ผู้ใช้ AI ทำงานนานขึ้นถึง 90 นาทีต่อวัน ผลการศึกษาพบ

หลายคนเคยมองว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น และอาจทำให้เราเลิกงานไวกว่าเดิม แนวคิดนี้ทำให้เกิดภาพอนาคตที่ผู้คนมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น บางคนถึงกับคาดหวังว่าสัปดาห์การทำงานอาจสั้นลงเหลือเพียงสามหรือสี่วัน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดกลับสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป เพราะ ผู้ใช้ AI ทำงานนานขึ้นถึง 90 นาทีต่อวัน ผลการศึกษาพบ เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้ใช้ AI ในการทำงาน

ผลการวิเคราะห์จาก ActivTrak บริษัทซอฟต์แวร์ด้านผลิตภาพในที่ทำงาน ตรวจสอบกิจกรรมดิจิทัลของพนักงานมากกว่า 9,000 คน จาก 467 บริษัท ระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน ข้อมูลพบว่าผู้ใช้ AI มีวันทำงานยาวเฉลี่ยประมาณ 8.4-9.1 ชั่วโมง ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ใช้ AI ทำงานเฉลี่ย 7.6 ชั่วโมงต่อวัน ความแตกต่างนี้ทำให้ประเด็นเรื่องเทคโนโลยีกับสมดุลชีวิตมีความน่าสนใจมากขึ้น

ผู้ใช้ AI ทำงานนานขึ้นถึง 90 นาทีต่อวัน ผลการศึกษาพบ

แม้ AI จะช่วยร่างข้อความ สรุปเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล หรือจัดการงานซ้ำ ๆ ได้รวดเร็วขึ้น แต่เวลาที่ประหยัดได้อาจไม่ได้กลายเป็นเวลาพักเสมอไป ในหลายองค์กร พนักงานอาจใช้เวลาที่เหลือรับผิดชอบงานเพิ่มเติม ตอบคำถามมากขึ้น หรือพยายามทำผลงานให้ได้มากกว่าเดิม เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น ความคาดหวังจากหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และตัวพนักงานเองก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ผู้ใช้ AI ทำงานนานขึ้นถึง 90 นาทีต่อวัน ผลการศึกษาพบจากข้อมูลจริง

กลุ่มผู้ใช้ AI หนัก ซึ่งหมายถึงพนักงานที่ใช้ AI มากกว่า 45 นาที และใช้งานอย่างน้อย 5 ช่วงต่อวัน ยังทำงานนอกเวลามากกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้ AI ประมาณ 18 นาที นอกจากนี้ พวกเขายังสลับแอปพลิเคชันบ่อยกว่า และมีช่วงเวลาที่ทำงานต่อเนื่องโดยไม่ถูกรบกวนน้อยกว่าผู้ใช้ AI ในระดับเบา ภาพนี้อาจสะท้อนว่าการใช้ AI ไม่ได้มีแค่การทำงานให้เร็วขึ้น แต่ยังทำให้รูปแบบการทำงานมีความถี่และซับซ้อนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรสรุปทันทีว่า AI เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ทุกคนทำงานนานขึ้น เพราะงานวิจัยลักษณะนี้สามารถตีความได้หลายทาง พนักงานที่มีภาระงานมากอยู่แล้วอาจเป็นกลุ่มที่เลือกใช้ AI มากกว่าเดิม หรือบางคนอาจใช้ AI เพราะต้องรับมือกับงานจำนวนมากตั้งแต่ต้น ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ AI กับชั่วโมงทำงานที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีเป็นต้นเหตุเพียงอย่างเดียว

ทำไมเวลาที่ประหยัดได้จึงกลายเป็นงานที่มากขึ้น

อีกคำอธิบายหนึ่งคือ เมื่อ AI ช่วยให้งานบางอย่างเสร็จเร็วขึ้น ผู้จัดการหรือองค์กรอาจมองเห็นโอกาสในการเพิ่มเป้าหมาย พนักงานอาจได้รับมอบหมายงานใหม่หลายรูปแบบ หรือเริ่มทดลองทำโครงการที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเวลารับผิดชอบ ที่สำคัญ คนทำงานบางส่วนอาจรู้สึกว่าตนเองสามารถทำได้มากกว่าเดิม จึงอาสารับงานเพิ่มโดยไม่รู้ตัว

งานวิจัยอีกชิ้นจาก Haas School of Business มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งติดตามพนักงานบริษัทเทคโนโลยี 200 คนเป็นเวลา 8 เดือน ก็ให้ข้อสังเกตใกล้เคียงกัน นักวิจัยพบว่า AI ไม่ได้ทำให้เวลาของพนักงานว่างลงเสมอไป แต่กลับทำให้การทำงานเข้มข้นขึ้น พนักงานทำงานเร็วกว่าเดิม รับผิดชอบงานที่มีขอบเขตกว้างขึ้น และขยายเวลาทำงานออกไปหลายช่วงของวัน แม้จะไม่ได้ถูกสั่งโดยตรงก็ตาม

ประเด็นที่น่ากังวลคือการเปลี่ยนแปลงนี้อาจเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในช่วงแรก การทำงานเร็วขึ้นและการได้ลองใช้เครื่องมือใหม่อาจทำให้รู้สึกสนุกและมีพลัง แต่เมื่อทำซ้ำเป็นเวลานาน องค์กรอาจเริ่มมองผลงานระดับดังกล่าวว่าเป็นมาตรฐานปกติ พนักงานจึงต้องรักษาความเร็วและปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเหนื่อยล้าและความเครียดสะสม

ผลกระทบต่อสมดุลชีวิตและการบริหารงาน

สำหรับองค์กร สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการวัดว่าพนักงานใช้ AI แล้วทำงานได้มากขึ้นเท่าไร แต่ควรตรวจสอบด้วยว่าคุณภาพงาน สุขภาพจิต และความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานเป็นอย่างไร หากบริษัทนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ก็ควรกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนว่าเวลาที่ประหยัดได้จะถูกนำไปใช้กับอะไร อาจเป็นเวลาพัก การเรียนรู้ทักษะใหม่ การปรับปรุงคุณภาพงาน หรือการลดภาระที่ไม่จำเป็น

  • กำหนดเป้าหมายการใช้ AI ให้สอดคล้องกับเวลาทำงานจริง
  • หลีกเลี่ยงการเพิ่มงานโดยอัตโนมัติเพียงเพราะพนักงานทำงานบางขั้นตอนได้เร็วขึ้น
  • เปิดโอกาสให้พนักงานปิดการแจ้งเตือนและมีช่วงเวลาทำงานแบบไม่ถูกรบกวน
  • ประเมินคุณภาพงานและความเหนื่อยล้าควบคู่กับตัวเลขผลิตภาพ
  • ส่งเสริมให้ทีมใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยงาน ไม่ใช่เหตุผลในการทำงานตลอดเวลา

ในมุมของพนักงาน การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพควรเริ่มจากการกำหนดขอบเขตของตนเอง เช่น ตั้งเวลาหยุดงาน ปิดการแจ้งเตือนหลังเลิกงาน และตรวจสอบว่างานที่เพิ่มขึ้นนั้นมีความจำเป็นจริงหรือไม่ นอกจากนี้ ควรใช้ AI เพื่อลดงานซ้ำซากและคืนเวลาให้กับการคิดเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่ใช้เวลาที่ได้คืนมารับงานทุกอย่างเพิ่มจนไม่มีเวลาพัก

โดยสรุป ประเด็น ผู้ใช้ AI ทำงานนานขึ้นถึง 90 นาทีต่อวัน ผลการศึกษาพบ เตือนให้เราเห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้รับประกันการทำงานที่สั้นลงโดยอัตโนมัติ AI อาจช่วยเพิ่มความเร็วและขยายความสามารถของคนทำงานได้จริง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับวิธีที่องค์กรกำหนดเป้าหมายและวิธีที่แต่ละคนจัดการเวลา หากใช้โดยไม่มีขอบเขต AI อาจกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้วันทำงานแน่นขึ้น ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือใช้ AI อย่างมีกลยุทธ์ พร้อมรักษาเวลาพักและสุขภาพของคนทำงานให้มีความสำคัญไม่แพ้ประสิทธิภาพ

ในความเห็นของเรา ความสำเร็จของ AI ไม่ควรวัดจากจำนวนงานที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรวัดจากการที่ผู้คนทำงานได้ดีขึ้นโดยยังมีเวลาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ บริษัทที่มองเห็นจุดนี้จะสามารถใช้ AI เพื่อสร้างสถานที่ทำงานที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงทำให้พนักงานทำงานได้นานกว่าเดิม

ที่มา – AI Users Are Working Up to 90 Minutes Longer Every Day, Study Finds

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *