ฝนหนักบางจุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรายงานลูกเห็บตกย่านลาดพร้าว แนะเผื่อเวลาเดินทางช่วงเลิกงาน
ฝนหนักบางจุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรายงานลูกเห็บตกย่านลาดพร้าว แนะเผื่อเวลาเดินทางช่วงเลิกงาน เป็นประเด็นที่คนกรุงเทพฯ และผู้ที่ต้องเดินทางในช่วงเย็นควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วอาจส่งผลทั้งต่อการจราจร ทัศนวิสัย และความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเลิกงานซึ่งมีปริมาณรถหนาแน่นกว่าปกติ
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า เมื่อเวลา 14.40 น. เรดาร์สุวรรณภูมิตรวจพบกลุ่มฝนบริเวณจังหวัดนครนายก ตอนล่างของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรสาคร โดยบางพื้นที่มีฝนตกหนัก ขณะที่กลุ่มฝนกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายพื้นที่ต้องเตรียมรับมือกับฝนที่อาจตกลงมาในเวลาอันสั้นและมีความรุนแรงแตกต่างกันไป
ฝนหนักบางจุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรายงานลูกเห็บตกย่านลาดพร้าว แนะเผื่อเวลาเดินทางช่วงเลิกงาน
ข้อมูลจากเรดาร์ยังพบกลุ่มฝนปกคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร โดยมีทั้งฝนปานกลางและฝนหนัก หลายกลุ่มฝนเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผู้ที่กำลังจะออกจากบ้านหรือเตรียมเดินทางกลับหลังเลิกงานจึงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและสภาพการจราจรก่อนออกเดินทาง
ผลกระทบที่พบได้บ่อยจากฝนตกหนักในเมืองคือ น้ำรอการระบายตามถนนสายหลักและตรอกซอกซอย รวมถึงการจราจรที่เคลื่อนตัวช้าลง เมื่อฝนตกแรง น้ำอาจระบายไม่ทันในบางจุด ทำให้รถจักรยานยนต์เสี่ยงเสียหลัก และรถยนต์ต้องลดความเร็วเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ฝนยังทำให้ทัศนวิสัยลดลง ผู้ขับขี่ควรเปิดไฟหน้า เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า และหลีกเลี่ยงการหยุดรถใต้ต้นไม้หรือป้ายโฆษณาขนาดใหญ่
อีกเหตุการณ์ที่สร้างความสนใจคือ มีรายงานว่าหลายจุดในย่านลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร พบลูกเห็บตกท่ามกลางฝนฟ้าคะนอง แม้ลูกเห็บในกรุงเทพฯ จะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีกลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองที่มีกระแสลมยกตัวแรง ส่งผลให้หยดน้ำในก้อนเมฆแข็งตัวและตกลงมาเป็นก้อนน้ำแข็ง
ลูกเห็บคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร
กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า ลูกเห็บเป็นหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาในลักษณะก้อนน้ำแข็ง โดยทั่วไปมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5–50 มิลลิเมตร หรือราว 0.2–2.0 นิ้ว แต่ในบางสถานการณ์อาจมีขนาดใหญ่กว่านั้น ลูกเห็บอาจตกลงมาเป็นก้อนเดี่ยว หรือเกาะรวมกันจนมีรูปร่างขรุขระ หากเกิดพร้อมลมแรงและฝนฟ้าคะนอง อาจสร้างความเสียหายต่อหลังคา กระจก รถยนต์ ต้นไม้ และทรัพย์สินที่อยู่กลางแจ้งได้
สำหรับประเทศไทย ลูกเห็บมักพบในช่วงพายุฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสพบมากกว่าภูมิภาคอื่น อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลก็อาจพบลูกเห็บเป็นครั้งคราวได้เช่นกัน
รู้จักประเภทของฝนและหยาดน้ำฟ้า
การทำความเข้าใจลักษณะของฝนช่วยให้เราประเมินสถานการณ์ระหว่างเดินทางได้ดีขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยาแบ่งคำเรียกที่เกี่ยวข้องกับหยาดน้ำฟ้าไว้หลายรูปแบบ ดังนี้
- หยาดน้ำฟ้า หมายถึง น้ำที่ตกจากเมฆลงสู่พื้นดิน ซึ่งอาจอยู่ในรูปของเหลวหรือของแข็ง เช่น ฝน หิมะ และลูกเห็บ
- ฝน หมายถึง หยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาเป็นหยดน้ำ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 0.5 มิลลิเมตร
- ฝนละอองหรือฝนหยิม เป็นเม็ดฝนขนาดเล็กละเอียด ตกค่อนข้างสม่ำเสมอ และมีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร
- ฝนซู่หรือฝนไล่ช้าง เป็นฝนที่ตกหนักอย่างกะทันหันในช่วงเวลาสั้นๆ มีเสียงดัง และมักเริ่มตกหรือหยุดอย่างรวดเร็ว
- ฝนชะช่อมะม่วงหรือฝนชะลาน เป็นฝนที่ตกนอกฤดูฝน ปริมาณไม่มาก และมักเกิดในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม
- ฝนฟ้าคะนอง เป็นหยาดน้ำฟ้าที่อาจอยู่ในรูปฝนหรือลูกเห็บ ตกหนักในช่วงเวลาสั้นๆ และเกิดร่วมกับเสียงฟ้าร้องหรือฟ้าแลบ
สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางในช่วงเย็น แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 30–60 นาที ตรวจสอบแอปพลิเคชันนำทาง และติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากฝนตกหนักจนมองเห็นเส้นทางไม่ชัด ควรหาจุดจอดที่ปลอดภัยและรอให้ฝนเบาลงก่อน ไม่ควรฝืนขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง เพราะระดับน้ำอาจลึกกว่าที่ประเมินไว้และอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหาย
ในมุมมองของคนเมือง เหตุการณ์ฝนหนักและลูกเห็บสะท้อนให้เห็นว่าการติดตามสภาพอากาศแบบเรียลไทม์มีความสำคัญมากขึ้น ผู้เดินทางควรวางแผนล่วงหน้า พกเสื้อกันฝนหรือร่ม และเตรียมทางเลือกในการเดินทางไว้เสมอ โดยเฉพาะวันที่มีสัญญาณพายุฝนฟ้าคะนอง หากทุกคนเช็กข้อมูลก่อนออกจากบ้านและขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การเดินทางช่วงเลิกงานปลอดภัยยิ่งขึ้น
ที่มา – ฝนหนักบางจุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรายงานลูกเห็บตกย่านลาดพร้าว แนะเผื่อเวลาเดินทางช่วงเลิกงาน
