จับตานัดถกคุณสมบัติประธาน กสทช. 5 มิ.ย. นี้ ภาคประชาชนลุยยื่นเอกสารตรงถึงมือกรรมการสรรหาฯ หลังกระแสข่าวถูกสกัด
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน สำหรับใครที่ติดตามแวดวงโทรคมนาคมและเทคโนโลยีของไทยอยู่ในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องราวการตรวจสอบคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. ซึ่งล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญที่น่าสนใจมากๆ ของภาคประชาชนครับ
ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ถือว่าเป็นวันที่ต้องปักหมุดรอฟังข่าวกันเลยครับ เพราะมีการจัดประชุมคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อหารือในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสถานะและคุณสมบัติของประธาน กสทช. โดยคำสำคัญที่เราต้องเกาะติดคือการ จับตานัดถกคุณสมบัติประธาน กสทช. 5 มิ.ย. นี้ ภาคประชาชนลุยยื่นเอกสารตรงถึงมือกรรมการสรรหาฯ หลังกระแสข่าวถูกสกัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาคประชาชนเริ่มไม่นิ่งนอนใจและต้องการให้เกิดความโปร่งใสในองค์กรกำกับดูแลสื่อและโทรคมนาคมสูงสุดของประเทศ
จับตานัดถกคุณสมบัติประธาน กสทช. 5 มิ.ย. นี้ ภาคประชาชนลุยยื่นเอกสารตรงถึงมือกรรมการสรรหาฯ หลังกระแสข่าวถูกสกัด
ประเด็นที่น่าสนใจคือทำไมภาคประชาชนถึงต้องยื่นเอกสารกันถึงมือคณะกรรมการสรรหา? คำตอบก็คือความกังวลเรื่องขั้นตอนทางธุรการครับ มีข่าวคราวหนาหูว่าเอกสารสำคัญจากคณะกรรมาธิการวุฒิสภาชุดก่อนหน้า อาจถูก “สกัด” ไม่ให้เข้าถึงที่ประชุมได้โดยง่าย งานนี้ตัวแทนจากเครือข่ายสื่อและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (สร.ทช.) จึงต้องลงมาลุยด้วยตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเสียงสะท้อนและหลักฐานเหล่านั้นจะไปถึงมือผู้มีอำนาจตัดสินใจอย่างครบถ้วน
ข้อสงสัยหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ สถานะการทำงานของ นพ.สรณ กับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ว่ามีความสอดคล้องกับกฎหมายที่ห้ามดำรงตำแหน่งพนักงานรัฐ หรือการประกอบอาชีพที่ขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาในฐานะประธาน กสทช. หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นใจของประชาชนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
ทำไมการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถึงสำคัญต่ออนาคตเทคโนโลยีไทย?
การที่ภาคประชาชนออกมา จับตานัดถกคุณสมบัติประธาน กสทช. 5 มิ.ย. นี้ ภาคประชาชนลุยยื่นเอกสารตรงถึงมือกรรมการสรรหาฯ หลังกระแสข่าวถูกสกัด ไม่ใช่แค่เรื่องของการตรวจสอบตัวบุคคลเพียงอย่างเดียวครับ แต่มันคือการทวงคืนความโปร่งใสให้กับองค์กรอิสระ ในยุคที่เทคโนโลยีและโทรคมนาคมคือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล การมีผู้บริหารที่สง่างามและผ่านการตรวจสอบอย่างถูกต้องถือเป็นเรื่องที่ยอมรับผลลัพธ์เป็นมาตรฐานไม่ได้
สิ่งที่ผมอยากสรุปให้เห็นคือ หากเราต้องการเห็นประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ภาคส่วนต่างๆ ต้องช่วยกันตรวจสอบการทำงานขององค์กรกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพและมีความเที่ยงธรรม หากผลการประชุมในวันที่ 5 มิ.ย. นี้นำไปสู่ความกระจ่าง ผมเชื่อว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ใช้งานเทคโนโลยีในไทยได้มหาศาลครับ เรามาร่วมกันจับตาดูไปพร้อมๆ กันว่าผลลัพธ์จะออกมาทิศทางใด
