ประธาน FCC เสนอยกเลิกกฎควบคุมการถือครองสื่อโทรทัศน์
ในโลกของการสื่อสารมวลชนที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจาก Brendan Carr ประธาน FCC ที่กำลังผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกี่ยวกับกฎข้อบังคับที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมข่าวและโทรทัศน์โดยตรง ซึ่งประธาน FCC เสนอยกเลิกกฎควบคุมการถือครองสื่อโทรทัศน์ที่เคยมีมานานกว่าสองทศวรรษ
ประธาน FCC เสนอยกเลิกกฎควบคุมการถือครองสื่อโทรทัศน์
ย้อนกลับไปในปี 2004 สภาคองเกรสเคยมีคำสั่งให้ FCC ออกกฎจำกัดการถือครองสถานีโทรทัศน์ระดับประเทศ โดยกำหนดให้เจ้าของสถานีรายใดรายหนึ่งสามารถเข้าถึงครัวเรือนชาวอเมริกันได้ไม่เกิน 39% เท่านั้น กฎนี้เปรียบเสมือนปราการด่านสำคัญที่คอยปกป้องไม่ให้กลุ่มธุรกิจสื่อยักษ์ใหญ่ควบรวมกิจการจนกลายเป็นผู้ผูกขาดเนื้อหาทั้งหมด แต่ในปัจจุบัน Brendan Carr กลับมองว่ากฎดังกล่าวกลายเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อต้องสู้กับสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายใหญ่
ผลกระทบเมื่อประธาน FCC เสนอยกเลิกกฎควบคุมการถือครองสื่อโทรทัศน์
หากข้อเสนอนี้ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมในวันที่ 6 สิงหาคม จะเกิดความเปลี่ยนแปลงดังนี้:
- เปิดทางให้เกิดการควบรวมกิจการยักษ์ใหญ่ในวงการโทรทัศน์ได้ง่ายขึ้น
- เปลี่ยนจากการบังคับใช้กฎแบบครอบคลุม (Blanket Rule) มาเป็นการพิจารณาแบบรายกรณี (Case-by-case)
- บริษัทสื่อรายใหญ่อาจขยายอิทธิพลเข้าถึงครัวเรือนได้มากกว่า 60% ของประเทศ
ทางด้านบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Nexstar และ Sinclair ต่างแสดงความยินดีกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยมองว่าเป็นเรื่องของสามัญสำนึกในยุคสมัยใหม่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง Anna Gomez กรรมาธิการจากฝั่งเดโมแครตกลับแสดงความกังวลอย่างรุนแรง เธอระบุว่าการเคลื่อนไหวนี้จะทำลายสำนักข่าวท้องถิ่น ลดทอนความหลากหลายของข้อมูล และส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคโดยตรง
แม้แต่วุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ยังออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าความพยายามนี้เปรียบเสมือนการปูพรมแดงให้กับหายนะการผูกขาดทางการค้า ซึ่งคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การที่ประธาน FCC เสนอยกเลิกกฎควบคุมการถือครองสื่อโทรทัศน์ จะผ่านความเห็นชอบไปได้จริงหรือไม่ และผลกระทบต่อเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนจะเป็นอย่างไรต่อไป นี่คือประเด็นร้อนที่สะท้อนถึงการปะทะกันระหว่างกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่กับผู้ปกป้องผลประโยชน์สาธารณะอย่างชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี
ที่มา – FCC Chairman Wants to Repeal a Key Rule That Would Fundamentally Change Broadcast News
