นายกรัฐมนตรีนำ ครม. ถวายสักการะ รำลึก 13 ตุลาคม ‘วันนวมินทรมหาราช’ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ

นายกรัฐมนตรีนำ ครม. ถวายสักการะ รำลึก 13 ตุลาคม ‘วันนวมินทรมหาราช’ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีเดินทางไปยังอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อประกอบพิธีวางพวงมาลาและถวายความเคารพ เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

บรรยากาศภายในพิธีเป็นไปด้วยความสงบและเรียบร้อย นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรีถวายความเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้นนายกรัฐมนตรีวางพวงมาลาจำนวน 2 พวง ในนาม “นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี” เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีในนามคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมวางพวงมาลาในนาม “กระทรวงมหาดไทย” ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน และเสร็จสิ้นพิธีอย่างสมเกียรติ

ความหมายของวันนวมินทรมหาราช

วันนวมินทรมหาราชตรงกับวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 วันสำคัญนี้เป็นโอกาสให้ประชาชนชาวไทยร่วมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนมาอย่างยาวนาน

ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อทอดพระเนตรปัญหาและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างใกล้ชิด หลายโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจึงเกิดขึ้นจากความเข้าใจสภาพพื้นที่จริง ทั้งด้านการเกษตร แหล่งน้ำ การอนุรักษ์ดินและป่าไม้ รวมถึงการส่งเสริมอาชีพในชุมชน

แนวพระราชดำริเหล่านี้ไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ยังวางรากฐานให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว หลักการพัฒนาที่ค่อยเป็นค่อยไป ใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และคำนึงถึงความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ยังคงเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจในยุคปัจจุบัน

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับชีวิตประจำวัน

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญที่คนไทยคุ้นเคยคือ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเน้นการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี โดยมีความรู้และคุณธรรมเป็นเงื่อนไขสำคัญ หลักคิดนี้สามารถนำมาปรับใช้ได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเงิน การประกอบอาชีพ การใช้เทคโนโลยี หรือการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน

  • ความพอประมาณ: ใช้จ่ายและดำเนินชีวิตให้เหมาะสมกับกำลังของตนเอง
  • ความมีเหตุผล: วิเคราะห์ข้อมูลและผลกระทบก่อนตัดสินใจ
  • การมีภูมิคุ้มกัน: เตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน
  • ความรู้และคุณธรรม: ใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบ พร้อมยึดมั่นในความรับผิดชอบ

พิธีที่นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีถวายสักการะในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมตามวาระสำคัญของประเทศ แต่ยังสะท้อนการร่วมกันแสดงความกตัญญูและรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นสถานที่สำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ แนวคิดการพัฒนา และคุณค่าของการทำงานเพื่อส่วนรวม

สำหรับคนรุ่นใหม่ การรำลึกถึงพระองค์สามารถเชื่อมโยงกับการลงมือทำในรูปแบบร่วมสมัยได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง การช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนสินค้าชุมชน หรือการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ เพราะหัวใจของแนวคิดการพัฒนาคือการสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ข่าวนายกรัฐมนตรีนำ ครม. ถวายสักการะ รำลึก 13 ตุลาคม ‘วันนวมินทรมหาราช’ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการสืบสานความทรงจำและคุณค่าที่มีความหมายต่อสังคมไทย ในวันที่ประเทศกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน แนวคิดเรื่องความพอดี ความรับผิดชอบ และการพึ่งพาตนเองยังคงนำมาปรับใช้ได้จริง

ท้ายที่สุด การรำลึกวันนวมินทรมหาราชไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเข้าร่วมพิธี แต่ควรต่อยอดเป็นการทำความดีและสร้างประโยชน์ให้ชุมชนในแบบที่แต่ละคนสามารถทำได้ เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัว แล้วค่อยขยายไปสู่การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นี่คือวิธีที่คนรุ่นปัจจุบันสามารถร่วมสืบสานแนวคิดอันทรงคุณค่าให้เกิดขึ้นในชีวิตจริง

ที่มา – นายกรัฐมนตรีนำ ครม. ถวายสักการะ รำลึก 13 ตุลาคม ‘วันนวมินทรมหาราช’ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *