ซากเรืออายุ 4,700 ปีอาจเก่าแก่ที่สุดในโลก
การค้นพบทางโบราณคดีใต้น้ำครั้งใหม่กำลังทำให้ประวัติศาสตร์การเดินเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น นักโบราณคดีทางทะเลพบซากเรือโบราณบริเวณเคโควา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี ซึ่งอาจมีอายุระหว่าง 4,400-4,700 ปี และอาจเป็นซากเรือที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยค้นพบ หากการศึกษาหลักฐานเพิ่มเติมยืนยันช่วงเวลานี้ได้ การค้นพบดังกล่าวจะช่วยเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับการค้าทางทะเลในยุคสำริดตอนต้นอย่างมาก
ซากเรืออายุ 4,700 ปีอาจเก่าแก่ที่สุดในโลก
ซากเรือแห่งนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2024 ในระดับความลึกประมาณ 20-24 เมตร หรือราว 65-78 ฟุต ใต้ผิวน้ำบริเวณชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนของตุรกี การสำรวจระหว่างปี 2024-2025 พบภาชนะดินเผารูปทรงแอมโฟราอย่างน้อย 18 ใบ ภาชนะเหล่านี้มีพื้นก้นแบนและหูจับด้านข้าง ซึ่งเป็นลักษณะที่สัมพันธ์กับเทคนิคการผลิตในช่วงประมาณ 3050-2450 ปีก่อนคริสตกาล
แม้ชิ้นส่วนไม้ของตัวเรือจะไม่หลงเหลืออยู่มากพอสำหรับการตรวจหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี แต่นักวิจัยสามารถใช้รูปแบบของสินค้าและภาชนะบนเรือเป็นหลักฐานประกอบได้ ลักษณะดังกล่าวชี้ว่าเรือน่าจะจมลงในช่วงยุคสำริดตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนต่าง ๆ รอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเริ่มมีเครือข่ายการแลกเปลี่ยนสินค้าที่กว้างขวางขึ้น
หลักฐานสำคัญจากแอมโฟราใต้ทะเล
สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้โดดเด่นไม่ใช่เพียงอายุของเรือเท่านั้น แต่ยังเป็นสภาพของภาชนะที่ช่วยเก็บรักษาร่องรอยสิ่งของภายในเอาไว้ได้อย่างน่าประหลาดใจ นักวิจัยพบว่ามีคราบสารตกค้างอยู่ในแอมโฟราหลายใบ คราบเหล่านี้อาจมาจากน้ำมันมะกอก ไวน์ หรือยางไม้ แม้จะยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าคือวัสดุชนิดใด แต่การมีสารตกค้างหลังผ่านเวลาหลายพันปีถือเป็นโอกาสสำคัญในการศึกษาวิถีชีวิตและระบบการค้าของผู้คนในอดีต
คาริน โซวาดา นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยแมคควารี ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเข้ามาศึกษาสารตกค้าง ให้ข้อมูลว่าปริมาณวัสดุที่ยังมองเห็นได้นั้นมีมากกว่าที่คาดไว้ เธอระบุว่าสารดังกล่าวอาจเป็นน้ำมันมะกอก ไวน์ หรือยางไม้ การวิเคราะห์ทางเคมีในขั้นต่อไปอาจช่วยจำแนกองค์ประกอบของสารได้ละเอียดขึ้น และอาจบอกได้ว่าผู้คนในยุคนั้นผลิต เก็บรักษา และขนส่งสินค้าเหล่านี้อย่างไร
แอมโฟราอีกใบหนึ่งมีรอยเครื่องหมาย 9 จุดและรู 2 รูบนตัวภาชนะ นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่ารูเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการทำชีสหรือเนยระหว่างการเดินทางไกล ความเป็นไปได้นี้สะท้อนว่าเรือไม่ได้ทำหน้าที่ขนส่งสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นพื้นที่ที่ลูกเรือใช้เตรียมอาหารและดำรงชีวิตในระหว่างการเดินทางด้วย
เส้นทางการค้าในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนโบราณ
ข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของตุรกีระบุว่า แอมโฟราเหล่านี้อาจผลิตขึ้นในแถบหุบเขาจอร์แดน ขณะเดียวกันก็พบภาชนะที่มีรูปแบบคล้ายกันในพื้นที่สำคัญหลายแห่ง เช่น อียิปต์ ทรอย และเกาะครีต การกระจายตัวของภาชนะลักษณะใกล้เคียงกันทำให้เห็นภาพว่า ผู้คนในยุคสำริดมีการติดต่อและแลกเปลี่ยนสินค้าข้ามภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ทางการตุรกีบันทึกซากเรือที่มีความสำคัญทางโบราณคดีตามแนวชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนได้ถึง 420 แห่ง ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในสมัยโรมันและไบแซนไทน์ อย่างไรก็ตาม มีเพียง 3 แห่งที่เชื่อมโยงกับยุคสำริด และซากเรือเคโควาเป็นหนึ่งในนั้น ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการเดินเรือและการค้าสำคัญมาเป็นเวลานานนับพันปี
- สถานที่ค้นพบ: เคโควา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของตุรกี
- ความลึก: ประมาณ 20-24 เมตรใต้ทะเล
- อายุโดยประมาณ: 4,400-4,700 ปี
- หลักฐานสำคัญ: แอมโฟราประมาณ 18 ใบและสารตกค้างภายในภาชนะ
- ช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์: ยุคสำริดตอนต้น
นักโบราณคดีฮาคาน โอนิซ จากมหาวิทยาลัยอัคเดนิซ เปรียบเทียบจุดค้นพบแห่งนี้ว่าเป็นเหมือนแคปซูลเวลาที่ก้นทะเล เพราะซากเรือและสินค้าถูกปิดผนึกอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ภาชนะเหล่านี้จึงช่วยเก็บข้อมูลที่อาจสูญหายไปจากแหล่งโบราณคดีบนบก เช่น วิธีบรรจุสินค้า รูปแบบการผลิต ตลอดจนพฤติกรรมของผู้คนระหว่างการเดินทาง
ทำไมจึงยังต้องมีการขุดค้นเพิ่มเติม
แม้หลักฐานในปัจจุบันจะสนับสนุนว่า ซากเรืออายุ 4,700 ปีอาจเก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ทีมวิจัยยังคงระมัดระวังในการสรุปผล เนื่องจากไม่มีโครงสร้างไม้ที่สมบูรณ์สำหรับตรวจสอบอายุโดยตรง รูปแบบภาชนะสามารถบอกช่วงเวลาได้ดี แต่ยังจำเป็นต้องเปรียบเทียบกับหลักฐานจากแหล่งอื่น รวมถึงตรวจสอบสารตกค้างและชั้นตะกอนโดยละเอียด
การขุดค้นภาคฤดูร้อนครั้งต่อไปอาจเผยให้เห็นชิ้นส่วนเรือเพิ่มเติม เครื่องมือของลูกเรือ หรือสินค้าชนิดอื่นที่ยังฝังอยู่ในพื้นทะเล นักวิจัยอาจพบหลักฐานใหม่ที่ช่วยอธิบายว่าเรือลำนี้เดินทางมาจากที่ใด กำลังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ไหน และเหตุใดจึงจมลง แม้รายละเอียดเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบ แต่ทุกชิ้นส่วนที่พบสามารถช่วยต่อภาพประวัติศาสตร์ให้ชัดเจนขึ้น
การค้นพบ ซากเรืออายุ 4,700 ปีอาจเก่าแก่ที่สุดในโลก ยังมีความหมายในมิติของมนุษย์ด้วย เพราะซากเรือไม่ได้บอกเพียงเรื่องสินค้าและเส้นทางการค้า แต่ยังสะท้อนชีวิตของลูกเรือ ผู้ผลิตภาชนะ คนงานที่แบกแอมโฟราขึ้นเรือ และครอบครัวที่รอคอยคนที่อาจไม่ได้เดินทางกลับบ้าน นักวิจัยมองว่าวัตถุเหล่านี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ยุคปัจจุบันได้สัมผัสอีกครั้งหลังผ่านไปเกือบ 5,000 ปี
ในมุมมองของผู้เขียน การค้นพบนี้เตือนให้เราเห็นว่าทะเลยังคงเก็บเรื่องราวสำคัญของมนุษยชาติเอาไว้อีกมาก การศึกษาอย่างรอบคอบและการอนุรักษ์โบราณวัตถุใต้น้ำจึงเป็นเรื่องจำเป็น หากมีการสำรวจต่อเนื่อง ซากเรือแห่งนี้อาจไม่ได้มอบเพียงสถิติของเรือที่เก่าแก่ที่สุด แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจโลกยุคโบราณผ่านร่องรอยอาหาร การค้า และชีวิตของผู้คนได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ที่มา – This 4,700-Year-Old Shipwreck Could Be the Oldest Ever Found—and Its Jars Still Have Residue Inside
