ทนาย ‘ทรงศักดิ์’ ขึ้นโรงพักทุ่งสองห้อง ฟ้อง พ.ร.บ.คอมพ์-หมิ่นประมาท 3 บุคคล โยงคลิปเสียงเรียกรับเงินสอบข้าราชการท้องถิ่น
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาติดตามประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองและกฎหมายกันหน่อย สำหรับใครที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง คงผ่านตากับกรณีที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับคลิปเสียงปริศนาที่พาดพิงถึงการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทางฝั่งของรองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ก็ไม่นิ่งเฉยครับ
ทนาย ‘ทรงศักดิ์’ ขึ้นโรงพักทุ่งสองห้อง ฟ้อง พ.ร.บ.คอมพ์-หมิ่นประมาท 3 บุคคล โยงคลิปเสียงเรียกรับเงินสอบข้าราชการท้องถิ่น
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อทนายความคู่ใจได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยคลิปเสียงดังกล่าว ซึ่งกล่าวหาว่าท่านรองนายกฯ มีส่วนพัวพันกับการเรียกรับเงินเข้าทำงานใน อปท. แบบงานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ ครับ เพราะมีการระบุชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องชัดเจน ทั้ง ‘ส้ม’, ‘กิต’ และ ‘บังแจ็ค’ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อชื่อเสียงอย่างรุนแรง
รายละเอียดของคดีและข้อเท็จจริง
จากการให้สัมภาษณ์ของทนายความ เราได้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า คลิปเสียงนี้ไม่ใช่ของใหม่ครับ แต่มันถูกบันทึกไว้นานแล้วตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีการระบุชื่อท่านทรงศักดิ์ด้วยซ้ำ เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ เรื่องโควตาและตัวเลขเงินมหาศาลกว่า 500 ล้านบาท การที่จู่ๆ มีการนำคลิปกลับมาแฉผ่านเพจดังโดยระบุชื่อท่านอย่างชัดเจน จึงมีเงื่อนงำว่าอาจเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองมากกว่าจะทำเพื่อความโปร่งใสครับ
ทำไมกรณี ทนาย ‘ทรงศักดิ์’ ขึ้นโรงพักทุ่งสองห้อง ฟ้อง พ.ร.บ.คอมพ์-หมิ่นประมาท 3 บุคคล โยงคลิปเสียงเรียกรับเงินสอบข้าราชการท้องถิ่น ถึงสำคัญ?
- เป็นการปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงจากข้อมูลที่เป็นเท็จ
- สะท้อนให้เห็นถึงการใช้โซเชียลมีเดียโจมตีกันในยุคปัจจุบัน
- ความชัดเจนของหลักฐานที่ทนายความเตรียมไว้กว่า 80% ซึ่งน่าจะมัดตัวผู้กระทำความผิดได้ไม่ยาก
ทางทีมกฎหมายยืนยันหนักแน่นเลยว่า ทรงศักดิ์ ไม่เคยรู้จักหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้อย่างแน่นอน และการกระทำครั้งนี้เหมือนเป็นการพยายามเตะตัดขาทางการเมือง เพราะเสียผลประโยชน์จากการประมูลงานมากกว่า หากใครมีหลักฐานจริง ควรนำไปให้หน่วยงานตรวจสอบ แทนที่จะเอามาปั่นกระแสในโลกออนไลน์ ซึ่งการทำแบบนี้ถือว่าเป็นดาบสองคมที่อาจเข้าตัวได้ในภายหลังครับ
ในมุมมองของผม กรณี ทนาย ‘ทรงศักดิ์’ ขึ้นโรงพักทุ่งสองห้อง ฟ้อง พ.ร.บ.คอมพ์-หมิ่นประมาท 3 บุคคล โยงคลิปเสียงเรียกรับเงินสอบข้าราชการท้องถิ่น เป็นบทเรียนที่ดีมากสำหรับสังคมยุคดิจิทัลครับ ก่อนที่เราจะเชื่อหรือแชร์ข้อมูลอะไรจากคลิปเสียงที่ถูกตัดต่อหรือนำเสนอเพียงด้านเดียว เราต้องตรวจสอบที่มาที่ไปให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคดีความโดยไม่รู้ตัว และสำหรับฝั่งผู้ถูกกล่าวหา การดำเนินคดีทางกฎหมายตามความเป็นจริงถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ครับ
สุดท้ายนี้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าทางตำรวจจะสามารถออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาได้เมื่อไหร่ และความจริงจะปรากฏออกมาในทิศทางไหน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าในโลกออนไลน์ ข้อมูลที่ดูน่าเชื่อถืออาจมีวาระซ่อนเร้นเสมอครับ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใครจนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะสิ้นสุดครับ
