ประธานศาลฎีกาเซ็นคำแนะนำสกัด ‘คดีฟ้องปิดปาก’ ให้อำนาจศาลยกฟ้องคดีกลั่นแกล้ง-ปิดบังข้อเท็จจริง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีเกี่ยวกับความยุติธรรมที่น่าสนใจมากครับ เมื่อประธานศาลฎีกาได้ออกแนวปฏิบัติใหม่เพื่อจัดการกับปัญหาที่หลายคนเรียกว่า คดีฟ้องปิดปาก หรือที่ในทางสากลรู้จักกันในชื่อ SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความหนักใจให้กับประชาชนและนักเคลื่อนไหวมาอย่างยาวนาน

ประธานศาลฎีกาได้ลงนามในคำแนะนำเรื่องการดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือการให้อำนาจศาลยุติธรรมในการกลั่นกรองและตรวจสอบการฟ้องร้องคดีอาญาที่ดูแล้วน่าจะเป็นการกลั่นแกล้งมากกว่าการใช้สิทธิโดยชอบธรรมตามกฎหมายครับ

ประธานศาลฎีกาเซ็นคำแนะนำสกัด ‘คดีฟ้องปิดปาก’ ให้อำนาจศาลยกฟ้องคดีกลั่นแกล้ง-ปิดบังข้อเท็จจริง

เรามักจะเห็นข่าวการฟ้องร้องคดีอาญาเพื่อให้จำเลยเกิดความหวาดกลัวหรือเสียเวลาทำมาหากิน ทั้งที่จริงแล้วคดีเหล่านั้นอาจมีเจตนาแอบแฝง การออกคำแนะนำนี้จึงเป็นการวางมาตรฐานใหม่ให้ชัดเจนขึ้น โดยมีการระบุพฤติกรรมที่เข้าข่ายการฟ้องร้องไม่สุจริตไว้หลายประการ อาทิ:

  • การฟ้องคดีที่มีลักษณะข่มขู่ หรือสร้างความเดือดร้อนให้จำเลยเกินความจำเป็น
  • การใช้คดีความเพื่อกดดันให้คู่ความต้องทำ หรือละเว้นการทำบางอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
  • การนำข้อเท็จจริงเท็จหรือบิดเบือนไปบอกต่อศาลเพื่อจูงใจให้รับฟ้อง

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดเหตุแห่งความสงสัยที่ศาลสามารถใช้ดุลพินิจตรวจสอบได้เข้มข้นขึ้น เช่น การฟ้องคดีในศาลที่อยู่ไกลจากที่ทำงานของจำเลย เพื่อสร้างภาระในการเดินทาง หรือการฟ้องซ้ำซากในเหตุการณ์เดียวกัน นี่คือสัญญาณบวกที่แสดงว่า ประธานศาลฎีกาเซ็นคำแนะนำสกัด ‘คดีฟ้องปิดปาก’ ให้อำนาจศาลยกฟ้องคดีกลั่นแกล้ง-ปิดบังข้อเท็จจริง ได้อย่างตรงจุดมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในยุคดิจิทัลอย่างยิ่งครับ

กลไกการทำงานของอำนาจศาลในการคุ้มครองประชาชน

ตามคำแนะนำนี้ ศาลสามารถใช้มาตรา 161/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐาน หากพบว่ามีการกลั่นแกล้งจริง ศาลมีอำนาจสั่งยกฟ้องได้ทันทีตั้งแต่ชั้นตรวจฟ้องเลยครับ ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรของทั้งคู่ความและงบประมาณของศาลได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นการปกป้องคนสุจริตไม่ให้ต้องตกเป็นเหยื่อของการใช้อำนาจเงินหรืออิทธิพลผ่านกระบวนการยุติธรรม

ในมุมมองของผม นี่เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการส่งเสริมสังคมประชาธิปไตย เพราะการที่ระบบศาลยอมรับและทำมาตรการป้องกัน ประธานศาลฎีกาเซ็นคำแนะนำสกัด ‘คดีฟ้องปิดปาก’ ให้อำนาจศาลยกฟ้องคดีกลั่นแกล้ง-ปิดบังข้อเท็จจริง ในครั้งนี้ จะช่วยให้ประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบสังคมด้วยความสุจริตมีความมั่นใจมากขึ้น

สรุปเทรนด์ความยุติธรรม: ต่อจากนี้ผู้ที่จะใช้สิทธิฟ้องคดีคงต้องรอบคอบขึ้น เพราะศาลมีเกราะป้องกันจำเลยที่เข้มแข็งขึ้นแล้ว หากใครที่มีเจตนาไม่ดีในการกระทำต่อคู่ความ ต่อไปนี้จะทำได้ยากขึ้นแน่นอนครับ นี่คือความก้าวหน้าทางกฎหมายที่คุณควรรับทราบไว้ครับ

ที่มา – ประธานศาลฎีกาเซ็นคำแนะนำสกัด ‘คดีฟ้องปิดปาก’ ให้อำนาจศาลยกฟ้องคดีกลั่นแกล้ง-ปิดบังข้อเท็จจริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *