ดราม่า Fox News เมื่อ ทรัมป์ พัวพันคริปโตเคอร์เรนซี
ในฐานะที่ติดตามข่าวสารการเมืองโลกมาโดยตลอด เรื่องราวล่าสุดที่กำลังร้อนแรงคือกรณีที่ ดราม่า Fox News เมื่อ ทรัมป์ พัวพันคริปโตเคอร์เรนซี กลายเป็นประเด็นที่สื่อกระแสหลักเริ่มออกมาตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา หลังจากเอกสารทางการเงินฉบับล่าสุดเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กวาดรายได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์จากธุรกิจคริปโต ซึ่งถือเป็นตัวเลขมหาศาลที่ยากจะปฏิเสธ
ความจริงเบื้องหลัง ดราม่า Fox News เมื่อ ทรัมป์ พัวพันคริปโตเคอร์เรนซี
เป็นที่น่าสนใจว่าแม้แต่สื่อที่มักจะให้ท้ายทรัมป์อย่าง Fox News หรือ Wall Street Journal ยังเริ่มออกมาตีแผ่ถึงความไม่เหมาะสมของการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์เข้าครอบครัว โดยเฉพาะการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ World Liberty Financial ที่ทรัมป์มีส่วนเกี่ยวข้อง
มุมมองต่อ ดราม่า Fox News เมื่อ ทรัมป์ พัวพันคริปโตเคอร์เรนซี ในฐานะนักลงทุน
หากเราเจาะลึกเข้าไปในข้อมูล การที่ทรัมป์พยายามปกป้องธุรกิจคริปโตโดยอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้จีนเข้ามามีอิทธิพลนั้น ดูจะเป็นข้ออ้างที่ฟังดูห่างไกลจากความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือรายงานจากนิตยสารการเงินหลายแห่งระบุว่า:
- นักลงทุนรายย่อยที่ซื้อเหรียญ memecoin ของทรัมป์ต้องขาดทุนยับเยินรวมกว่า 3,800 ล้านดอลลาร์
- ทรัมป์กลับทำกำไรจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้อย่างมหาศาล
- การแยกแยะระหว่าง ‘การบริหารงานของลูกชาย’ กับ ‘การตัดสินใจระดับรัฐ’ เริ่มเป็นเส้นขนานที่มองเห็นได้ยากขึ้นทุกวัน
ความน่าตกใจที่สื่ออย่าง Fox News นำเสนอคือคำบรรยายใต้ภาพที่ระบุว่านี่คือ ‘การต้มตุ๋นที่ใหญ่ที่สุดตลอดกาล’ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความอดทนของฐานเสียงบางกลุ่มเริ่มหมดลง การที่ประธานาธิบดีต้องออกมาแถลงปกป้องตัวเองทั้งที่ปกติมักจะหลีกเลี่ยงประเด็นนี้ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าความไม่ชอบมาพากลนี้กำลังกระทบต่อสถานะทางจริยธรรมของทำเนียบขาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกเหนือจากเรื่องของคริปโตแล้ว ทรัมป์ยังถูกจับตามองเรื่องการปั่นหุ้น Dell หลังจากที่เขาแนะนำให้คนไปซื้อคอมพิวเตอร์ยี่ห้อนี้ ทั้งที่ตัวเองเพิ่งลงทุนในหุ้นดังกล่าวไปได้ไม่นาน และบริษัทยังได้รับสัญญากับทางเพนตากอนอีก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือสัญญาณเตือนของความเหลื่อมล้ำในการใช้อำนาจที่ประชาชนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ท้ายที่สุด การเคลื่อนไหวทางการเงินรอบตัวผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของโลก ว่าด้วยเรื่องจริยธรรมและความเป็นธรรมในการบริหารประเทศ บทเรียนในครั้งนี้บอกเราว่า เมื่อผลประโยชน์ส่วนตัวมาปะทะกับหน้าที่สาธารณะ ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดมักจะเป็นประชาชนคนตัวเล็กๆ เสมอ
ที่มา – Fox News Struggles to Defend Trump Crypto ‘Grift,’ So He’ll Just Have to Do It Himself
