นักโบราณคดีพบมัมมี่นาซกา 4 ร่างผิดที่

การค้นพบทางโบราณคดีครั้งใหม่ในเปรูอาจทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับจักรวรรดิวารีและอารยธรรมนาซกาต้องเปลี่ยนไป นักวิจัยค้นพบ มัมมี่นาซกา 4 ร่าง ที่แหล่งโบราณคดี Huaca del Loro บริเวณชายฝั่งทางใต้ของเปรู สิ่งที่สร้างความประหลาดใจไม่ใช่เพียงสภาพของร่างผู้เสียชีวิตที่ยังคงถูกรักษาไว้ แต่เป็นตำแหน่งที่พบ เพราะมัมมี่เหล่านี้ถูกฝังอยู่ใกล้กับวิหารของวารี ไม่ใช่สุสานนาซกาที่นักโบราณคดีคุ้นเคย

การค้นพบ นักโบราณคดีพบมัมมี่นาซกา 4 ร่างผิดที่ จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการศึกษาประวัติศาสตร์อเมริกาใต้ หลักฐานดังกล่าวอาจสะท้อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างชาววารีกับชาวนาซกาไม่ได้มีเพียงการรุกรานหรือการควบคุมด้วยกำลังทหาร แต่ยังอาจมีการร่วมมือ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และพิธีกรรมร่วมกันอีกด้วย

นักโบราณคดีพบมัมมี่นาซกา 4 ร่างผิดที่

ศาสตราจารย์โครินา เคลล์เนอร์ จาก Northern Arizona University และทีมงานค้นพบมัมมี่ทั้งสี่ร่างในปี 2022 ระหว่างการขุดค้น Huaca del Loro แหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีอายุย้อนกลับไปถึงยุคนาซกา ซึ่งรุ่งเรืองราวปี ค.ศ. 1 ถึง 750 บุคคลทั้งสี่ถูกห่อด้วยผ้าและจัดให้อยู่ในท่านั่ง โดยงอเข่าเข้าหาหน้าอกและวางมือไว้ใกล้ใบหน้า ลักษณะการฝังเช่นนี้พบได้ในวัฒนธรรมนาซกา แต่ตำแหน่งของสุสานกลับเป็นสิ่งที่ทำให้นักวิจัยตั้งคำถาม

ร่างมัมมี่ถูกฝังอยู่ใต้หรือใกล้กับโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับจักรวรรดิวารี ซึ่งเข้ามามีอำนาจในภูมิภาคนี้ภายหลัง จักรวรรดิวารีมีศูนย์กลางอยู่ที่แอ่งอายากูโช และขยายอิทธิพลไปยังพื้นที่ชายฝั่งและที่ราบสูงของเปรูในช่วงประมาณปี ค.ศ. 600 ถึง 1100 โดยทั่วไป นักวิชาการมักมองว่าวารีเป็นมหาอำนาจที่ใช้การทหารและการตั้งถิ่นฐานเพื่อควบคุมดินแดนต่าง ๆ

นักโบราณคดีพบมัมมี่นาซกา 4 ร่างผิดที่ และความหมายใหม่

บริเวณ Huaca del Loro มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบวารีอย่างชัดเจน โดยเฉพาะวิหารรูปตัวดี ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของจักรวรรดิแห่งนี้ นักวิจัยเชื่อว่าแหล่งดังกล่าวอาจเคยเป็นศูนย์กลางอำนาจหรือศูนย์กลางการบริหารของวารีในดินแดนนาซกา อย่างไรก็ตาม หลักฐานจากสุสานของมัมมี่ทั้งสี่ร่างทำให้ภาพดังกล่าวซับซ้อนขึ้น

ภายในหลุมฝังศพพบสิ่งของที่ใช้เป็นเครื่องเซ่นหรือเครื่องถวายหลังความตายจำนวนมาก ได้แก่ อาหารท้องถิ่น ภาชนะเซรามิกที่มีทั้งรูปแบบนาซกาและวารี รวมถึงซากสัตว์ตระกูลอูฐ เช่น อัลปากา การผสมผสานสิ่งของเหล่านี้อาจบ่งบอกว่าพิธีกรรมดังกล่าวมีความหมายร่วมกันระหว่างสองวัฒนธรรม ไม่ใช่พิธีของผู้ปกครองจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

  • มัมมี่ทั้งสี่ร่างยังอยู่ในสภาพที่สามารถตรวจสอบได้
  • พบการฝังในพื้นที่ใกล้วิหารวารี ไม่ใช่สุสานทั่วไปของชาวนาซกา
  • เครื่องเซ่นประกอบด้วยอาหารท้องถิ่น เซรามิก และซากอัลปากา
  • หลักฐานชี้ให้เห็นการผสมผสานระหว่างประเพณีนาซกากับวารี

ศาสตราจารย์เคลล์เนอร์เสนอว่า ชาวนาซกาอาจไม่ได้ต่อต้านวารีอย่างรุนแรงเสมอไป แต่บางกลุ่มอาจสนับสนุนจักรวรรดิหรือมีบทบาทร่วมกับระบบอำนาจใหม่ การค้นพบนี้จึงอาจทำให้ภาพของการขยายอำนาจในโลกโบราณมีความละเอียดมากขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจเกิดจากทั้งสงคราม การเจรจา ความสัมพันธ์ทางสังคม และการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์

ก่อนหน้านี้ นักวิชาการจำนวนมากมักอธิบายการขยายตัวของวารีผ่านหลักฐานด้านป้อมปราการ โครงสร้างขนาดใหญ่ และภาพศิลปะที่แสดงนักรบ แต่ข้อมูลจาก Huaca del Loro แสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของจักรวรรดิ นั่นคือการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นผ่านพิธีกรรมและการยอมรับทางวัฒนธรรม หากข้อสันนิษฐานนี้ได้รับการยืนยัน ก็อาจหมายความว่าวารีใช้วิธีปกครองที่ยืดหยุ่นกว่าที่เคยคิด

นักวิจัยเริ่มต้นจากการตรวจเอกซเรย์มัมมี่ โดยทำงานร่วมกับรังสีแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ นักโบราณคดีจากเปรูและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติลิมายังเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอและใช้เทคโนโลยีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT สแกน เพื่อศึกษาสุขภาพ อายุ เพศ และสภาพร่างกายของบุคคลเหล่านี้อย่างละเอียดมากขึ้น

ในขั้นต่อไป ทีมจากห้องปฏิบัติการมานุษยวิทยาและไอโซโทปอาหารของมหาวิทยาลัย Northern Arizona จะวิเคราะห์อัตราส่วนไอโซโทปของคาร์บอน ไนโตรเจน และออกซิเจนในเนื้อเยื่ออินทรีย์ ข้อมูลเหล่านี้สามารถช่วยระบุอาหารที่ผู้เสียชีวิตรับประทาน สถานที่ที่พวกเขาเติบโต และรูปแบบการเดินทางหรือการย้ายถิ่นฐานได้ หากองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกันมาก ก็อาจบ่งชี้ว่าบุคคลเหล่านี้เดินทางมาจากพื้นที่อื่น หรือมีเครือข่ายความสัมพันธ์กว้างกว่าที่คาดไว้

การศึกษาเพิ่มเติมยังอาจช่วยตอบคำถามสำคัญว่า ชาวนาซกามีบทบาทอย่างไรในจักรวรรดิวารี พวกเขาถูกผนวกเข้ามาโดยสมัครใจ ถูกบังคับให้ยอมรับอำนาจ หรือมีความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา ผลการตรวจดีเอ็นเอและไอโซโทปจะช่วยให้นักวิจัยแยกแยะระหว่างคนท้องถิ่นกับผู้ที่เดินทางมาจากภูมิภาคอื่นได้ชัดเจนขึ้น

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ประวัติศาสตร์การล่าอาณานิคมมักถูกเล่าผ่านภาพของความรุนแรงและการต่อต้าน แต่ความจริงของมนุษย์อาจซับซ้อนกว่านั้น สังคมต่าง ๆ สามารถร่วมมือ แลกเปลี่ยนทรัพยากร และนำจุดแข็งของกันและกันมาใช้ แม้จะอยู่ภายใต้ระบบอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันก็ตาม ดังนั้น นักโบราณคดีพบมัมมี่นาซกา 4 ร่างผิดที่ จึงไม่ใช่เพียงข่าวการค้นพบศพโบราณ แต่เป็นเบาะแสสำคัญที่อาจช่วยเขียนประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างนาซกากับวารีขึ้นใหม่

หากผลการวิเคราะห์ในอนาคตยืนยันว่ามัมมี่เหล่านี้เป็นตัวแทนของความร่วมมือระหว่างสองวัฒนธรรม เรื่องราวของจักรวรรดิวารีก็อาจไม่ได้มีแต่สงครามและการยึดครอง แต่ยังมีการประสานอำนาจผ่านพิธีกรรม ครอบครัว และความเชื่อร่วมกัน นี่คือเหตุผลที่การค้นพบครั้งนี้ควรได้รับการติดตามต่อไป เพราะหลักฐานเพียงไม่กี่ชิ้นอาจเปลี่ยนมุมมองต่ออาณาจักรโบราณทั้งแห่งได้

สำหรับผู้อ่านที่สนใจประวัติศาสตร์โลก การค้นพบนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าอดีตไม่ได้มีคำตอบตายตัว การตรวจสอบหลักฐานใหม่อย่างรอบคอบอาจทำให้เรื่องราวที่เคยเชื่อกันมานานต้องถูกมองในมุมใหม่

ที่มา – Archaeologists Found 4 Nazca Mummies in the Wrong Place. It Could Turn the Story of an Ancient Empire ‘Upside Down’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *