ซามูเอล รีดและเจคอบ แอนเดอร์สันเปิดใจเกี่ยวกับ ‘Lestat the Vampire’ ซีซันใหม่
ในงานซานดิเอโก คอมิก-คอน 2025 ทาง io9 ได้รับเชิญเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ใหม่จากจักรวาลอมตะของแอนน์ ไรซ์อย่าง The Vampire Lestat บนช่อง AMC ซึ่งไม่ใช่การต่อเนื่องจาก Interview With the Vampire ซีซัน 3 แต่เป็นบทใหม่ที่ถ่ายทอดโดยเลสตัตเอง โดยเขาก้าวขึ้นมารับไมค์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง พร้อมไขความเข้าใจผิดที่เคยมีต่อตัวเขา
‘Lestat the Vampire’ กับจุดเริ่มต้นใหม่ของจักรวาลอมตะ
ในงานนี้ ซามูเอล รีด ผู้รับบท Lestat de Lioncourt ได้ร่วมพูดคุยกับเจคอบ แอนเดอร์สัน ผู้รับบท Louis รวมถึงเอริค โบโกเชียน ที่กลับมาในบท Daniel Molloy และทีมสร้างสรรค์เบื้องหลัง เพื่อเปิดเผยรายละเอียดใหม่จากตัวอย่างที่เพิ่งปล่อยออกมา ‘Lestat the Vampire’ กำลังจะพาผู้ชมก้าวข้ามขอบเขตของความโรแมนติกและความขัดแย้ง ไปสู่การสำรวจอัตลักษณ์ในตัวตนของวายร้ายสุดเซ็กซี่คนนี้
เลสตัต vs หลุยส์: ความรักที่พังทลายหลังหนังสือถูกตีพิมพ์
ท้ายที่สุดของซีซัน 2 เราได้เห็นช่วงสะพานเชื่อมระหว่างเลสตัตกับหลุยส์ ที่ดูเหมือนจะกลับมาคืนดีกันได้ แต่ทุกอย่างอาจพังทลายลงเมื่อหนังสือของแดเนียล โมลอยถูกตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ ในตัวอย่างแรกที่ปล่อยออกมานั้น เลสตัตและหลุยส์ถูกแสดงในฉากที่กำลังจ้างทนายเพื่อขอแยกทางกัน “เราเข้าสู่ยุคของการหย่าร้างแล้ว” รีดพูดพร้อมรอยยิ้ม “หนังสือเล่มนั้นยังคงเป็นภาระหนักที่ทั้งสองคนต้องเผชิญ เพราะเมื่อจบซีซัน 2 ทั้งคู่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย”
เจคอบ แอนเดอร์สันเองก็เปิดเผยว่า “ฉากนั้นมันสะเทือนอารมณ์มาก ผมแทบล็อกความรู้สึกไม่ได้ คล้ายกับว่าเราจำเป็นต้องแสดงอะไรใหม่ที่แตกต่างออกไป”
Lestat the Vampire กับดนตรีที่บอกเล่าความเจ็บปวด
ซีซันนี้ แดเนียล โมลอยกลับมาอีกครั้งในบทผู้บันทึกเรื่องราวของเลสตัต แต่คราวนี้ไม่ใช่ผ่านบทพูด แต่เป็นผ่านดนตรี โดยเลสตัตจะแสดงอารมณ์ผ่านบทเพลงหลายบท ที่หนึ่งในนั้นแน่นอนว่าคือเพลงถึงหลุยส์ Lestat the Vampire จึงไม่ใช่เพียงซีรีส์แฟนตาซี แต่เป็นมิวสิคัลที่ลึกซึ้งและเปี่ยมอารมณ์
แดเนียล ฮาร์ท ผู้ควบคุมดนตรีของซีรีส์ กล่าวว่า “เพลงของเขามีแรงบันดาลใจจาก Led Zeppelin, Robert Plant, ดนตรีคลาสสิก แจ๊ส ไปจนถึงสมัยใหม่ เราอยากหลีกเลี่ยงการใช้เพลงเพื่อขับเคลื่อนบท เพราะนั่นคือสิ่งที่มิวสิคัลส่วนใหญ่ทำ แต่เราต้องการให้เพลงสะท้อนความรู้สึกภายในของเลสตัต”
ผู้กำกับ โรลิน โจนส์ ยืนยันว่า “เลสตัตกำลังเผชิญกับวิกฤติอัตลักษณ์ ระหว่าง ‘วายร้ายที่แสดงบนเวที’ กับ ‘วายร้ายตัวจริง’” เขาตั้งคำถามกับทุกสิ่งตั้งแต่การเปิดเผยตัวตนผ่านดนตรี ไปจนถึงความรู้สึกว่าตนเองอาจทรงพลังเกินพอดี เพราะมีเลือดของอาคาช่าอยู่ในร่าง
ซามูเอล รีดกล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วยเลือดของอาคาช่า เขารู้สึกเหมือนตัวเองไร้ขีดจำกัด แต่เขาก็ยังกลัวว่าถ้าเผยทุกอย่าง คนรอบตัวจะไม่มีวันรักเขาจริงๆ เพราะกลัวในพลังอำนาจของเขามากกว่า”
ใครจะรับบทราชินีแห่งปีศาจยังคงเป็นปริศนา แต่ทุกอย่างชี้ชัดว่า Lestat the Vampire จะไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องของวายร้าย — มันคือการไขว่คว้าหาความหมายของชีวิต ความรัก และการยอมรับตนเองในโลกที่ไร้แสงอาทิตย์
แฟนๆ สามารถติดตาม The Vampire Lestat ได้ในปี 2026 ทาง AMC อย่าพลาดการกลับมาของสุดยอดซีรีส์ที่กำลังจะปฏิวัติวงการแวมไพร์ไปตลอดกาล
อย่าลืมติดตาม ‘Lestat the Vampire’ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การเล่าเรื่องที่ล้ำลึกที่สุดในปี 2026