ปคม. ประสานทางการไต้หวัน รวบแม่ส่งลูกสาววัย 12 ค้าประเวณีญี่ปุ่น อ้างพาเที่ยวช่วงปิดเทอมก่อนลวงเข้าร้านนวดแฝง
เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปคม.) ได้ประสานกับหน่วยงานตำรวจในไต้หวันเพื่อดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์รายหนึ่ง โดยเป็นกรณีที่ผู้ต้องหานำลูกสาววัยเพียง 12 ขวบไปบังคับให้ค้าประเวณีในประเทศญี่ปุ่น และอ้างว่าพาไปเที่ยวในช่วงปิดภาคเรียนเท่านั้น ซึ่งเป็นการล่อลวงครอบครัวจนเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญเช่นนี้
ความเศร้าของ ‘ปคม. ประสานทางการไต้หวัน รวบแม่ส่งลูกสาววัย 12 ค้าประเวณีญี่ปุ่น อ้างพาเที่ยวช่วงปิดเทอมก่อนลวงเข้าร้านนวดแฝง’
พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รองผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหานำบุตรสาวไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยอ้างว่าจะพาไปช่วยดูแลน้องในช่วงปิดเทอม ทว่าเมื่อไปถึงกลับนำเด็กไปส่งที่ร้านนวดในเขตบุนเคียว ซึ่งแฝงการบริการทางเพศ ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด
ในช่วงเดือนกันยายน เด็กหญิงสามารถหลบหนีจากสถานที่ดังกล่าวได้ และได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น จนนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศในการจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งในขณะนั้น ผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ที่ไต้หวัน และต่อมาถูกหน่วยงานตำรวจในไต้หวันจับกุมเพื่อดำเนินการส่งตัวกลับประเทศไทย
กรณีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างประเทศ จึงมีการมอบหมายให้อัยการแผนกคดีค้ามนุษย์เข้ามารับผิดชอบเป็นผู้สอบสวน เพื่อให้ได้หลักฐานครบถ้วนและสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายไทยได้อย่างเต็มรูปแบบ
ญาติถึงกับตกใจกับแผนร้ายของ ‘แม่’
จากข้อมูลจากญาติของผู้ต้องหาได้เปิดเผยว่า ผู้ต้องหามีอาชีพเป็นหมอนวด และมีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงานเป็นประจำ ทำให้ครอบครัวไม่ได้เอะใจเมื่อเขาอ้างว่าจะพาหลานสาวไปเที่ยวต่างประเทศเป็นเวลาหนึ่งเดือน จนกระทั่งพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้
ฟ้องหนัก เพื่อปกป้องเด็ก
ในขั้นตอนการดำเนินคดี พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้หนักที่สุด ได้แก่ ข้อหาค้ามนุษย์ และข้อหาเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาเด็กเพื่อการอนาจาร เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น โดยไม่คำนึงว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่
ความร้ายแรงของคดีนี้คือการลักไก่ความบริสุทธิ์ของเด็กในวัยเรียนหนังสือ ซึ่งจะต้องได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ ทั้งจากครอบครัวและสังคม ที่ผ่านมาเราอาจมองข้ามพฤติกรรมของเพื่อนบ้านหรือคนรอบข้างของเรา คิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เบื้องหลังอาจซ่อนราวกับกรณีนี้อยู่ก็ได้
ความน่ากลัวของคดีนี้ไม่ใช่แค่การกระทำของผู้กระทำเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่เราทุกคนควรตื่นตัวต่อความผิดปกติในพฤติกรรมของครอบครัวใกล้ตัว และหนุนเสริมความปลอดภัยให้กับเด็กให้ได้มากที่สุด
อย่ามองข้ามสัญญาณใด ๆ ที่ดูเกินความเป็นไปได้ เพราะบางครั้งอาจเป็นเสียงกร cries for help ที่แฝงอยู่ในความเงียบงัน