‘ชัชชาติ’ หนุนสภา กทม. ตั้งวิสามัญฯ 180 วัน ศึกษาแนวทางรับมือ Data Center เตรียมความพร้อมเมืองหลวงสู่ยุคเทคโนโลยี AI

กรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่เมืองเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล การประชุมสภากรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงได้รับความสนใจจากทั้งแวดวงเทคโนโลยี ธุรกิจ และคนเมือง หลังที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางรองรับการพัฒนา Data Center ภายในกรอบเวลา 180 วัน

ประเด็นนี้สอดคล้องกับข่าว ‘ชัชชาติ’ หนุนสภา กทม. ตั้งวิสามัญฯ 180 วัน ซึ่งสะท้อนว่ากรุงเทพมหานครไม่ได้มอง Data Center เป็นเพียงอาคารที่ใช้เก็บเซิร์ฟเวอร์ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางพลังงาน และทิศทางการพัฒนาเมืองในระยะยาว

‘ชัชชาติ’ หนุนสภา กทม. ตั้งวิสามัญฯ 180 วัน เดินหน้าศึกษาเมืองยุค AI

การประชุมจัดขึ้น ณ อาคารไอราวัตพัฒนา โดยมีภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบญัตติของวิพุธ ศรีวะอุไร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางรัก เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการจัดทำแผนรองรับการพัฒนา Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI หรือ AI Infrastructure Readiness Plan

หัวใจของแผนดังกล่าวคือการเตรียมความพร้อมให้กรุงเทพมหานครสามารถรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณูปโภค ความปลอดภัย การจัดการพลังงาน การใช้น้ำ ตลอดจนการวางผังเมืองที่เหมาะสมกับธุรกิจดิจิทัลยุคใหม่ เรื่องนี้อาจฟังดูเป็นประเด็นไกลตัว แต่ในความเป็นจริง Data Center ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคนทั่วไปโดยตรง เพราะบริการสตรีมมิง แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มออนไลน์ ระบบธนาคาร และเครื่องมือ AI ล้วนต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้

ทำไม Data Center จึงเป็นเรื่องที่กรุงเทพฯ ต้องเตรียมตัว

ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมี Data Center รวม 49 แห่ง แบ่งเป็นศูนย์ข้อมูลที่ตั้งอยู่ในอาคารทั่วไป 43 แห่ง และอาคารเฉพาะทางอีก 6 แห่ง จำนวนดังกล่าวสะท้อนว่าธุรกิจ Data Center เริ่มมีบทบาทในเมืองหลวงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีการวางแผนล่วงหน้า การขยายตัวอย่างรวดเร็วอาจสร้างแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้า โครงข่ายโทรคมนาคม และทรัพยากรน้ำได้

Data Center ใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องมีระบบสำรองไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ บางพื้นที่อาจต้องพิจารณาความสามารถของโครงข่ายไฟฟ้า ระบบป้องกันอัคคีภัย รวมถึงการจัดการน้ำและความร้อนที่เกิดขึ้นจากการประมวลผลข้อมูล หากขาดมาตรฐานที่ชัดเจน ปัญหาเหล่านี้อาจกระทบต่อชุมชนโดยรอบและเพิ่มความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม

  • พลังงาน: ต้องประเมินกำลังไฟฟ้าและระบบสำรองให้เพียงพอ
  • โทรคมนาคม: ต้องมีเครือข่ายที่เสถียรและรองรับการส่งข้อมูลปริมาณสูง
  • ความปลอดภัย: ต้องวางมาตรฐานป้องกันอัคคีภัยและภัยคุกคามทางไซเบอร์
  • สิ่งแวดล้อม: ต้องบริหารการใช้พลังงาน น้ำ และความร้อนอย่างรับผิดชอบ
  • การวางผังเมือง: ต้องกำหนดพื้นที่และเงื่อนไขการพัฒนาให้เหมาะกับบริบทของกรุงเทพฯ

คณะกรรมการวิสามัญ 11 คนกับภารกิจภายใน 180 วัน

คณะกรรมการวิสามัญชุดนี้มีสมาชิกทั้งหมด 11 คน แบ่งเป็นผู้แทนจากฝ่ายบริหาร 2 คน และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครอีก 9 คน โดยมีกรอบเวลาศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ระยะเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงสำคัญในการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์แนวโน้มการลงทุน และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่เมือง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แสดงความเห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว เพราะ Data Center ที่อยู่ในพื้นที่เมืองหลวงมีบริบทแตกต่างจากศูนย์ข้อมูลในพื้นที่อุตสาหกรรมหรือพื้นที่ห่างไกล การศึกษาอย่างรอบด้านจะช่วยให้ กทม. มีข้อมูลก่อนพิจารณาออกข้อบัญญัติหรือกำหนดแนวทางปฏิบัติในอนาคต ที่สำคัญคือการทำงานต้องประสานกับหน่วยงานระดับประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนของภารกิจและกฎระเบียบ

ในมุมของประชาชน การตั้งคณะกรรมการครั้งนี้ควรนำไปสู่แผนที่เข้าใจง่ายและตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงเอกสารเชิงนโยบายที่อยู่บนชั้นวาง เพราะการพัฒนาเมืองยุค AI จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนกับการรักษาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ การมีส่วนร่วมของชุมชน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และภาคธุรกิจจึงเป็นองค์ประกอบที่ควรให้ความสำคัญ

สำหรับคนที่ติดตามทั้งข่าวเทคโนโลยีและความเคลื่อนไหวของกรุงเทพฯ ข่าว ‘ชัชชาติ’ หนุนสภา กทม. ตั้งวิสามัญฯ 180 วัน ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ เพราะการแข่งขันด้าน AI ในอนาคตไม่ได้วัดกันแค่จำนวนบริษัทเทคโนโลยี แต่ยังวัดจากความพร้อมของเมืองในการรองรับพลังงาน เครือข่ายข้อมูล ความปลอดภัย และการเติบโตอย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุดแล้ว ‘ชัชชาติ’ หนุนสภา กทม. ตั้งวิสามัญฯ 180 วัน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานกรุงเทพฯ ให้พร้อมสำหรับยุค AI อย่างแท้จริง สิ่งที่ควรจับตาคือผลการศึกษาหลังครบกำหนด 180 วัน และการนำข้อเสนอไปใช้จริง หากทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันด้วยข้อมูลที่โปร่งใส กรุงเทพฯ ก็มีโอกาสเป็นเมืองเทคโนโลยีที่เติบโตได้ พร้อมกับดูแลผู้คนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ที่มา – ‘ชัชชาติ’ หนุนสภา กทม. ตั้งวิสามัญฯ 180 วัน ศึกษาแนวทางรับมือ Data Center เตรียมความพร้อมเมืองหลวงสู่ยุคเทคโนโลยี AI

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *