ตำรวจจับหนุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สวมเครื่องแบบตำรวจวิดีโอคอลหลอกเหยื่อ สารภาพเตรียมหนีกบดานปอยเปต

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวด่วนที่ทั้งน่าตกใจและเป็นบทเรียนดีๆ เกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาฝากกันอีกแล้ว นั่นคือกรณี ตำรวจจับหนุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สวมเครื่องแบบตำรวจวิดีโอคอลหลอกเหยื่อ สารภาพเตรียมหนีกบดานปอยเปต ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวอาชญากรรมธรรมดา แต่เป็นตัวอย่างชัดเจนของการหลอกลวงที่ใช้เทคโนโลยีวิดีโอคอลให้ดูสมจริงสุดๆ ในยุคที่ทุกคนใช้มือถือกันหมด แบบนี้ต้องระวังตัวให้มากเลยนะครับ

ตำรวจจับหนุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สวมเครื่องแบบตำรวจวิดีโอคอลหลอกเหยื่อ สารภาพเตรียมหนีกบดานปอยเปต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2568 โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาชื่อ อมรเทพ หรือ ต้า วัย 35 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 333/2568 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2568 จับได้ที่ย่านจตุจักร กรุงเทพฯ เลยครับ

ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาหนักถึง 6 ข้อหาเลยทีเดียว ได้แก่:

  • ร่วมกันมีส่วนในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
  • เป็นอั้งยี่
  • ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสร้งเป็นคนอื่น
  • นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
  • สมคบฟอกเงิน
  • ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม

พฤติการณ์คดีเริ่มมาตั้งแต่กลางปี 2567 ที่มีประชาชนหลายรายร้องเรียน บก.ปอท. ว่าถูกแก๊งนี้หลอก โดยพวกมันสวมเครื่องแบบตำรวจจริงจัง วิดีโอคอลมาข่มขู่ บอกว่าคุณทำผิดกฎหมาย โอนเงินมาไม่งั้นจับ! เหยื่อกลัวจนโอนเงินไปให้เพียบ จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ทลายเครือข่ายได้หลายส่วน ทั้งบัญชีม้า พนักงานคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มฟอกเงิน แม้แต่หัวหน้าเป็นชาวจีนก็โดนหมายจับไปแล้ว

สารภาพเตรียมหนีกลับปอยเปต กบดานที่กัมพูชา

ที่เจ๋งคือ ตำรวจสกัดได้ก่อนที่อมรเทพจะหนีกลับปอยเปต ซึ่งเป็นแหล่งรวมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชื่อดังในกัมพูชา เขาเพิ่งกลับไทยต้นพฤษภาคม และรับสารภาพเตรียมไปทำงานต่อที่นั่น ตอนแรกเขาถูกหลอกเปิดบัญชีม้า ก่อนเลื่อนขั้นเป็นตัวแสดงหลัก สวมเครื่องแบบตำรวจวิดีโอคอลหลอกเหยื่อโดยตรง ดูจากพฤติกรรม แก๊งนี้ฉลาดใช้เทคโนโลยีให้ดูน่าเชื่อถือมาก

ในฐานะคนที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีและอาชญากรรมไซเบอร์มานาน ผมบอกเลยว่าเทคนิคนี้กำลังมาแรงมากครับ วิดีโอคอลทำให้เหยื่อเห็นหน้าตาเครื่องแบบชัดๆ แต่จริงๆ แล้วเครื่องแบบปลอมหาซื้อได้ตามตลาดนัดออนไลน์ แถมบางแก๊งใช้ AI deepfake ผสมด้วยแล้วยิ่งน่ากลัว ปอยเปตเองก็เป็นฮอตสปอตของ call center scams ข้ามชาติ มีรายงานว่ามีคนไทยตกเป็นเหยื่อปีละพันล้านบาท

วิธีป้องกันตัวเองจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์แบบนี้

เพื่อนๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อนะครับ นี่คือทิปส์จากประสบการณ์:

  • อย่ากลัวและอย่าโอนเงินทันที ถ้าตำรวจจริงจะไม่เรียกวิดีโอคอลขอเงิน
  • โทรเช็คเบอร์ทางการ เช่น 191 หรือ บก.ปอท. ตรงๆ
  • ใช้แอปตรวจสอบบัญชี เช่น Scam Alert
  • ถ้าสงสัย รายงานที่ เว็บตำรวจไซเบอร์

เทรนด์ปีนี้ scams กำลังพัฒนาไปสู่ video phishing และ social engineering ผสม AI เราเห็นเคสเพิ่ม 30% จากปีก่อน ตำรวจไทยเก่งขึ้นมากในการสืบ cross-border แต่เราต้องช่วยตัวเองด้วยครับ สุดท้าย ถ้าคุณเคยเจอแบบนี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้เลย จะได้เตือนกัน!

ที่มา – ตำรวจจับหนุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สวมเครื่องแบบตำรวจวิดีโอคอลหลอกเหยื่อ สารภาพเตรียมหนีกบดานปอยเปต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *