คริปโตทุ่มเงินการเมือง 176 ล้านดอลลาร์ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม
วงการคริปโตกำลังเพิ่มบทบาททางการเมืองอย่างชัดเจน โดยทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อสนับสนุนผู้สมัครที่มีแนวคิดเป็นมิตรต่อสินทรัพย์ดิจิทัล ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ รายงานล่าสุดระบุว่า คริปโตทุ่มเงินการเมือง 176 ล้านดอลลาร์ ในการแข่งขันชิงที่นั่งสภาคองเกรสมากกว่า 100 เขตตลอดรอบการเลือกตั้งนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการสนับสนุนผู้สมัครบางรายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมในการรักษาอิทธิพลทางนโยบายในระยะยาว
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างเครือข่ายพันธมิตรในสภาคองเกรส ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถูกมองว่าเปิดกว้างต่ออุตสาหกรรมคริปโต จะพ้นจากตำแหน่งในปี 2029 หากรัฐบาลชุดใหม่มีท่าทีเข้มงวดมากขึ้น บริษัทคริปโตอาจต้องเผชิญการตรวจสอบด้านกฎระเบียบ การบังคับใช้กฎหมาย และข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจมากกว่าเดิม
คริปโตทุ่มเงินการเมือง 176 ล้านดอลลาร์ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม
ข้อมูลจากรายงานข่าวระบุว่า เงินจำนวนมากถูกใช้ผ่านคณะกรรมการดำเนินการทางการเมือง หรือ PAC ซึ่งทำหน้าที่ระดมทุนและสนับสนุนผู้สมัครที่มีนโยบายสอดคล้องกับอุตสาหกรรม หนึ่งในกลุ่มที่มีบทบาทมากที่สุดคือ Fairshake ซึ่งเป็น super PAC รายใหญ่ของวงการคริปโต โดย Fairshake และพันธมิตรใช้เงินไปประมาณ 150.8 ล้านดอลลาร์สำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม
การใช้จ่ายดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่พรรคเดโมแครตมีโอกาสกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง หากผลการเลือกตั้งออกมาในทิศทางนั้น อุตสาหกรรมคริปโตอาจเผชิญแรงกดดันให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น รวมถึงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการคุ้มครองนักลงทุน การป้องกันการฟอกเงิน และการดูแลตลาดที่เข้มงวดขึ้น
ผลลัพธ์ของการทุ่มงบประมาณและกลยุทธ์ของ Fairshake
Fairshake ระบุว่า ผู้สมัคร 53 รายจากทั้งหมด 58 รายที่ได้รับการสนับสนุนในการเลือกตั้งขั้นต้นหรือการเลือกตั้งพิเศษ สามารถคว้าชัยชนะได้ ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าเงินทุนทางการเมืองอาจช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้สมัครที่สนับสนุนนวัตกรรมของสหรัฐฯ และต้องการวางกรอบกติกาสำหรับคริปโตอย่างชัดเจน
แม้ภาพรวมของพรรครีพับลิกันจะถูกมองว่าสนับสนุนคริปโตมากกว่า แต่กลุ่มอุตสาหกรรมยืนยันว่าตนเองสนับสนุนผู้สมัครจากทั้งสองพรรค จุดยืนหลักคือการเลือกบุคคลที่สนับสนุนนวัตกรรม เทคโนโลยีทางการเงิน และการเติบโตของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งวุฒิสภาครั้งล่าสุด Fairshake ตัดสินใจสนับสนุนเฉพาะผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน หลังจากสมาชิกพรรคเดโมแครตคัดค้านความคืบหน้าของกฎหมายสำคัญ
การตัดสินใจนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างเป้าหมายของอุตสาหกรรมกับข้อเรียกร้องด้านจริยธรรมทางการเมือง ฝ่ายเดโมแครตต้องการเพิ่มข้อกำหนดให้ครอบครัวทรัมป์ขายหรือถอนการถือครองสินทรัพย์คริปโตออกไป ก่อนที่กฎหมายจะเดินหน้าสู่การลงมติขั้นสุดท้าย ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนคริปโตมองว่าข้อกำหนดดังกล่าวอาจทำให้การออกกฎหมายที่จำเป็นต้องล่าช้าออกไป
กฎหมายคริปโตกับความพยายามสร้างความแน่นอน
อุตสาหกรรมคริปโตเคยประสบความสำเร็จด้านกฎหมายครั้งสำคัญจากการผ่าน Genius Act ซึ่งกำหนดแนวทางของรัฐบาลกลางสำหรับ stablecoin กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ผู้ออกเหรียญต้องมีสินทรัพย์สภาพคล่อง เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐหรือพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น ค้ำประกันเหรียญอย่างเต็มจำนวน นอกจากนี้ ผู้ออกเหรียญยังต้องเปิดเผยข้อมูลเงินสำรองเป็นรายเดือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้และนักลงทุน
กฎหมายอีกฉบับที่อุตสาหกรรมให้ความสำคัญคือ Clarity Act เนื้อหาหลักของกฎหมายคือการเพิ่มบทบาทให้คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า หรือ CFTC เข้ามาดูแลตลาดคริปโตมากขึ้น การแบ่งหน้าที่ที่ชัดเจนระหว่าง CFTC และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ SEC อาจช่วยลดความสับสนของบริษัทและนักลงทุน
ปัจจุบัน Clarity Act ยังติดอยู่ในวุฒิสภา ความล่าช้านี้สร้างความกังวลให้กับธุรกิจ เพราะหากยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดกรอบการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ กฎที่รัฐบาลทรัมป์นำมาใช้ก็อาจถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ง่ายเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ
เหตุใดอุตสาหกรรมจึงต้องใช้เงินจำนวนมาก
สาเหตุหนึ่งมาจากประสบการณ์ในช่วงรัฐบาลโจ ไบเดน ซึ่งมีท่าทีเข้มงวดต่อธุรกิจคริปโตมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการล่มสลายของ FTX ในปี 2022 ในช่วงเวลาดังกล่าว SEC ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคริปโต 98 คดี และเรียกค่าปรับรวมมากกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ทำให้บริษัทในอุตสาหกรรมมองเห็นความเสี่ยงจากการขาดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและการตีความกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงได้
นอกจากคริปโตแล้ว อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และธุรกิจพนันออนไลน์ ต่างก็เพิ่มการใช้จ่ายทางการเมืองเช่นกัน กลุ่ม Public Citizen รายงานว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้บริจาคเงินให้คณะกรรมการทางการเมืองรวมประมาณ 294 ล้านดอลลาร์ภายในเดือนมิถุนายน โดยบริษัทคริปโตคิดเป็น 189 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 37 เปอร์เซ็นต์ของเงินบริจาคจากภาคธุรกิจทั้งหมดที่กลุ่มติดตาม
- การสร้างพันธมิตร: บริษัทคริปโตต้องการผู้กำหนดนโยบายที่เข้าใจเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล
- การผลักดันกฎหมาย: อุตสาหกรรมต้องการกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนแทนการใช้มาตรการบังคับใช้เป็นรายกรณี
- การลดความเสี่ยง: กฎหมายที่แน่นอนช่วยให้บริษัทวางแผนการลงทุน การออกผลิตภัณฑ์ และการขยายธุรกิจได้ดีขึ้น
- การรักษาความสามารถในการแข่งขัน: สหรัฐฯ ต้องการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการเงินและไม่สูญเสียธุรกิจให้ประเทศอื่น
ผลกระทบต่อตลาดและนักลงทุน
การที่คริปโตทุ่มเงินการเมือง 176 ล้านดอลลาร์ก่อนเลือกตั้งกลางเทอมอาจส่งผลต่อตลาดในหลายด้าน หากผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนสามารถผลักดันกฎหมายที่เป็นมิตรต่ออุตสาหกรรมได้สำเร็จ บริษัทต่าง ๆ อาจมีความมั่นใจในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากขึ้น นักลงทุนสถาบันก็อาจเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนทางการเมืองไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงของคริปโตจะหายไป นักลงทุนยังต้องพิจารณาความผันผวนของราคา ความเสี่ยงจากการฉ้อโกง ความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม และคุณภาพของสินทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกัน stablecoin การมีกฎหมายที่ชัดเจนอาจช่วยลดความไม่แน่นอน แต่ไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนหรือป้องกันการขาดทุนได้ทั้งหมด
อีกประเด็นที่ควรติดตามคือความสัมพันธ์ระหว่างเงินทุนทางการเมืองกับการกำกับดูแล หากผู้มีอำนาจได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมมากขึ้น สังคมอาจตั้งคำถามว่ากฎหมายที่ออกมาปกป้องนักลงทุนอย่างแท้จริง หรือเอื้อประโยชน์ให้บริษัทขนาดใหญ่เป็นหลัก ดังนั้น ความโปร่งใสของการบริจาคและการเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนจึงมีความสำคัญไม่แพ้เนื้อหาของกฎหมาย
โดยสรุป การใช้เงินของวงการคริปโตในรอบเลือกตั้งนี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรมไม่ได้ต้องการเพียงการเติบโตทางธุรกิจ แต่ยังต้องการกำหนดทิศทางนโยบายของประเทศด้วย ผู้ติดตามตลาดควรจับตาผลการเลือกตั้ง ความคืบหน้าของ Clarity Act และท่าทีของ SEC กับ CFTC อย่างใกล้ชิด มุมมองส่วนตัวคือกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นกลางจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งบริษัท นักลงทุน และผู้บริโภคมากที่สุด ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองเสมอ
ที่มา – Crypto Industry’s Political Spending Hits $176 Million Ahead of Midterms
