จุลพันธ์เตรียมเสนอ ครม. ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานสัญชาติลาว-เมียนมา-เวียดนาม อีก 1 ปี รองรับความต้องการภาคธุรกิจ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการและเหล่า SME ที่กำลังบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในมืออยู่ครับ ล่าสุดมีการเคลื่อนไหวสำคัญจากกระทรวงแรงงานที่น่าจับตามองมาก เกี่ยวกับการบริหารจัดการแรงงานในระยะยาว เพื่อไม่ให้ธุรกิจของเราต้องสะดุดจากการขาดแคลนกำลังคน
จุลพันธ์เตรียมเสนอ ครม. ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานสัญชาติลาว-เมียนมา-เวียดนาม อีก 1 ปี รองรับความต้องการภาคธุรกิจ
คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาเผยข่าวดีหลังจากเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) โดยได้ข้อสรุปว่า ทางกระทรวงฯ เตรียมเสนอให้ ครม. เห็นชอบเรื่องการต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานสัญชาติลาว-เมียนมา-เวียดนาม อีก 1 ปี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนธุรกิจได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานะของแรงงานที่จะครบกำหนดในเร็วๆ นี้ครับ
แผนการครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ นะครับ เพราะเป้าหมายหลักคือการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ หากเราปล่อยให้แรงงานกลุ่มนี้ขาดช่วงไป จะส่งผลกระทบต่อทั้งภาคการผลิตและการบริการในบ้านเราแน่นอน การขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 จึงถือเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดและช่วยลดภาระให้นายจ้างได้มากทีเดียว
แนวทางการเตรียมตัวสำหรับผู้ประกอบการ
ในฐานะที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและเทคโนโลยีมานาน ผมขอบอกว่านี่เป็นจังหวะที่ดีครับ แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไปนะครับ เพราะนี่เป็นเพียงมติในหลักการ ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการและ HR ควรทำในตอนนี้คือ:
- คอยติดตามข่าวสารจากประกาศของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงแรงงานอย่างใกล้ชิด
- เตรียมเอกสารของแรงงานในสังกัดให้พร้อม เพราะเมื่อ ครม. เคาะมติอนุมัติแล้ว การดำเนินการจะรวดเร็วมาก
- ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตทำงานของแรงงานแต่ละคนให้ดี ว่าเข้าเกณฑ์ตามมติวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หรือไม่
สำหรับเพื่อนๆ ที่กังวลว่าจะพลาดข้อมูลสำคัญ ผมแนะนำให้เช็กที่เว็บไซต์ www.doe.go.th หรือติดต่อสำนักงานจัดหางานทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 2 ซึ่งสะดวกและตรวจสอบข้อมูลได้แม่นยำที่สุดครับ
มุมมองทิ้งท้าย: ผมมองว่าแนวโน้มตลาดแรงงานในอนาคตจะเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานทักษะต่ำและกึ่งทักษะมากขึ้นเรื่อยๆ การที่รัฐบาลพยายามดึงแรงงานเหล่านี้ให้อยู่ในระบบที่ถูกต้องเป็นกลยุทธ์ที่ดีมาก เพราะนอกจากจะช่วยภาคธุรกิจแล้ว ยังเป็นการคุ้มครองสิทธิแรงงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพพจน์ทางเศรษฐกิจของไทยโดยรวมด้วยครับ ฝากไว้ให้พิจารณาและเตรียมตัวกันให้ดีนะครับ!
