ทรัมป์บอกว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะลดระดับสงครามในอิหร่าน แต่ประเทศอื่น ๆ ต้องร่วมเฝ้าระวังช่องแคบฮอร์มุซด้วย
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองโลกที่กำลังร้อนระอุ โดยเฉพาะประเด็นที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแถลงข่าวแบบแซ่บๆ ทรัมป์บอกว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะลดระดับสงครามในอิหร่าน แต่ประเทศอื่น ๆ ต้องร่วมเฝ้าระวังช่องแคบฮอร์มุซด้วย นี่คือหัวใจของข่าวที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตทั่วโลกเลยทีเดียว ในฐานะคนที่ติดตามข่าวต่างประเทศมานาน ผมเห็นว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องสงครามธรรมดา แต่กระทบตรงถึงราคาน้ำมันที่เราต้องเติมรถ หรือแม้แต่ห่วงโซ่อุปทานของ gadget สุดล้ำที่เราชอบใช้กันในวงการ tech และ entertainment ด้วยนะ
ทรัมป์บอกว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะลดระดับสงครามในอิหร่าน แต่ประเทศอื่น ๆ ต้องร่วมเฝ้าระวังช่องแคบฮอร์มุซด้วย
ก่อนอื่นเลย ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ก่อนบินไปฟลอริดาวันที่ 20 มี.ค. โดยกดดันพันธมิตรอย่างสหราชอาณาจักร นาโต และแม้แต่จีนกับญี่ปุ่น ให้ช่วยกันปกป้องช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เขาบอกว่าสหรัฐฯ ไม่ได้พึ่งพาช่องแคบนี้มากนัก แต่ประเทศอื่นๆ ที่ใช้ต้องรับผิดชอบเอง และนาโตควรกล้าขึ้นหน่อย เพราะปฏิบัติการแบบนี้ “ง่ายมาก” ถ้ามีคนช่วย
โพสต์บน Truth Social: สัญญาณลดระดับทหาร
ต่อมาทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่าสหรัฐฯ ใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว กำลังคิดลดปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน แต่ย้ำชัดว่าประเทศอื่นต้องเฝ้าฮอร์มุซแทน เพราะสหรัฐฯ ไม่ได้ใช้! ถ้าถูกขอช่วยก็ยินดี แต่ถ้าอิหร่านหยุดคุกคามก็จบ นี่แหละสไตล์ทรัมป์ ชอบพูดตรงๆ แบบนี้ ทำให้พันธมิตรต้องคิดหนัก
มาตรการคลังสหรัฐฯ ช่วยพยุงราคาน้ำมัน
น่าสนใจอีกเรื่อง กระทรวงคลังสหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านที่ลอยลำอยู่ในทะเลชั่วคราว ปล่อยให้ขายได้ราว 140 ล้านบาร์เรล เพื่อตรึงราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งสูง รมว.สก็อต เบสเซนต์ บอกว่าอิหร่านยังเข้าถึงเงินยากอยู่ และจำกัดแค่น้ำมันเก่าเท่านั้น ราคาน้ำมันเบรนต์ตอนนี้อยู่ที่ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่ม 53% ในปีเดียว! นี่กระทบเราโดยตรงเลยนะเพื่อนๆ ค่าน้ำมันขึ้น รถติด streaming service อาจแพงขึ้นเพราะต้นทุนขนส่ง
- ผลกระทบต่อ tech: ชิปจากเอเชียขนส่งทางเรือ ฮอร์มุซปิด= supply chain ชะงัก
- entertainment: ราคาน้ำมันสูง สตูดิโอฮอลลีวูดถ่ายทำยากขึ้น หนังบล็อกบัสเตอร์อาจเลื่อน
- เศรษฐกิจทั่วไป: อินฟเลชันพุ่ง เงินในกระเป๋าเราน้อยลง
สหราชอาณาจักรยอมช่วย แต่ไม่เต็มตัว
UK อนุมัติให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีเป้าหมายอิหร่านที่คุกคามฮอร์มุซ แต่ UK เองไม่โจมตีตรงๆ นายกฯ สตาร์เมอร์โดนทรัมป์เหน็บว่าไม่ใช่เชอร์ชิลล์มาก่อน ตอนนี้ดูเหมือนยอมกดดันแล้ว แต่ทรัมป์อาจยังไม่พอใจ เพราะเรียกร้องให้ช่วยคุ้มกันเรือเต็มที่ อิหร่านตอบโต้เดือด รัฐมนตรีอารักชีบอกว่าสตาร์เมอร์ทำให้ชาวอังกฤษเสี่ยง และจะใช้สิทธิป้องกันตัว
จากมุมมอง expert ผมว่า นี่คือยุทธศาสตร์ “America First” ของทรัมป์ชัดๆ กดดันพันธมิตรให้แบ่งภาระ ลดค่าใช้จ่ายสหรัฐฯ แต่เสี่ยงทำให้ NATO แตกแยก ในยุคที่ tech อย่าง AI และ drone กำลังเปลี่ยนสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ดิจิทัลด้วย เพราะ data center ต้องการพลังงานจากน้ำมัน
สรุปแล้ว ทรัมป์บอกว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะลดระดับสงครามในอิหร่าน แต่ประเทศอื่น ๆ ต้องร่วมเฝ้าระวังช่องแคบฮอร์มุซด้วย เป็นข่าวที่แสดงถึงการเปลี่ยนทิศทาง แต่ยังต้องดูว่าพันธมิตรจะตอบสนองยังไง ผมคาดว่าราคาน้ำมันจะผันผวนต่อไปอีกสักพัก ส่งผลให้ gadget ใหม่ๆ อย่าง iPhone รุ่นต่อไปหรือ Netflix subscription แพงขึ้นแน่ๆ
ความเห็นส่วนตัว: สงครามแบบนี้ไม่เคยจบง่ายๆ แต่ทรัมป์ฉลาดที่ใช้แรงกดดันแบบนี้ Trend อนาคตคือพันธมิตรต้องแบ่งปันมากขึ้นในยุค multi-polar world คุณคิดยังไง? คอมเมนต์ด้านล่าง แล้วกดแชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ!