พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ร่ายสารอำลา 38 ปี สู่บทใหม่ของชีวิต

การเกษียณอายุราชการไม่ใช่เพียงการสิ้นสุดหน้าที่ แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ทำงานได้ทบทวนเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา โดยเฉพาะเส้นทางของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ร่ายสารอำลา 38 ปี ซึ่งสะท้อนทั้งความภาคภูมิใจ ความผูกพัน และความรับผิดชอบที่มีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประชาชน

วันนี้ 30 กันยายน พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เผยแพร่สารจากใจถึงข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ เนื่องในวาระเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 การอำลาครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากชีวิตราชการตลอด 38 ปี พร้อมทิ้งข้อคิดสำคัญให้ตำรวจรุ่นหลังนำไปปรับใช้ในการทำงาน

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ร่ายสารอำลา 38 ปี และข้อคิดถึงตำรวจรุ่นใหม่

ตลอดระยะเวลา 38 ปีบนเส้นทางตำรวจ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐได้พบทั้งความสำเร็จ ความภูมิใจ ปัญหา อุปสรรค และสถานการณ์ที่ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อมองย้อนกลับไป สิ่งที่มีความหมายที่สุดคือการได้ทำงานเพื่อประชาชน รวมถึงการมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์คอยสนับสนุนในทุกช่วงเวลา

สารอำลาครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงเพียงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ยังสะท้อนชีวิตของตำรวจจำนวนมากที่ต้องทำงานท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อย ความกดดัน และความเสี่ยง หลายคนต้องปฏิบัติหน้าที่ห่างไกลครอบครัว เสียสละเวลาส่วนตัว และพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ เพื่อดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสังคม

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐกล่าวขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ยังคงตั้งใจทำหน้าที่ รวมถึงผู้ที่มอบความร่วมมือ คำแนะนำ และความไว้วางใจตลอดมา โดยย้ำว่าความสำเร็จขององค์กรไม่ได้เกิดจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดจากแรงกาย แรงใจ และความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ

เกียรติของตำรวจอยู่ที่การประพฤติ ไม่ใช่ยศหรือตำแหน่ง

หนึ่งในประโยคสำคัญจากสารฉบับนี้คือ เกียรติของตำรวจมิได้อยู่ที่ยศหรือตำแหน่ง แต่อยู่ที่การประพฤติ การปฏิบัติหน้าที่ และความไว้วางใจจากประชาชน แนวคิดดังกล่าวมีความหมายอย่างมากในยุคที่สังคมให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐ

ข้อคิดที่ฝากถึงตำรวจรุ่นหลังสามารถสรุปได้หลายประเด็น ได้แก่

  • ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  • รักษาความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่
  • ทำงานด้วยความเสียสละ อดทน และไม่ประมาท
  • เคารพประชาชนและรับฟังความคิดเห็นของสังคม
  • รักษาเกียรติของเครื่องแบบและองค์กร
  • ทบทวนตัวเองอยู่เสมอว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือไม่

สำหรับประชาชนทั่วไป ประเด็นนี้ถือเป็นมุมมองที่เข้าใจง่ายและเชื่อมโยงกับทุกอาชีพ เพราะชื่อเสียงหรืออำนาจไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างยั่งยืน หากไม่มีการกระทำที่ดีรองรับ ความไว้วางใจจึงเป็นสิ่งที่ต้องสะสมจากการทำงานอย่างสม่ำเสมอ และอาจสูญเสียได้อย่างรวดเร็วหากขาดความรับผิดชอบ

นอกจากข้อคิดด้านการทำงานแล้ว พล.ต.อ. กิตติ์รัฐยังกล่าวถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะบ้านหลังใหญ่ที่มอบทั้งประสบการณ์ บทเรียน มิตรภาพ และความผูกพัน แม้จะพ้นจากตำแหน่งแล้ว ความทรงจำเหล่านี้ยังคงอยู่ในใจตลอดไป พร้อมขอน้อมรับทั้งสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรและประชาชน รวมถึงแสดงความรับผิดชอบและขออภัยหากมีข้อบกพร่องหรือทำให้ใครรู้สึกไม่สบายใจ

ในช่วงท้ายของสาร พล.ต.อ. กิตติ์รัฐอวยพรให้ข้าราชการตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย มีสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขกับครอบครัว พร้อมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเดินหน้าดูแลประชาชนต่อไป ประโยคอำลาที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ “เมื่อถึงวันที่ต้องถอดเครื่องแบบ ผมจะถอดเพียงเครื่องแบบออกจากกาย แต่จะไม่มีวันถอดความเป็นตำรวจออกจากหัวใจ”

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ร่ายสารอำลา 38 ปี จึงไม่ใช่เพียงข่าวการเกษียณของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่เป็นบทสะท้อนเรื่องคุณค่าของการทำงาน ความเสียสละ และความรับผิดชอบต่อสังคม ในมุมมองของผู้เขียน ข้อความนี้ยังเป็นสัญญาณสำคัญว่าองค์กรยุคใหม่ควรให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นของประชาชนมากกว่าภาพลักษณ์หรืออำนาจตามตำแหน่ง

ท้ายที่สุด คำว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ร่ายสารอำลา 38 ปี อาจถูกจดจำในฐานะสารอำลาที่เชื่อมโยงอดีตกับอนาคตได้อย่างชัดเจน สำหรับตำรวจรุ่นใหม่และคนทำงานทุกคน บทเรียนสำคัญคือจงทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในวันที่ยังมีโอกาส เพราะสิ่งที่ผู้คนจดจำอาจไม่ใช่ตำแหน่งสุดท้าย แต่คือการประพฤติและความรู้สึกที่เรามอบให้คนรอบข้าง

ที่มา – ‘พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ’ ร่ายสารอำลาชีวิตราชการ 38 ปี ทิ้งทวนตำแหน่ง ผบ.ตร. ย้ำเกียรติตำรวจไม่ได้อยู่ที่ยศ แต่อยู่ที่การประพฤติและความศรัทธาของประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *