้มถ่วงต่ำมาก ยานต้องควบคุมตำแหน่งและความเร็วอย่างแม่นยำเพื่อไม่ให้กระเด้งออกจากพื้นผิวหรือได้รับความเสียหายระหว่างเก็บตัวอย่าง
อย่างไรก็ตาม JAXA มีประสบการณ์จากภารกิจ Hayabusa และ Hayabusa2 ซึ่งสามารถเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยและนำกลับมายังโลกได้สำเร็จ ภารกิจเหล่านั้นช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการนำทาง การลงจอด และการเก็บวัสดุจากวัตถุท้องฟ้าขนาดเล็ก แม้ MMX จะต้องเดินทางไกลกว่าและเผชิญความเสี่ยงมากกว่าเดิมก็ตาม
ความหวังใหม่ของการสำรวจดาวอังคาร
การนำตัวอย่างกลับโลกจะเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบแร่ธาตุ สารอินทรีย์ และอนุภาคขนาดเล็กด้วยเทคโนโลยีที่อาจยังไม่สามารถส่งขึ้นไปติดตั้งบนยานได้ การวิเคราะห์เหล่านี้อาจตอบคำถามสำคัญว่า ดวงจันทร์ของดาวอังคารเกิดขึ้นได้อย่างไร ดาวอังคารเคยมีสภาพเหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตหรือไม่ และระบบสุริยะยุคแรกมีการแลกเปลี่ยนวัสดุระหว่างดาวเคราะห์อย่างไร
แม้การเดินทางของ MMX จะเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ความสำเร็จของภารกิจจะเป็นประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ภารกิจนี้ไม่เพียงมุ่งเก็บตัวอย่างจากดวงจันทร์ของดาวอังคารเท่านั้น แต่ยังอาจนำชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของประวัติศาสตร์ดาวอังคารกลับมาให้มนุษย์ศึกษาอย่างใกล้ชิด หากคุณสนใจเรื่องอวกาศ นี่คือภารกิจที่ควรติดตาม เพราะผลลัพธ์อาจเปลี่ยนความเข้าใจของเราเกี่ยวกับดาวอังคารและจุดกำเนิดของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะไปอีกนาน
ที่มา – Japan’s Mission to Snatch a Sample of a Martian Moon Launches Today. Here’s How to Watch
