ธารน้ำแข็งหาย 300 แห่งในอเมริกาตะวันตก

ธารน้ำแข็งหาย 300 แห่งในอเมริกาตะวันตก

รายงานการทบทวนงานวิจัยฉบับใหม่เผยให้เห็นภาพที่น่ากังวลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในสหรัฐอเมริกา ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 พื้นที่ทางตะวันตกของประเทศมีธารน้ำแข็งอยู่ประมาณ 1,450 แห่ง แต่ปัจจุบันธารน้ำแข็งมากกว่า 300 แห่งในรัฐ 48 รัฐตอนล่างได้หายไปแล้ว ขณะที่ธารน้ำแข็งที่ยังเหลืออยู่มีพื้นที่รวมลดลงประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์

การหายไปของ ธารน้ำแข็งหาย 300 แห่งในอเมริกาตะวันตก ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์บนภูเขาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของระบบน้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนจำนวนมาก งานศึกษานี้เผยแพร่ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences และนับเป็นหนึ่งในการประเมินภาพรวมที่ครอบคลุมที่สุดเกี่ยวกับสถานะของธารน้ำแข็งในภูมิภาคดังกล่าว

ธารน้ำแข็งหาย 300 แห่งในอเมริกาตะวันตก บอกอะไรเรา

ธารน้ำแข็งในฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ กระจายอยู่ใน 6 รัฐ โดยรัฐวอชิงตันมีพื้นที่ธารน้ำแข็งมากที่สุด รวมประมาณ 114 ตารางไมล์ หรือราว 295 ตารางกิโลเมตร แม้พื้นที่เหล่านี้จะมีขนาดไม่มากเมื่อเทียบกับผืนแผ่นดินทั้งหมด แต่ธารน้ำแข็งมีบทบาทสำคัญต่อแม่น้ำ ลำธาร สัตว์ป่า และแหล่งน้ำของผู้คน

สาเหตุหลักมาจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ฤดูร้อนที่ร้อนกว่าเดิมทำให้หิมะและน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ฤดูหนาวที่อุ่นขึ้นก็ทำให้หยาดน้ำฟ้าตกลงมาเป็นฝนมากกว่าหิมะ ธารน้ำแข็งจึงได้รับหิมะใหม่ไม่เพียงพอที่จะชดเชยน้ำแข็งที่สูญเสียไปในแต่ละปี

โดยธรรมชาติแล้ว ธารน้ำแข็งจะอยู่รอดได้จากสมดุลระหว่างการสะสมและการละลาย ในช่วงอากาศหนาว หิมะจะสะสมและถูกอัดตัวจนกลายเป็นน้ำแข็ง ส่วนในช่วงอากาศอุ่น น้ำแข็งจะละลายและไหลลงสู่พื้นที่ต่ำ หากปริมาณที่สะสมมากกว่าปริมาณที่สูญเสีย ธารน้ำแข็งจะขยายตัว หากทั้งสองด้านใกล้เคียงกัน ขนาดจะคงที่ แต่หากละลายมากกว่าสะสม ธารน้ำแข็งก็จะถอยร่น

อัตราการละลายแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

งานวิจัยพบว่าธารน้ำแข็งในฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ กำลังละลายเร็วกว่าในหลายพื้นที่ของโลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธารน้ำแข็งในรัฐ 48 รัฐตอนล่างส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก เมื่อมีน้ำแข็งสำรองน้อย การสูญเสียเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้ธารน้ำแข็งเสื่อมสภาพหรือหายไปได้อย่างรวดเร็ว

ในเทือกเขา Beartooth-Absaroka ทางตอนใต้ของรัฐมอนแทนา ธารน้ำแข็งกำลังสูญเสียความหนาประมาณ 1.5 ฟุต หรือราวครึ่งเมตรต่อปี ตัวเลขนี้สะท้อนความรุนแรงของภาวะโลกร้อนในพื้นที่ภูเขาที่มีธารน้ำแข็งขนาดเล็กและแยกตัวจากกัน

ในทางตรงกันข้าม ธารน้ำแข็งบนภูเขา Mount Rainier และ Mount Baker ในรัฐวอชิงตันมีขนาดใหญ่กว่า จึงสูญเสียความหนาช้ากว่า อยู่ที่ประมาณครึ่งฟุต หรือราว 15 เซนติเมตรต่อปี ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นว่าขนาด ความสูง ลักษณะภูมิประเทศ และปริมาณหิมะ ล้วนมีผลต่อความสามารถในการดำรงอยู่ของธารน้ำแข็ง

  • รัฐวอชิงตัน: มีธารน้ำแข็งจำนวนมากและมีพื้นที่รวมกว้าง โดยเฉพาะบริเวณภูเขาสูง
  • รัฐมอนแทนา: ธารน้ำแข็งจำนวนหนึ่งมีขนาดเล็กและสูญเสียน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว
  • รัฐโคโลราโดและไวโอมิง: ภูมิประเทศบางแห่งช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศระดับภูมิภาค
  • เทือกเขา Sierra Nevada: ธารน้ำแข็งอยู่ในพื้นที่สูงและมีสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว จึงมีความเปราะบางแตกต่างกันไป

ผลกระทบต่อแหล่งน้ำและระบบนิเวศ

ธารน้ำแข็งทำหน้าที่คล้ายคลังเก็บน้ำตามธรรมชาติ พวกมันสะสมน้ำในรูปของหิมะและน้ำแข็งในช่วงอากาศหนาว แล้วค่อย ๆ ปล่อยน้ำละลายออกมาในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่หลายพื้นที่มีฝนน้อยและต้องการน้ำมากที่สุด กลไกนี้ช่วยรักษาระดับน้ำในลำธารและแม่น้ำ รวมถึงสนับสนุนการใช้น้ำของชุมชน เกษตรกรรม และสัตว์ป่า

ในระยะแรก ธารน้ำแข็งที่กำลังละลายอาจปล่อยน้ำออกมามากขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำในลำธารเพิ่มขึ้นชั่วคราว แต่เมื่อปริมาณน้ำแข็งลดลงถึงจุดหนึ่ง แหล่งน้ำสำรองก็จะไม่เพียงพอ ผลที่ตามมาคือช่วงปลายฤดูร้อนอาจมีน้ำไหลน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลต่อปลา สัตว์ที่ต้องพึ่งพาน้ำเย็น พืชริมลำธาร และผู้คนที่ใช้น้ำจากระบบธรรมชาติเหล่านี้

นอกจากนี้ ธารน้ำแข็งยังมีคุณค่าด้านภูมิทัศน์ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม การที่ยอดเขาซึ่งเคยปกคลุมด้วยหิมะเริ่มเปลี่ยนแปลง อาจกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและความรู้สึกผูกพันของผู้คนกับพื้นที่ การหายไปของ ธารน้ำแข็งหาย 300 แห่งในอเมริกาตะวันตก จึงเป็นสัญญาณเตือนที่เชื่อมโยงทั้งธรรมชาติ เศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านน้ำ

เราควรรับมืออย่างไร

การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเป็นแนวทางสำคัญที่สุดในการชะลอการสูญเสียน้ำแข็ง แม้การฟื้นฟูธารน้ำแข็งที่หายไปแล้วจะทำได้ยาก แต่การติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ชุมชนวางแผนจัดการน้ำได้แม่นยำขึ้น ควรมีการตรวจวัดปริมาณหิมะ อุณหภูมิ ระดับน้ำในลำธาร และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่น้ำแข็งอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องนี้ยังเป็นเหตุผลให้ทุกคนต้องตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เกิดขึ้นไกลตัว ภาพน้ำแข็งที่ลดลงบนภูเขาอาจเชื่อมโยงกับน้ำที่เราใช้ในฤดูร้อน ระบบนิเวศที่เราพึ่งพา และความมั่นคงของชุมชนในอนาคต หากเราต้องการรักษาแหล่งน้ำและภูมิทัศน์เหล่านี้ไว้ การลดมลพิษ สนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาด และใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าคือสิ่งที่เริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้

การหายไปของธารน้ำแข็งไม่ใช่เพียงตัวเลขในรายงาน แต่เป็นสัญญาณสำคัญว่าธรรมชาติกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การลงมือร่วมกันในปัจจุบันอาจช่วยชะลอความสูญเสียและรักษาน้ำสำหรับคนรุ่นต่อไปได้

ที่มา – 300 Glaciers Gone: New Review Reveals the Scale of Ice Loss in the American West

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *