ผบ.ตร. กำชับทุกหน่วยบริหารงบจำกัด ยึดหลัก ‘งานไม่เสีย-ขวัญไม่เสีย’ เร่งประสานรัฐบาลขอจัดสรรเพิ่มแก้ปมเบี้ยเลี้ยง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าบริหารงบประมาณภายใต้ข้อจำกัด โดยให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพของภารกิจและคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการปรับเบี้ยเลี้ยงในบางหน่วยงาน ประเด็นนี้จึงได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ติดตามข่าวบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง เพราะงบประมาณที่เพียงพอมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลความปลอดภัย การป้องกันอาชญากรรม และการให้บริการประชาชนในทุกพื้นที่
แนวนโยบายสำคัญถูกสื่อสารผ่าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. ได้กำชับผู้นำหน่วยทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ ไปจนถึงผู้กำกับการ ให้บริหารงบประมาณอย่างรอบคอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับภารกิจจริงของแต่ละพื้นที่
ผบ.ตร. กำชับทุกหน่วยบริหารงบจำกัด ยึดหลัก ‘งานไม่เสีย-ขวัญไม่เสีย’ เร่งประสานรัฐบาลขอจัดสรรเพิ่มแก้ปมเบี้ยเลี้ยง
หัวใจของนโยบายนี้อยู่ที่แนวคิด “งานไม่เสีย-ขวัญไม่เสีย” ซึ่งเป็นหลักการที่สะท้อนว่าการลดหรือจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณจะต้องไม่ทำให้ภารกิจหลักของตำรวจสะดุด ขณะเดียวกันก็ไม่ควรสร้างภาระเกินสมควรให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานภาคสนาม ทำงานเป็นกะ หรือรับผิดชอบพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
หลักแรก งานไม่เสีย ต้องรักษาความปลอดภัยประชาชน
ภารกิจด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนยังคงเป็นลำดับแรก การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย การอำนวยความยุติธรรม และการให้ความช่วยเหลือประชาชนจะต้องดำเนินต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารงบจำกัดจึงไม่ใช่การหยุดงาน แต่เป็นการจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับความจำเป็นมากที่สุด
ในทางปฏิบัติ แต่ละหน่วยงานอาจต้องทบทวนค่าใช้จ่าย วางแผนการใช้ทรัพยากรล่วงหน้า และเลือกสนับสนุนงานที่มีผลต่อความปลอดภัยโดยตรง เช่น การออกตรวจ การรับแจ้งเหตุ การสืบสวนสอบสวน และการดูแลพื้นที่สำคัญ การตัดสินใจทุกด้านควรอยู่บนข้อมูลจริง ไม่ใช่การลดค่าใช้จ่ายแบบเหมารวมจนกระทบประชาชน
หลักที่สอง ขวัญไม่เสีย ต้องดูแลกำลังพล
อีกประเด็นที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือขวัญกำลังใจของตำรวจ เพราะเจ้าหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนภารกิจทั้งหมด หากกำลังพลรู้สึกว่าไม่ได้รับการดูแลหรือได้รับผลกระทบจากการปรับเบี้ยเลี้ยงโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน อาจส่งผลต่อแรงจูงใจและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานได้
ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาจึงได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการงบประมาณของแต่ละหน่วยด้วยตนเอง พร้อมดูแลสิทธิ สวัสดิการ และความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่อย่างเหมาะสม ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ตรวจสอบได้ และลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนภายในองค์กร
สำหรับกรณีที่ตำรวจบางส่วนกังวลเรื่องการปรับเบี้ยเลี้ยง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ผบ.ตร. รับทราบปัญหาและไม่ได้เพิกเฉย โดยเปิดทางให้แต่ละหน่วยรายงานอุปสรรคหรือข้อขัดข้องมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขตามข้อเท็จจริง การสื่อสารลักษณะนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานเห็นภาพเดียวกันและสามารถวางแผนการทำงานได้อย่างเหมาะสม
เร่งประสานรัฐบาลขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานรัฐบาลเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมแล้ว พร้อมมอบหมายให้รอง ผบ.ตร. สายงานบริหาร รวมถึงสำนักงานงบประมาณและการเงิน เร่งศึกษาแนวทางดำเนินการ เพื่อให้ภารกิจของตำรวจเดินหน้าต่อไปได้ควบคู่กับการดูแลสวัสดิการกำลังพล
การขอรับงบประมาณเพิ่มเติมถือเป็นแนวทางที่ช่วยลดแรงกดดันในระยะยาว แต่ในระหว่างรอการจัดสรร หน่วยงานจำเป็นต้องบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งยังควรเปิดเผยหลักเกณฑ์การจัดสรรในระดับที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน การบริหารที่โปร่งใสจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและทำให้การใช้งบประมาณตอบโจทย์ปัญหาจริงมากขึ้น
สำหรับประชาชน ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าการทำงานของตำรวจไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนกำลังพลเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับงบเดินทาง อุปกรณ์ ยานพาหนะ ค่าใช้จ่ายประจำภารกิจ และสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานด้วย หากปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงพอ ย่อมมีโอกาสกระทบต่อความรวดเร็วและคุณภาพของการให้บริการ
โดยสรุป ผบ.ตร. กำชับทุกหน่วยบริหารงบจำกัด ยึดหลัก ‘งานไม่เสีย-ขวัญไม่เสีย’ เร่งประสานรัฐบาลขอจัดสรรเพิ่มแก้ปมเบี้ยเลี้ยง เป็นแนวทางที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างภารกิจเพื่อประชาชนกับการดูแลเจ้าหน้าที่ การแก้ปัญหาให้ยั่งยืนควรเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งการจัดสรรงบเพิ่มเติม การตรวจสอบการใช้จ่าย และการรับฟังเสียงจากผู้ปฏิบัติงาน เทรนด์การบริหารภาครัฐในวันนี้จึงควรมุ่งสู่การใช้ข้อมูลจริง โปร่งใส และให้ความสำคัญกับคนทำงาน หากทุกฝ่ายร่วมกันติดตามผลอย่างสร้างสรรค์ ก็จะช่วยให้หลัก “งานไม่เสีย-ขวัญไม่เสีย” เกิดขึ้นได้จริงในทุกพื้นที่
