‘ชัชชาติ’ เผยน้ำท่วมกรุงคลี่คลาย 90% สั่งลุยฟื้นฟูเมือง-เร่งระบายน้ำ 6 เขตฝั่งตะวันออก
สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เริ่มคลี่คลายอย่างต่อเนื่อง หลังฝนหยุดตกติดต่อกัน 2 วัน โดย ‘ชัชชาติ’ เผยน้ำท่วมกรุงคลี่คลาย 90% สั่งลุยฟื้นฟูเมือง-เร่งระบายน้ำ 6 เขตฝั่งตะวันออก พร้อมลงพื้นที่หมู่บ้านนักกีฬา เขตสะพานสูง เพื่อติดตามการช่วยเหลือประชาชนและประเมินผลการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้ภารกิจ ‘ร่วมแรงฟื้นกรุง’
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ดีขึ้นประมาณ 90% พื้นที่ส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบและต้องเร่งระบายน้ำอีก 97 ชุมชน ใน 6 เขตฝั่งตะวันออก ได้แก่ มีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง ลาดกระบัง และบึงกุ่ม
‘ชัชชาติ’ เผยน้ำท่วมกรุงคลี่คลาย 90% สั่งลุยฟื้นฟูเมือง-เร่งระบายน้ำ 6 เขตฝั่งตะวันออก
พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังส่วนใหญ่เป็นชุมชนริมคลองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มและต้องใช้เวลาในการระบายน้ำ สาเหตุสำคัญมาจากกรุงเทพฯ ถูกล้อมรอบด้วยมวลน้ำจากหลายทิศทาง ทั้งปทุมธานี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ส่งผลให้มีน้ำไหลเข้ามาเติมในระบบคลองอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือคลองลำปลาทิว เนื่องจากระดับน้ำลดลงเพียงวันละประมาณ 2-3 เซนติเมตร ทำให้การระบายออกจากชุมชนเป็นไปอย่างช้า ๆ กรุงเทพมหานครจึงเร่งนำเรือผลักดันน้ำเข้าประจำการตามคลองสายต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำไปยังคลองประเวศ ก่อนประสานกรมชลประทานเพื่อผลักดันน้ำต่อไปยังคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และระบายออกสู่อ่าวไทย
เร่งระบายน้ำ พร้อมช่วยเหลือพื้นที่ใกล้เคียง
นอกจากการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้ว กทม. ยังเปิดประตูระบายน้ำคลอง 8 และคลอง 9 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดปทุมธานีด้วย แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การจัดการน้ำในพื้นที่เมืองไม่สามารถทำงานแบบแยกส่วนได้ เพราะน้ำไหลเชื่อมโยงกันผ่านคลองและระบบระบายน้ำหลายสาย การประสานงานระหว่างกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน และหน่วยงานท้องถิ่นจึงเป็นปัจจัยสำคัญ
สำหรับแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ระบบป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานครสามารถรองรับได้ โดยระบบมีศักยภาพรองรับน้ำมากกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะน้ำที่อาจผันมาจากพื้นที่ด้านตะวันออก รวมถึงน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่อาจส่งผลต่อพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ
ขณะเดียวกัน พยากรณ์อากาศยังคาดว่าอาจมีฝนตกเพิ่มอีกประมาณ 40-50 มิลลิเมตร ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจึงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการ ตรวจสอบระดับน้ำรอบบ้าน และเตรียมสิ่งของจำเป็นให้พร้อม หากมีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง หรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน ควรวางแผนการเคลื่อนย้ายล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย
ฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด เน้นความสะอาดและสุขภาพ
หลังระดับน้ำลดลง ภารกิจสำคัญของ กทม. คือการฟื้นฟูพื้นที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วที่สุด โดยเริ่มจากการจัดเก็บขยะและสิ่งของตกค้างที่มากับน้ำ ในพื้นที่ร่มเกล้าสามารถจัดเก็บขยะได้แล้วกว่า 3,200 ตัน ส่วนหมู่บ้านนักกีฬาสามารถจัดเก็บได้ประมาณ 280 ตัน เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังคน รถบรรทุก และเครื่องจักรเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
การจัดการขยะหลังน้ำท่วมมีความสำคัญมากกว่าการทำให้ถนนดูสะอาด เพราะขยะเปียกและสิ่งปฏิกูลอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค รวมถึงกีดขวางทางน้ำและทำให้เกิดน้ำขังซ้ำ ประชาชนจึงควรแยกขยะที่เสียหายจากน้ำท่วมออกจากขยะทั่วไป และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่
ด้านสาธารณสุข กทม. จัดหน่วยแพทย์และหน่วยงานสาธารณสุขเคลื่อนที่จำนวน 12 จุด ลงพื้นที่ดูแลประชาชนเชิงรุก บริการดังกล่าวครอบคลุมการตรวจรักษาโรค แจกยาสามัญ ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่สัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงด้านสุขภาพหลังประชาชนต้องสัมผัสน้ำและโคลนเป็นเวลานาน
- หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหากมีบาดแผลหรือโรคประจำตัว
- สวมรองเท้าบูตและถุงมือเมื่อต้องทำความสะอาดบ้าน
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้งานหลังน้ำลด
- แยกอาหารและน้ำดื่มที่สัมผัสน้ำท่วมออกจากของใช้ปกติ
- พาสัตว์เลี้ยงตรวจสุขภาพหากมีอาการผิดปกติ
บทเรียนสำคัญจากน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ชัชชาติกล่าวถึงบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า การอนุญาตก่อสร้างหมู่บ้านและชุมชนในอนาคตควรพิจารณาระดับพื้นที่ ความสามารถในการระบายน้ำ และความเสี่ยงน้ำท่วมให้รอบคอบยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ นอกจากนี้ยังควรปรับปรุงฐานข้อมูลพื้นที่เสี่ยงให้ทันสมัย พร้อมจัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์รับมือภัยพิบัติให้พร้อมใช้งานจริง
ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่คนกรุงเทพฯ ควรติดตาม เพราะการรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องสูบน้ำเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการวางผังเมือง การรักษาพื้นที่รับน้ำ การดูแลคลอง การก่อสร้างถนนและหมู่บ้าน ตลอดจนการแจ้งเตือนประชาชนอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีอย่างระบบตรวจวัดระดับน้ำแบบเรียลไทม์ แผนที่พื้นที่เสี่ยง และช่องทางแจ้งเหตุออนไลน์ จะมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยลดความเสียหาย
ผู้ว่าฯ กทม. ยังกล่าวขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทหารที่ร่วมกันช่วยเหลือประชาชน พร้อมย้ำว่าภารกิจเร่งด่วนคือการฟื้นฟูเมือง เปิดเส้นทางสัญจร เก็บขยะ และคืนความสะอาดปลอดภัยให้ทุกชุมชน
โดยสรุป ‘ชัชชาติ’ เผยน้ำท่วมกรุงคลี่คลาย 90% สั่งลุยฟื้นฟูเมือง-เร่งระบายน้ำ 6 เขตฝั่งตะวันออก สะท้อนว่าภาพรวมกำลังดีขึ้น แต่บางพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และเตรียมพร้อมรับฝนระลอกใหม่ ในระยะยาว กรุงเทพฯ จำเป็นต้องใช้ทั้งการบริหารจัดการเมือง ข้อมูลที่แม่นยำ และความร่วมมือของประชาชน เพื่อรับมือสภาพอากาศที่แปรปรวนได้อย่างยั่งยืน
ที่มา – ‘ชัชชาติ’ เผยน้ำท่วมกรุงคลี่คลาย 90% สั่งลุยฟื้นฟูเมือง-เร่งระบายน้ำ 6 เขตฝั่งตะวันออก
