ฟีดโซเชียลเอลิซาเบธ โฮล์มส์หลังชมหนัง
ถ้าคุณเคยเห็นโพสต์ของเอลิซาเบธ โฮล์มส์บน X ในช่วงปีที่ผ่านมา ก็น่าจะรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะบุคลิกต่อสาธารณะของเธอในอดีตไม่ได้บอกเลยว่าเธอจะตอบโต้ผู้คนด้วยถ้อยคำรุนแรงหรือมีท่าทีแข็งกร้าวขนาดนั้น แต่หลังจากชมสารคดีเรื่อง You Can See Everything หลายอย่างกลับเริ่มมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้รู้ว่าใครเป็นผู้ดูแลบัญชีของเธอในช่วงที่เธออยู่เรือนจำ
ฟีดโซเชียลเอลิซาเบธ โฮล์มส์หลังชมหนัง
สารคดีเรื่องนี้กำกับร่วมโดย Nathan Fielder และ Lance Oppenheim และพาผู้ชมเข้าไปมองชีวิตของเอลิซาเบธ โฮล์มส์ในมุมที่ซับซ้อนกว่าข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ แม้เนื้อหาบางส่วนจะมีลักษณะเป็นสปอยล์ แต่ประเด็นสำคัญที่ทำให้ฟีดโซเชียลของเธอดูน่าสนใจขึ้น คือการเปิดเผยว่าสามีของเธอ Billy Evans เป็นผู้ดูแลบัญชี X นับตั้งแต่โฮล์มส์เข้าคุกในเดือนพฤษภาคม 2023
โฮล์มส์และอีแวนส์พบกันในปี 2017 และสารคดีทำให้ผู้ชมตั้งคำถามอย่างมากเกี่ยวกับทัศนคติและการตัดสินใจของเขา หลายฉากทำให้ผู้ชมในโรงภาพยนตร์ทั้งหัวเราะและตกใจ เพราะอีแวนส์ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะคนที่น่าไว้วางใจหรือมีเจตนาดีเสมอไป เมื่อเขาพูดด้วยตัวเองว่าเป็นคนดูแลบัญชี X ของภรรยา โพสต์จำนวนมากที่เคยดูเหมือนเป็นความคิดของโฮล์มส์จึงมีความหมายเปลี่ยนไปทันที
ฟีดโซเชียลเอลิซาเบธ โฮล์มส์หลังชมหนัง เปลี่ยนความเข้าใจอย่างไร
บัญชีของโฮล์มส์เคยโพสต์ข้อความเชิงบวกถึง Charlie Kirk และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงการรีโพสต์ข้อความของทรัมป์พร้อมคำว่า “we are winning” หรือ “เรากำลังชนะ” นอกจากนี้ยังมีโพสต์โจมตี Greg Casar สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต และอ้างคำพูดของ Ronald Reagan ที่ว่า “เก้าคำที่น่ากลัวที่สุดในภาษาอังกฤษคือ ฉันมาจากรัฐบาล และฉันมาที่นี่เพื่อช่วย”
แน่นอนว่าเราไม่อาจสรุปได้อย่างชัดเจนว่าโฮล์มส์มีความคิดเห็นทางการเมืองแบบเดียวกับข้อความทั้งหมดหรือไม่ อีแวนส์บอกว่าบางโพสต์มาจากอีเมลที่โฮล์มส์ส่งออกมาจากเรือนจำ แต่บรรยากาศโดยรวมทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าโพสต์จำนวนมากน่าจะเขียนหรือเรียบเรียงโดยเขาเอง ความไม่แน่นอนนี้ทำให้การอ่านโพสต์แต่ละข้อความหลังชมสารคดีมีอารมณ์แตกต่างจากเดิมอย่างมาก
- โพสต์ที่ดูเหมือนเป็นความเห็นส่วนตัว อาจไม่ได้มาจากเจ้าของบัญชีโดยตรง
- ท่าทีทางการเมืองในบัญชีจึงควรถูกมองอย่างระมัดระวัง
- สารคดีช่วยเปิดบริบทเบื้องหลังการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย
- ผู้ชมควรแยกข้อเท็จจริงออกจากการตีความและความรู้สึกส่วนตัว
โพสต์หนึ่งที่เขียนว่า “I think about this often” หรือ “ฉันคิดถึงเรื่องนี้บ่อย ๆ” ก็ให้ความรู้สึกแตกต่างไปทันทีเมื่อรู้ว่ามีโอกาสสูงที่อีแวนส์จะเป็นผู้โพสต์หรือมีส่วนสำคัญในการจัดการข้อความนั้น คำพูดที่ดูเหมือนสะท้อนความคิดภายในของโฮล์มส์จึงกลายเป็นสิ่งที่ชวนให้สงสัยมากกว่าเดิม นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเบื้องหลังบัญชีโซเชียลมีเดียสามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้ชมตีความบุคคลสาธารณะได้มากเพียงใด
ประเด็นนี้ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นหลังอีแวนส์ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ All-In เขาบอกว่ายังไม่ได้ดูสารคดี และยอมรับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้อาจเป็น “สิ่งที่โง่ที่สุดที่ผมเคยทำ” คำพูดดังกล่าวยิ่งทำให้คนดูสนใจว่าเขามีส่วนร่วมกับเรื่องราวในสารคดีมากแค่ไหน รวมถึงสงสัยว่าเขาประเมินผลกระทบจากการเปิดเผยตัวตนและการกระทำของตัวเองต่ำเกินไปหรือไม่
สารคดีที่ทำให้โซเชียลมีเดียมีความหมายใหม่
เสน่ห์ของ You Can See Everything ไม่ได้อยู่แค่การเล่าเรื่องของเอลิซาเบธ โฮล์มส์เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การทำให้ผู้ชมกลับไปมองข่าว โพสต์ และภาพลักษณ์สาธารณะด้วยสายตาใหม่ เมื่อเรารู้ว่าบัญชีหนึ่งอาจถูกจัดการโดยคนอื่น สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นเสียงของเจ้าของบัญชีก็อาจเป็นเพียงการแสดง การสื่อสารแทน หรือการสร้างภาพลักษณ์บางอย่าง
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำชมอย่างมาก และมีคะแนนบน IMDb อยู่ที่ 9.3 ซึ่งเทียบเท่ากับ The Shawshank Redemption แม้ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่คะแนนดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ชมจำนวนมากมองว่าสารคดีเรื่องนี้โดดเด่นและน่าจดจำเป็นพิเศษ จุดแข็งคือการผสมผสานข้อมูลจริง ความประหลาดใจ และสถานการณ์ที่ชวนให้คนดูไม่แน่ใจว่าควรหัวเราะ ตกใจ หรือรู้สึกไม่สบายใจไปพร้อมกัน
ความเห็นส่วนตัว: หลังชมสารคดีแล้ว ฟีดโซเชียลเอลิซาเบธ โฮล์มส์หลังชมหนัง ไม่ใช่เพียงฟีดของคนดังที่มีความเห็นแรงขึ้นเท่านั้น แต่กลายเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ชวนให้เราตั้งคำถามว่า ใครกำลังพูด ใครกำลังสร้างภาพ และผู้ติดตามกำลังเชื่อเสียงของใครกันแน่ หากมีโอกาส ควรชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ แล้วค่อยกลับไปอ่านโพสต์ต่าง ๆ อีกครั้ง เพราะประสบการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ที่มา – Elizabeth Holmes’s Social Media Feed Hits Different After Watching ‘You Can See Everything’
