ตั้ง ‘จตช.’ สอบวินัยร้ายแรงอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปมชั้น 14 กฎหมายปิดทางห้ามลาออกหนีความผิด จ่อฟันปลดออก-ไล่ออก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาติดตามประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับกรณีการตรวจสอบจริยธรรมภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งล่าสุดได้มีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญหลังจากแพทยสภาชี้มูลความผิดอดีตนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยชั้น 14 ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน

ตั้ง ‘จตช.’ สอบวินัยร้ายแรงอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปมชั้น 14 กฎหมายปิดทางห้ามลาออกหนีความผิด จ่อฟันปลดออก-ไล่ออก

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ อดีตนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ถูกตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยทาง ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้ช่วยราชการที่ ศปก.ตร. เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสที่สุด ซึ่งเมื่อพูดถึงการ ตั้ง ‘จตช.’ สอบวินัยร้ายแรงอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปมชั้น 14 กฎหมายปิดทางห้ามลาออกหนีความผิด จ่อฟันปลดออก-ไล่ออก นั้นถือเป็นก้าวสำคัญที่จะยืนยันว่ากฎระเบียบขององค์กรตำรวจนั้นมีความเข้มงวดเพียงใด

เปิดข้อกฎหมาย: ลาออกเพื่อหนีความผิดทำไม่ได้

หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อส่งหนังสือขอลาออกแล้ว จะยังสามารถเอาผิดได้หรือไม่? คำตอบที่ชัดเจนและน่าสนใจจากมุมมองทางกฎหมายคือ ไม่ได้ครับ ตามพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติฉบับปัจจุบัน มีบทบัญญัติชัดเจนว่าหากข้าราชการตำรวจรายใดที่อยู่ระหว่างการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะไม่สามารถได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการได้ ดังนั้นการ ตั้ง ‘จตช.’ สอบวินัยร้ายแรงอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปมชั้น 14 กฎหมายปิดทางห้ามลาออกหนีความผิด จ่อฟันปลดออก-ไล่ออก จึงเป็นการปิดประตูไม่ให้ผู้กระทำผิดหลบเลี่ยงบทลงโทษด้วยการลาออกนั่นเอง

  • การสอบสวนต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
  • บทลงโทษหากผิดจริงมีเพียงสองสถาน คือ ปลดออก หรือ ไล่ออก
  • กระบวนการทางวินัยแยกส่วนต่างหากจากการเกษียณอายุราชการ

ในมุมมองของผม กรณีนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของระบบตรวจสอบภายในหน่วยงานรัฐ การที่ ผบ.ตร. มอบหมายให้ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เข้ามาดูแลเองนั้นสะท้อนให้เห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชนมากเพียงใด ในยุคที่โลกโซเชียลติดตามทุกฝีก้าว การทำงานที่ตรวจสอบได้คือหัวใจสำคัญครับ

มุมมองและบทสรุปทิ้งท้าย

จากสถานการณ์นี้ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าผลการสอบสวนจะออกมาเป็นอย่างไร แม้อดีตนายแพทย์ใหญ่ใกล้จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ แต่ผลของการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงจะมีผลผูกพันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนี่อาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการจัดการกับวินัยข้าราชการในอนาคตครับ หากองค์กรมีความกล้าหาญที่จะจัดการกับเรื่องอื้อฉาวภายในอย่างตรงไปตรงมา ย่อมส่งผลดีต่อศรัทธาที่ประชาชนมีต่อองค์กรอย่างแน่นอน

ที่มา – ตั้ง ‘จตช.’ สอบวินัยร้ายแรงอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ปมชั้น 14 กฎหมายปิดทางห้ามลาออกหนีความผิด จ่อฟันปลดออก-ไล่ออก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *