ผบ.ตร. ลงนามแบ่งงาน 6 รอง ผบ.ตร.-จตช. จัดทัพดูแลปราบปราม สืบสวน ความมั่นคง และภัยออนไลน์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าจัดระบบการทำงานครั้งสำคัญ หลัง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 424/2569 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เรื่องการมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจเรตำรวจแห่งชาติ โดยแบ่งภารกิจออกเป็น 6 สายงานหลัก เพื่อให้การบริหารงานตำรวจมีความชัดเจนและสอดคล้องกับภารกิจด้านความปลอดภัยของประชาชนมากขึ้น
คำสั่งดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชน เพราะเป็นการกำหนดผู้รับผิดชอบงานสำคัญทั้งด้านบริหาร ป้องกันปราบปราม สืบสวนสอบสวน กฎหมาย ความมั่นคง และงานจเรตำรวจ รวมถึงการดูแลศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะการฉ้อโกงออนไลน์ ยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ
ผบ.ตร. ลงนามแบ่งงาน 6 รอง ผบ.ตร.-จตช. แบ่งหน้าที่ชัดเจน
สำหรับรายละเอียดการแบ่งงาน พบว่าพล.ต.อ.ธนพล ศรีโสภา รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานบริหาร ดูแลหน่วยงานสนับสนุนที่มีบทบาทต่อการทำงานของตำรวจทั่วประเทศ อาทิ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานกำลังพล สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานงบประมาณและการเงิน โรงพยาบาลตำรวจ กองบัญชาการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และกองบินตำรวจ รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
ด้านงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบกำกับดูแลกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 ในส่วนที่กำหนดไว้ และหน่วยงานบางส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภารกิจหลักของสายงานนี้คือการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ป้องกันเหตุอาชญากรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองต่อเหตุที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ส่วนงานสืบสวนสอบสวนอยู่ในความรับผิดชอบของ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. โดยครอบคลุมงานสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค 1-9 รวมถึงกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ การกำกับดูแลสายงานนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการคลี่คลายคดีในปัจจุบันต้องอาศัยทั้งข้อมูลภาคสนาม หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีดิจิทัล
สำหรับงานกฎหมายและคดี พล.ต.อ.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบสำนักงานกฎหมายและคดี รวมถึงกองบังคับการกฎหมายและคดีของตำรวจภูธรภาค 1-9 ขณะที่งานความมั่นคงและกิจการพิเศษอยู่ภายใต้การดูแลของ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบทั้งงานจราจร การควบคุมฝูงชน พื้นที่ชายแดนภาคใต้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน และกองการต่างประเทศ
ในส่วนของงานจเรตำรวจ พล.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบกำกับดูแลงานจเรตำรวจทั้งหมด ซึ่งมีบทบาทในการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินการปฏิบัติงานของหน่วยงานตำรวจ เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามระเบียบและมาตรฐานที่กำหนด
มอบหมายศูนย์เฉพาะกิจ รับมือปัญหาที่ประชาชนกังวล
นอกจากการแบ่งงานหลักแล้ว ผบ.ตร. ยังมอบหมายผู้บังคับบัญชารับผิดชอบศูนย์ปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษหลายด้าน โดย พล.ต.อ.นิรันดร รับหน้าที่ดูแลศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า และการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ
พล.ต.อ.ธัชชัย รับผิดชอบศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและคนเข้าเมือง และศูนย์บริหารงานป้องกันปราบปราม ขณะที่ พล.ต.อ.อิทธิพล รับผิดชอบศูนย์ที่เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบ น้ำมันเชื้อเพลิง ยาเสพติด การจราจร และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง
การให้ พล.ต.อ.อิทธิพล ดูแลศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่าภัยดิจิทัลกลายเป็นหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญกับมิจฉาชีพที่ใช้ทั้งการหลอกลงทุน ลิงก์ปลอม การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ และการหลอกให้โอนเงิน ดังนั้น การทำงานเชิงรุก การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการประสานงานกับธนาคารหรือแพลตฟอร์มออนไลน์จึงมีความจำเป็นมากขึ้น
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ณพวัฒน์ รับผิดชอบศูนย์ต่อต้านการทุจริต พล.ต.อ.ธนพล รับผิดชอบศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.กฤษฎา รับผิดชอบศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน การแบ่งหน้าที่ลักษณะนี้ช่วยให้แต่ละศูนย์มีผู้กำกับดูแลที่ชัดเจน และสามารถขับเคลื่อนนโยบายให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
โดยภาพรวม คำสั่ง ผบ.ตร. ลงนามแบ่งงาน 6 รอง ผบ.ตร.-จตช. ไม่ได้เป็นเพียงการจัดสรรตำแหน่ง แต่ยังสะท้อนแนวทางการบริหารตำรวจที่ให้ความสำคัญกับปัญหาใกล้ตัวประชาชน ทั้งอาชญากรรมในพื้นที่ ความปลอดภัยบนท้องถนน ภัยออนไลน์ ยาเสพติด และความมั่นคงชายแดน หากการประสานงานระหว่างหน่วยงานทำได้รวดเร็วและต่อเนื่อง ประชาชนก็น่าจะได้รับประโยชน์จากการป้องกันเหตุและการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
มุมมองที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ การทำงานของตำรวจจะต้องผสานกำลังภาคสนามเข้ากับเทคโนโลยีให้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะการติดตามเส้นทางเงินและการใช้ข้อมูลเพื่อป้องกันอาชญากรรมก่อนเกิดเหตุ ประชาชนเองก็ควรติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการ ไม่กดลิงก์แปลกปลอม และรีบแจ้งเหตุเมื่อพบพฤติกรรมน่าสงสัย เพื่อช่วยกันลดความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบใหม่
